Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

DOJ จับผู้ก่อตั้งโกลิอัท เวน처ส ข้อหาแชร์ลูกโซ่คริปโต 328 ล้านดอลลาร์ อ้างลงทุนพูลสภาพคล่อง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ(DOJ) เข้าจับกุมคริสโตเฟอร์ อเล็กซานเดอร์ เดลกาโด(Christopher Alexander Delgado) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัทลงทุนคริปโต ‘โกลิอัท เวน처ส(Goliath Ventures)’ ในข้อหาเกี่ยวข้องกับ ‘โครงการแชร์ลูกโซ่คริปโต’ ที่อ้างการลงทุนใน ‘พูลสภาพคล่อง(liquidity pool)’ โดยตรวจพบความเสียหายรวมราว 328 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,820 ล้านบาท) จากเงินของนักลงทุนที่ถูกนำไปหมุนจ่ายกันเองแทนที่จะถูกนำไปลงทุนจริงในสินทรัพย์ดิจิทัล

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) สำนักงานอัยการเขตมิดเดิลดิสตริกต์ ฟลอริดา(U.S. Attorney’s Office for the Middle District of Florida) เปิดเผยผ่านข่าวประชาสัมพันธ์ว่า เดลกาโดซึ่งดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกลิอัท เวน처ส ได้ดำเนินการหลอกลวงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีในวงกว้าง โดยบริษัทเคยใช้ชื่อทางการตลาดว่า ‘Gen-Z Venture Firm’ มาก่อน เพื่อสร้างภาพลักษณ์เป็นบริษัทเวน처แคปิตอลสายเทคโนโลยีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ตามเอกสารการสอบสวน เดลกาโดเริ่มระดมทุนจากนักลงทุนตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 จนถึงเดือนมกราคม 2026 โดยเสนอให้ลงทุนใน ‘พูลสภาพคล่องของคริปโต’ พร้อมสัญญาว่าจะจ่ายผลตอบแทนรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ เขาโน้มน้าวให้นักลงทุนเชื่อว่าเงินทั้งหมดจะถูกนำไปจัดสรรในโปรโตคอลคริปโตต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและดอกผลจากสภาพคล่อง แต่ในความเป็นจริงเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปหมุนเวียนคืนให้ผู้ลงทุนรายก่อนหน้า หรือใช้จ่ายส่วนตัว

นักลงทุนจำนวนมากถูกดึงดูดเข้ามาผ่านช่องทางที่ดูน่าเชื่อถือ เช่น งานการกุศล การเป็นสปอนเซอร์กิจกรรมระดับหรู การจัดอีเวนต์แบบปิดสำหรับนักลงทุนชั้นสูง สื่อประชาสัมพันธ์ที่ผลิตอย่างมืออาชีพ และระบบแนะนำเพื่อนหรือเครือข่ายคนรู้จัก เดลกาโดยังจ่าย “ผลตอบแทนรายเดือน” ให้กับผู้ลงทุนบางส่วนเพื่อสร้างภาพว่าโครงการกำลังทำกำไรจริง การจ่ายผลตอบแทนลักษณะนี้กลายเป็น ‘หลักฐาน’ สร้างความเชื่อมั่นจนสามารถดึงเงินใหม่เข้ามาเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุชัดว่าโครงสร้างดังกล่าวเป็น ‘โครงการแชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิม’ ในฉากหน้าอ้าง ‘การลงทุนคริปโตในพูลสภาพคล่อง’ แต่เบื้องหลังกลับใช้วิธีนำเงินจากนักลงทุนรายใหม่ไปจ่ายคืนให้รายเก่าเพื่อให้ระบบยังคงเดินต่อได้ โดยไม่มีการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนจริง จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่ามีเงินจากผู้ลงทุนถูกระดมรวมแล้วประมาณ 328 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้นักลงทุนบางส่วนที่ร้องขอคืนเงินต้นจะได้รับเงินคืน แต่เอกสารสอบสวนชี้ว่าเงินจำนวนมากถูกนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น การจัดงานเลี้ยงทางธุรกิจสุดหรู ปาร์ตี้ส่งท้ายปี การท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ และที่พักโรงแรมราคาแพง นอกจากนี้เดลกาโดยังถูกกล่าวหาว่าใช้เงินของนักลงทุนเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยอย่างน้อย 4 แห่ง โดยแต่ละแห่งมีมูลค่าตั้งแต่ 1.15 ล้านดอลลาร์ ไปจนถึง 8.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16.9–125.1 ล้านบาท) เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเงินสำหรับซื้ออสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ทั้งหมดมาจากกองทุนของเหยื่อ

การสืบสวนในคดีโกลิอัท เวน처สครั้งนี้ดำเนินการโดยหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ(HSI) และกองสืบสวนอาชญากรรมของกรมสรรพากรสหรัฐฯ(IRS-CI) ขณะนี้เดลกาโดกำลังรอขึ้นศาล และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกคำเชิญให้ผู้เสียหายจากโกลิอัท เวน처ส ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการตาม ‘กฎหมายสิทธิของเหยื่ออาชญากรรม (Crime Victims’ Rights Act)’

เดลกาโดถูกตั้งข้อหาหลักในคดี ‘ฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร (wire fraud)’ และ ‘ฟอกเงิน (money laundering)’ หากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดในทุกข้อหา เขาอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปีในเรือนจำของรัฐบาลกลาง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เร่งปราบปรามโครงการแชร์ลูกโซ่และการฉ้อโกงที่อ้าง ‘การลงทุนคริปโต’ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สื่อระหว่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่า รามิล เวนทูรา พาลาฟอกซ์(Ramil Ventura Palafox) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ‘พริตอเรียน กรุ๊ป อินเตอร์เนชันแนล(Pretorian Group International, PGI)’ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ฐานหลอกลวงนักลงทุนอย่างน้อย 90,000 ราย ผ่านโครงการแชร์ลูกโซ่ที่อ้างลงทุนในบิตคอยน์(BTC) และสร้างความเสียหายไม่น้อยกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,944 ล้านบาท)

“ความคิดเห็น” กรณี ‘พูลสภาพคล่อง’ และ ‘การันตีผลตอบแทน’ ที่ปรากฏในคดีนี้สะท้อนความเสี่ยงสำคัญของตลาดคริปโต นักลงทุนควรตั้งข้อสงสัยทันทีเมื่อพบโครงการที่อ้าง ‘ผลตอบแทนคงที่สูงผิดปกติ’ โดยไม่เปิดเผยกลไกการสร้างกำไรอย่างโปร่งใส หรือเน้นใช้ภาพลักษณ์หรูหราและงานอีเวนต์ทางการตลาดมาชดเชยการขาดข้อมูลด้านเทคนิค การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มขึ้นในสหรัฐฯ อาจทำให้โครงการลงทุนคริปโตที่มีโครงสร้างไม่ชัดเจน และเน้น ‘ระดมทุนก่อนอธิบายทีหลัง’ ถูกตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้นในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

บิตคอยน์(BTC) ติดกรอบ 60,000–70,000 ดอลลาร์ ศึกเงียบ ETF–วาฬ–นักขุด–บริษัทใหญ่ชี้ทิศทางรอบใหม่

AI อินฟรา + ขุดบิตคอยน์(BTC) บุกตลาดตราสารหนี้ไฮยิลด์ ดอกเบี้ยพุ่ง 7–9% ดันเมกะธีมใหม่วอลล์สตรีท

เงินรีเทลไหลออกคริปโตสู่หุ้นเทค-หุ้น AI เลเวอเรจดิ่ง 28% เสี่ยงตลาดไซด์เวย์ยาวถึงกลางปี 2026

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1