บิตคอยน์(BTC) ดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 7.3만달러อีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าแรงขายรอบล่าสุดอาจกลายเป็น ‘จุดต่ำสุด’ รอบใหม่ แต่ในทางเทคนิคตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังใกล้เขต ‘แนวต้าน’ สำคัญ และยังไม่แสดงท่าทีเร่งตัวชัดเจน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บิตคอยน์ร่วงลงไปทดสอบแนวรับเชิงโครงสร้างแถว 6.3만달러ในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนเด้งกลับขึ้นมาได้อย่างแข็งแรง ส่งผลให้ในรอบ 7 วันล่าสุด ราคาเพิ่มขึ้นราว 8% และในกรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยังบวกเพิ่มอีกราว 2.5% หากคิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 1달러=1483.50원 ระดับ 7.3만달러จะเท่ากับราว 1억832만 원 ขณะเดียวกัน เทรดเดอร์สายระยะสั้นจำนวนมากกำลังจับตา ‘7.4만달러’ ซึ่งถูกมองเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของทิศทางราคา เพราะเคยเป็นทั้ง ‘เพดาน’ ของรอบขึ้นหลังการอนุมัติ ETF สปอตในปี 2024 และกลายเป็น ‘พื้น’ รองรับราคาในช่วงขาลงระหว่าง 10만달러 ลงมาถึง 7.4만달러ราวเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน 2025
แม้บิตคอยน์จะดีดจากจุดต่ำสุดรอบล่าสุดขึ้นมาค่อนข้างแรง แต่การที่ราคามาชะลอใกล้แนวต้านทำให้หลายฝ่ายมองว่า ‘แท่งเทียน’ ในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้าจะมีน้ำหนักมากในการกำหนดทิศทางที่เหลือของไตรมาส 1(Q1)
‘ความคิดเห็น’ แรงเด้งรอบนี้ช่วยฟื้นความมั่นใจระยะสั้น แต่ตลาดยังไม่ยอมไล่ราคาแบบสุดตัว แปลว่านักลงทุนยังมองบริเวณ 7.3만–7.4만달러เป็นโซนที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนถึงจะเรียกว่ากลับเข้าสู่โหมดกระทิงเต็มตัว
‘คำ’แนวโน้มราคาบิตคอยน์: สัญญาณรอบใหม่ของเมกา 랠리?
ด้านเทคนิค บิตคอยน์กำลังเคลื่อนไหวเหนือ 7.1만달러 ซึ่งเป็นแถบราคาที่เคยทำหน้าที่เป็น ‘แนวต้านแข็งแกร่ง’ ในรอบขึ้นเดือนกุมภาพันธ์มาแล้ว การยืนเหนือหรือตกลงต่ำกว่าระดับนี้ จึงถูกใช้เป็นตัวแบ่งภาพ ‘กระทิง–หมี’ ในมุมมองของนักเทรดระยะสั้นหลายราย
แรงดีดตัวครั้งนี้เริ่มชัดเจนหลังจากเกิดแท่งเทียนแบบ ‘Hammer (망치형)’ บริเวณ 6만3350달러 ซึ่งเป็นแพทเทิร์นที่บ่งชี้ว่าฝั่งซื้อกลับมาคุมเกมในช่วงท้ายของวัน หลังถูกกดให้หลุดลงลึกระหว่างวัน โดยรูปแบบดังกล่าวมักถูกตีความเป็นสัญญาณ ‘จุดต่ำระยะสั้น’ อยู่บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ฝั่งหมีเตือนว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การเด้ง แต่คือ “หลังเด้งแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ” มากกว่า หากราคาสามารถย่อตัวสะสมพลังอย่างนิ่ง ๆ แล้วขยับไปทดสอบโซน 7.6만달러ได้โดยไม่หลุดแนวรับหลัก กรณีนี้จะสนับสนุนภาพ ‘ขาขึ้นระยะกลาง’ ได้มากขึ้น ปัจจุบันบิตคอยน์ยังติดลบในมุมมองรายเดือนราว 7% แต่หากสามารถทรงตัวแถวนี้อีกไม่กี่วัน ผลตอบแทนในกรอบ 30 วันอาจพลิกกลับมาเป็นบวก ซึ่งจะช่วยสร้าง ‘ฐานจิตวิทยา’ ที่มั่นคงขึ้นให้กับตลาด
ด้าน ‘คำ’ความเสี่ยง นักวิเคราะห์เทคนิคบางรายชี้ไปที่ RSI ซึ่งเริ่มปรากฏเค้าลางของ ‘Hidden Bearish Divergence’ กล่าวคือ ราคาทำจุดสูงที่ต่ำลง ขณะที่โมเมนตัมกลับทำจุดสูงที่สูงขึ้น สถานการณ์ลักษณะนี้มักสะท้อนว่าแรงรีบาวด์เริ่มอ่อนกำลัง หากราคาไปติดที่แถว 7만2265달러 แล้วถูกขายลงมาอีกครั้ง ก็อาจเปิดทางให้การปรับฐานรุนแรงขึ้น
เทรดเดอร์สายประสบการณ์บางรายถึงขั้นพูดถึงความเป็นไปได้ของ ‘การทุบรอบสุดท้าย (최종 흔들기)’ โดยใช้การคาดการณ์ทางเทคนิคชี้ว่า หากโซน 6.23만달러 ซึ่งเป็นแนวรับหลักถัดไปเกิดหลุดลงอย่างชัดเจน ระดับราคาแถว 5.68만달러 หรือแม้แต่โซนลึกลงไปถึง 4.14만달러 ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรตัดทิ้งจากสมการ
ในมุมกลับกัน เงื่อนไขที่จะทำให้ ‘คำ’ภาพขาลงถูก ‘ล้มทิ้ง’ ก็มีความชัดเจนเช่นกัน หากราคาปิดวันต่อเนื่องเหนือต้าน 7.9만달러ได้ภายในสุดสัปดาห์ สมมติฐาน ‘ธงขาลง (Bear Flag)’ ที่หลายคนกังวลจะเริ่มหมดน้ำหนักลง สัญญาณบวกที่อาจเกิดเร็วกว่านั้นคือการยึด 7.3만달러 กลับมาเป็น ‘แนวรับ’ แทนแนวต้าน ซึ่งจะเปิดทางให้ตลาดเดินหน้าไปทดสอบแนวจิตวิทยา 8만달러ได้อีกครั้ง ทั้งนี้ มีมุมมองบางส่วนเชื่อว่าหากบิตคอยน์ทะลุ 7.2만달러ขึ้นไปพร้อมปริมาณซื้อขายที่หนาแน่น อาจกลายเป็น ‘ไกปืน’ จุดชนวน ‘เมกา 랠리’ รอบใหม่
มุมมองนักวิเคราะห์: ช่วงราคาปัจจุบันกลายเป็น ‘เส้นแบ่งเขต’
ฝั่งนักวิเคราะห์ตลาดส่วนใหญ่ยังเห็นต่างกันว่า การดีดตัวรอบนี้ของบิตคอยน์เป็นเพียง ‘Dead Cat Bounce’ ในแนวโน้มขาลง หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการ ‘กลับตัว’ จริงจัง แต่สิ่งที่เห็นพ้องกันคือ ช่วงราคาปัจจุบันยังเป็น ‘โซนกลาง–โซนรอทิศทาง’ จนกว่าจะมีการเบรกออกด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
ในภาพขาขึ้น มีมุมมองว่าบิตคอยน์จำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day SMA) อย่างมั่นคง และยึดระดับ 8만달러 ซึ่งเป็นแนวจิตวิทยาสำคัญให้ได้ก่อน ถึงจะดึงเม็ดเงินฝั่งซื้อกลับเข้าอย่างจริงจัง ขณะที่นักวิเคราะห์อีกกลุ่มชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นที่เคยลงไปแตะ ‘ความกลัวขั้นสุด’ ร่วมกับการไหลออกของเงินลงทุนจาก ETF ที่รุนแรงในช่วงก่อนหน้า อาจสะท้อนว่าตลาดได้ผ่านกระบวนการ ‘ขายยอมแพ้ (Capitulation)’ ไปแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งมักสัมพันธ์กับ ‘โซนใกล้จุดต่ำ’ ของรอบใหญ่
‘คำ’แนวรับ–แนวต้านบิตคอยน์: 3 ระดับราคาที่เปลี่ยนเกมได้
นักเทรดจำนวนไม่น้อยแนะนำให้โฟกัสไปที่ ‘ระดับราคา’ มากกว่าข่าวรบกวนรายวัน โดยมี 3 โซนสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางเกมได้
ระดับแรกคือ 7.4만달러 หากราคาปิดวันยืนเหนือแถวนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าแนวต้านที่สร้างขึ้นจากเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันกำลัง ‘กลับฝั่ง’ กลายเป็นแนวรับ ซึ่งเข้าข้างมุมมองขาขึ้นในระยะถัดไป
ระดับที่สองคือโซนแนวรับ 6.3만달러 ซึ่งหลายคนในฝั่งกระทิงมองว่าแทบจะเป็น ‘เส้นสุดท้าย’ หากหลุดลงไปอย่างชัดเจน จะเป็นการยืนยันสัญญาณล้มธงจากแพตเทิร์นขาลง และเปิดพื้นที่ให้ราคาไหลลงไปแถว 5.6만달러ได้ไม่ยาก
ระดับที่สามคือโซน 8만달러 ซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘เขตยกเลิกภาพหมี’ ในกรอบกลาง–ยาว หากบิตคอยน์กลับขึ้นไปยืนเหนือระดับนี้ได้ จะทำให้โครงสร้างขาลงส่วนใหญ่ถูกนิยามใหม่ และดันให้ ‘คำ’สมมติฐานการทดสอบจุดสูงสุดเดิม (All-Time High) กลับขึ้นสู่โต๊ะเจรจาของตลาดอีกครั้ง
ท้ายที่สุด ทิศทางแท่งเทียนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะมีบทบาทสูงในการคลี่คลายแรงกดดันที่สะสมมายาวนานหลายเดือน ว่าตลาดบิตคอยน์จะเลือกเบรก ‘ขึ้นต่อ’ สู่เมกา 랠리 หรือถอยกลับสู่รอบสะสมพลังที่ลึกและยาวนานกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0