สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ได้ออกแนวทางใหม่เกี่ยวกับ ‘โทเคนหลักทรัพย์’ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ‘แบบผู้ออกหลักทรัพย์’ และ ‘แบบบุคคลที่สาม’ พร้อมวางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการใช้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้
เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) SEC ได้ออกประกาศร่วมจากหลายหน่วยงานภายใน ได้แก่ กรมการเงินองค์กร, สำนักบริหารการลงทุน และสำนักตลาดการซื้อขาย โดยอธิบายว่า โทเคนหลักทรัพย์ (Tokenized Securities) คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีคุณลักษณะเป็น ‘หลักทรัพย์’ ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐ และการบันทึกข้อมูลความเป็นเจ้าของจะถูกจัดเก็บบนเครือข่ายบล็อกเชนหนึ่งหรือมากกว่า
สำหรับ ‘โมเดลแบบผู้ออกหลักทรัพย์’ SEC ระบุว่า เป็นรูปแบบที่ผู้ออกหลักทรัพย์นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาผนวกรวมเข้ากับระบบของตนเอง เพื่อออกโทเคนที่มีสิทธิและอำนาจในลักษณะเดียวกับหลักทรัพย์ทั่วไป โดยในระบบดังกล่าว ผู้ออกหรือผู้แทนจะต้องสามารถซิงค์ข้อมูลการโอนในบล็อกเชนกับทะเบียนผู้ถือหุ้นตัวจริงได้
*ความคิดเห็น*: แนวคิดนี้ช่วยให้การใช้เทคโนโลยีใหม่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดิมอย่างชัดเจน
SEC ยังอธิบายว่า ถ้าโทเคนมีสิทธิ์คล้ายกับหลักทรัพย์ดั้งเดิม ก็สามารถถือเป็น ‘กลุ่มหลักทรัพย์เดียวกัน’ ได้ แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์จะไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงบนบล็อกเชนก็ตาม ตราบใดที่สามารถยืนยันการเปลี่ยนมือได้จากข้อมูลนอกระบบบล็อกเชน (off-chain)
สำหรับอีกประเภทคือ ‘โมเดลแบบบุคคลที่สาม’ SEC ระบุว่า เป็นการที่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ออกหลักทรัพย์ดั้งเดิม ทำการโทเคนหลักทรัพย์ขึ้นใหม่ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบย่อย ได้แก่ ‘แบบคัสโตเดียน’ และ ‘แบบสังเคราะห์’
โมเดลคัสโตเดียน คือ การที่บุคคลที่สามเก็บรักษาหลักทรัพย์เดิมไว้ และออกโทเคนดิจิทัลขึ้นโดยอ้างอิงกับหลักทรัพย์นั้น ซึ่งข้อมูลความเป็นเจ้าของสามารถจัดเก็บทั้งในระบบบล็อกเชนหรือระบบอื่นได้ ขณะที่โมเดลสังเคราะห์ หมายถึง การสร้างโทเคนที่อิงกับราคาหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ ผ่านอนุพันธ์หรือสัญญา Swap โดยไม่ถือสิทธิจากหลักทรัพย์ต้นฉบับแต่อย่างใด
SEC เน้นย้ำว่า หากเป็นการโทเคน ‘Swap ที่อ้างอิงหลักทรัพย์’ ในรูปแบบของคริปโต ต้องผ่านการจดทะเบียนกับ SEC ก่อน และอนุญาตให้ซื้อขายได้เฉพาะในหมู่สถาบันหรือนักลงทุนที่ตรงตามเงื่อนไขเท่านั้น
*คำสำคัญ*: โทเคนหลักทรัพย์, SEC, บล็อกเชน
ทั้งนี้ SEC ชี้ชัดว่า ไม่ว่าโทเคนหลักทรัพย์จะอยู่ในรูปแบบใด หรือสร้างบนบล็อกเชนก็ตาม หากถือว่าเป็น ‘หลักทรัพย์’ ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางสหรัฐอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องการขึ้นทะเบียนและเปิดเผยข้อมูล
SEC ปิดท้ายด้วยการระบุว่า สำนักงานพร้อมสนับสนุนผู้ร่วมตลาดที่ต้องการความเข้าใจเพิ่มเติมผ่านการสื่อสารโดยตรง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมย้ำว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลง แต่หลักการ ‘คุ้มครองนักลงทุน’ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
การออกแนวทางครั้งนี้ คาดว่าจะลดทอนความไม่ชัดเจนทางกฎหมายในวงการโทเคนหลักทรัพย์ลง และกลายเป็นจุดอ้างอิงสำคัญต่อการควบรวมระหว่างนวัตกรรมบล็อกเชนและกฎระเบียบในอนาคต
ความคิดเห็น 0