Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

AI จีนชี้ บิตคอยน์(BTC) อาจแตะ 250,000 ดอลลาร์, ริปเปิล(XRP) พุ่ง 640% ภายในปี 2026

บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน ‘ดีพซีค’ คาดการณ์ว่า บิตคอยน์(BTC), ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) มีแนวโน้มที่จะแตะระดับราคาสูงสุดใหม่อีกครั้งภายในสิ้นปี 2026 หากปัจจัยสนับสนุนอย่างการฟื้นตัวของตลาดและกฎระเบียบในสหรัฐดำเนินไปในทิศทางที่ชัดเจน โดยใช้การวิเคราะห์ผ่านโมเดล AI ตามพรอมต์เฉพาะ

สำหรับริปเปิล ดีพซีคประเมินว่า XRP มีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง *640%* จากราคาประมาณ 1.35 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,981 บาท) ไปแตะ 10 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,679 บาท) ภายในปลายปี 2026 โดยแรงส่งสำคัญมาจากความคาดหวังเกี่ยวกับการอนุมัติ ‘กองทุน ETF ที่อ้างอิง XRP’ และร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่เสนอในสหรัฐ ซึ่งส่งสัญญาณการเข้าสู่ระบบการเงินแบบมีการกำกับดูแลอย่างจริงจัง

ผลวิเคราะห์ทางเทคนิคของ AI ระบุด้วยว่า ปัจจุบัน XRP มีสัญญาณ ‘ภาวะขายมากเกินไป (oversold)’ พร้อมด้วยรูปแบบ ‘ธงขาขึ้น’ ที่เอื้อต่อการทะลุแนวต้านได้ในระยะสั้น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง XRP เคยทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ระดับ 3.65 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,362 บาท)

สำหรับโซลานา ดีพซีคระบุว่าราคาอาจไต่ขึ้นไปแตะ *500 ดอลลาร์* (ประมาณ 733,950 บาท) ภายในปี 2026 เทียบกับราคาปัจจุบันราว 90 ดอลลาร์ (13,2111 บาท) ซึ่งหมายถึงการเติบโตมากกว่า *5 เท่า* ปัจจัยบวกสำคัญมาจากความสนใจของสถาบันการเงินหลังโปรเจกต์ออก ETF โซลานาโดยบิทไวส์และเกรย์สเกล พร้อมข้อมูลชี้ว่ายอดรวมสินทรัพย์ที่ถูกล็อกในเครือข่าย (TVL) ทะยานเกิน 70,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10.2 ล้านล้านบาท)

ดีพซีคยังเน้นว่า หากราคาบิตคอยน์สามารถฟื้นตัวได้กลางปี ก็อาจเป็นแรงดันให้โซลานาฟื้นกลับมาพร้อมกัน ปัจจุบันผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ อาทิ แบล็คร็อก และแฟรงคลิน เทมเปิลตัน ต่างนำบล็อกเชนโซลานามาใช้กับการโทเคนสินทรัพย์จริง เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงกับการเงินดั้งเดิม

ด้านบิตคอยน์ ดีพซีคคาดการณ์ว่าจะสามารถแตะระดับ *250,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 3.67 ล้านบาท) ภายในปลายปี 2026 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 70,400 ดอลลาร์ (ราว 1.03 ล้านบาท) โดยปัจจัยสำคัญคือการลดลงของอุปทานขณะที่สถาบันการเงินเข้ามาถือครองมากขึ้น แม้ระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างเช่น ความขัดแย้งในอิหร่านหรือกรีนแลนด์

หากสหรัฐดำเนินนโยบายจัดตั้ง “คลังสำรองบิตคอยน์แห่งชาติ” ตามแนวคิด Strategic Bitcoin Reserve ขึ้นจริง ก็อาจจุดกระแสความต้องการใหม่ที่เสริมความมั่นคงระยะยาวของราคาบิตคอยน์ในฐานะ *‘ทองคำดิจิทัล’*

ในอีกด้าน ตลาดคริปโตยังให้ความสนใจกับ *แมกซี โดจิ(MAXI)* โทเคนสาย *มีม* ที่พยายามต่อยอดกระแสของโดจคอยน์ ด้วยเอกลักษณ์ "เวอร์ชันเข้ายิม" สไตล์สนุกสนานพร้อมฟีเจอร์การสเตกที่ให้ผลตอบแทนต่อปีถึง *68%* แมกซี โดจิสามารถระดมทุนผ่านรอบพรีเซลได้กว่า 4.6 ล้านดอลลาร์ (ราว 67.5 ล้านบาท) โดยเปิดให้ซื้อขายที่ราคา 0.0002802 ดอลลาร์ (ราว 0.41 บาท) ในรอบสุดท้าย และยังชูจุดเด่นด้าน ‘ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ บนบล็อกเชนอีเธอเรียม

แม้ว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นเพียง ‘ฉากทัศน์จาก AI’ และไม่ได้สะท้อนการคาดการณ์ที่แน่นอน แต่ดีพซีคชี้ว่า หากปัจจัยสำคัญอย่างการเปิดรับจากภาครัฐ การไหลเข้าของนักลงทุนสถาบัน และการฟื้นตัวของสัญญาณเทคนิคเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็อาจหนุนให้ตลาดคริปโตเผชิญกับ ‘ขาขึ้นครั้งใหม่’ ได้อีกระลอก ความคิดเห็น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1