บิตคอยน์(BTC) ยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาท่ามกลางการลดลงของ ‘ความต้องการในตลาดซื้อขายจริง’ หรือ *spot market* โดยหลังจากที่ราคาร่วงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.15 ล้านบาท) ก็พยายามฟื้นตัวหลายครั้ง แต่กลับถูกกดดันที่ระดับต้านเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้แนวโน้มขาลงดำเนินต่อเนื่องอย่างชัดเจน
จากรายงานของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตชื่อดังอย่าง *คริปโตควอนไต(CryptoQuant)* นักวิเคราะห์นามว่า ‘ดาร์กโพสต์(Darkfost)’ ระบุว่า ความต้องการซื้อในตลาดสปอตลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้แรงเทขายส่งผลกระทบต่อราคามากยิ่งขึ้น “เมื่อจำนวนผู้ซื้อเข้าสู่ตลาดลดลง แน่นอนว่าแรงขายจะมีอิทธิพลเหนือราคา” เขาระบุ
บิตคอยน์กำลังเผชิญกับภาวะแรงขายต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 เดือน โดยการปรับฐานลงรอบล่าสุดเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ซึ่งวันเดียวกันนั้นสัญญาเปิดในตลาดฟิวเจอร์สลดลงกว่า 70,000 BTC หรือเทียบเท่ากับมูลค่าสภาพคล่องที่หายไปถึง 8,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ดาร์กโพสต์ยังชี้ว่าการถอนสเตเบิลคอยน์ออกจากตลาดเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมสภาพคล่องในระบบ โดยตั้งแต่ช่วงต้นตุลาคม มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ลดลงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงการเสื่อมถอยของแรงซื้อโดยรวม
หลังจากเดือนตุลาคม ปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์ในตลาดจริงทั่วโลกหดตัวเกือบครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะที่ *ไบแนนซ์(Binance)* ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าซื้อขายลดจาก 200,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 289.8 ล้านล้านบาท) เหลือเพียง 104,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 150.9 ล้านล้านบาท) ขณะที่ *เกตไอโอ(Gate.io)* และ *บายบิต(Bybit)* ก็เผชิญการหดตัวลงเช่นกัน โดยอยู่ที่ 53,000 ล้านดอลลาร์ และ 47,000 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ
“นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ลดลง แต่สะท้อนถึงนักลงทุนที่กำลัง ‘ถอนตัวจากตลาด’” ความเห็นจากดาร์กโพสต์ “การที่ตลาดฟิวเจอร์สพังทลาย ทำให้นักลงทุนเริ่มละทิ้งตลาดสปอตตามไปด้วย” และในขณะนี้ ตลาดกลับไปแตะระดับปริมาณซื้อขายต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2024 การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมี ‘ฐานที่มั่นคงจากปริมาณการซื้อขาย’ เขาย้ำ
แม้ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 3% ไปแตะที่ระดับ 78,640 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.14 ล้านบาท) แต่ในขณะเดียวกัน ‘ปริมาณซื้อขายกลับลดลงกว่า 16%’ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงระมัดระวังและเลือกที่จะอยู่ข้างสนาม
ผู้เชี่ยวชาญในตลาดเตือนว่า ‘การรีบาวด์โดยไร้แรงซื้อ’ มีแนวโน้มจะไม่ยั่งยืน และยังความไม่แน่นอนในตลาดสูง โดยมองว่าการฟื้นกลับอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายและการไหลกลับของสภาพคล่อง “ตราบใดที่ความต้องการในตลาดจริงยังไม่ฟื้น บิตคอยน์ยังคงเปราะบางต่อแรงกดดันภายนอก และอาจติดอยู่ในช่วงฟื้นตัวย่อย ๆ โดยมีแนวต้านเป็นขีดจำกัด” ความเห็นจากนักวิเคราะห์ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0