สภาสูงสหรัฐเตรียมเดินหน้าปิดช่อง ‘ตลาดทำนายผล’ หรือ *Prediction Market* ที่ผูกกับเหตุการณ์รุนแรงอย่าง ‘ก่อการร้าย·สงคราม·ลอบสังหาร·การเสียชีวิต’ แบบเบ็ดเสร็จ ผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่มีชื่อชัดเจนว่า ‘DEATH BETS Act’ โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการขวางเทรนด์ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การเก็งกำไรเหตุการณ์ (Event Betting) ของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าอนุพันธ์สหรัฐ(CFTC) อย่างเต็มตัว และมีแนวโน้มจะจุดชนวนความขัดแย้งเรื่องทิศทางกำกับดูแลระหว่างฝ่ายการเมืองกับหน่วยงานกำกับในระยะต่อไป
เมื่อเร็ว ๆ นี้ แอดัม ชิฟฟ์(Adam Schiff) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งนั่งเก้าอี้ในคณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภา หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล CFTC ได้เสนอร่าง ‘DEATH BETS Act’ ที่มีสาระสำคัญคือ การห้ามสัญญาในตลาดทำนายผลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การลอบสังหาร สงคราม และการเสียชีวิตของบุคคลโดยตรง ร่างนี้หากผ่าน จะทำให้สภาคองเกรสเข้าไป “ล็อกเพดาน” ขอบเขตของ Prediction Market ด้านมืดด้วยการเขียนข้อห้ามลงในกฎหมายอย่างชัดเจน แทนที่จะปล่อยให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหน่วยงานกำกับอย่างในปัจจุบัน
‘ประเด็นสำคัญ’ ของร่างชิฟฟ์คือ การ ‘ตัดอำนาจใช้ดุลยพินิจ’ ของ CFTC ออกไปโดยตรง ปัจจุบันภายใต้กฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ (Commodity Exchange Act) CFTC มีสิทธิ์บล็อกการจดทะเบียนและซื้อขายสัญญาที่ผูกกับสงคราม การก่อการร้าย หรือการลอบสังหารได้ หากเห็นว่า “ขัดต่อประโยชน์สาธารณะ” แต่คำว่า ‘ขัดต่อประโยชน์สาธารณะ’ จะตีความแค่ไหน อย่างไร ขึ้นกับทีมผู้บริหารและแนวคิดของคณะกรรมการแต่ละสมัย ทำให้ ‘กรอบการกำกับ’ สามารถเหวี่ยงไปมาได้ตามสีทางการเมืองและบุคลิกของประธาน CFTC
ภายใต้ร่าง DEATH BETS Act หากผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ CFTC ทุกแห่งจะ ‘ห้าม’ นำสัญญาทุกประเภทที่ ‘รวมถึง (involve)’, ‘เกี่ยวข้องกับ (relate to)’ หรือ ‘อ้างอิงถึง (reference)’ การก่อการร้าย การลอบสังหาร สงคราม หรือการเสียชีวิตของบุคคล เข้าจดทะเบียนและเทรดบนตลาดของตนได้โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ที่เขียนชัด ๆ ว่าเป็นการเสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสัญญาที่ “สามารถถูกตีความได้ว่า มีความสัมพันธ์สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับการตายของบุคคล” หรือที่ร่างใช้คำว่า ‘construed as correlating closely’ ด้วย ทำให้ขอบเขตการห้ามถูกเขียนไว้กว้างเป็นพิเศษ
ชิฟฟ์ให้เหตุผลผ่านแถลงการณ์ว่า การเปิดให้คน “เดิมพัน” กับสงครามและความตายนั้น สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ ‘คนวงใน’ ใช้ข้อมูลลับหาผลประโยชน์ สั่นคลอนความมั่นคงของชาติ และอาจไปไกลถึงขั้น ‘กระตุ้น’ หรือ ‘จูงใจ’ ให้เกิดความรุนแรงขึ้นจริง “ไม่มีเหตุผลชอบธรรมใด ๆ ที่สังคมควรยอมรับการพนันกับชีวิตมนุษย์ และไม่มีประโยชน์สาธารณะใดที่คุ้มค่าจะแลกกับการเปิดตลาดแบบนั้น” เขาระบุอย่างตรงไปตรงมา
ในฝั่งสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานของชิฟฟ์เปิดเผยว่า ไมก์ เลวิน(Mike Levin) ส.ส.พรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย มีแผนจะเสนอร่างกฎหมาย ‘ฉบับคู่ขนาน’ ในเนื้อหาใกล้เคียงกันเข้าสู่สภาล่าง เพื่อเดินเกมทั้งสองสภาไปพร้อมกัน หากร่างทั้งสองสายเดินหน้าได้จริง โอกาสที่จะกลายเป็นกฎหมายบังคับใช้จริงก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การผลักดัน DEATH BETS Act เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ CFTC กำลัง ‘ปรับจูน’ มุมมองต่อ ‘Event Trading’ หรือการซื้อขายอนุพันธ์ที่ผูกกับเหตุการณ์ต่าง ๆ แบบวงกว้าง ภายใต้การนำของประธานคนปัจจุบัน ไมก์ เซลิก(Mike Selig) CFTC เพิ่งตัดสินใจถอนร่างข้อเสนอปี 2024 ที่ตั้งใจจะ ‘ห้ามตลาดทำนายผลการเมือง’ แทบทั้งหมดออกไป โดยเซลิกเคยวิจารณ์แนวคิดห้ามแบบเหมาเข่งว่าเป็นลักษณะของ ‘การกำกับเกินจำเป็น’ และอาจไปบั่นทอนนวัตกรรมด้านตลาดข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง
‘ความคิดเห็น’ แกนปะทะจริง ๆ จึงอยู่ที่คำถามว่า จะมองตลาดทำนายผลเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการจัดการความเสี่ยง’ ที่ช่วยสะท้อนความคาดหวังของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะมองว่ามันคือ ‘พื้นที่สีเทา’ ที่ต้องขีดเส้นชัดในเชิงจริยธรรมและประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่อเส้นแบ่งเริ่มลากเข้าไปใกล้ชีวิตและความตายของผู้คนมากขึ้น
อีกจุดที่ถูกจับตาคือ การที่ร่าง DEATH BETS Act เขียนขอบเขต “ห้าม” ไว้กินพื้นที่ไปถึงสัญญาที่ “อาจถูกมองว่า” มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ในทางปฏิบัติ หากกลายเป็นกฎหมาย เจ้าหน้าที่ CFTC และแพลตฟอร์มต้องเผชิญโจทย์ยากว่าจะแยกแยะอย่างไรว่า สัญญาแบบไหน ‘เชื่อมโยงโดยตรง’ หรือ ‘เชื่อมโยงโดยนัย’ กับเหตุการณ์เสียชีวิต เช่น สัญญาที่ผูกกับดัชนีความเสี่ยงความรุนแรงทางการเมืองในบางประเทศ หรือโอกาสปะทุของความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตจำนวนมาก
ท่ามกลางการที่ CFTC เดินหน้าทบทวนกฎเกณฑ์ Event Trading อย่างรอบด้าน และสภาคองเกรสเริ่มลงมือ ‘ตอกหมุด’ เส้นแดงผ่านกฎหมายโดยตรง การดึงเชือกเรื่อง “ขอบเขตที่ยอมรับได้” ของตลาดทำนายผลทั้งในมิติคริปโตและดั้งเดิมจึงมีแนวโน้มร้อนแรงขึ้น ‘Prediction Market’ โดยรวมอาจได้รับทั้งแรงหนุนและแรงกดในเวลาเดียวกัน – เปิดทางให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมบางด้าน ขณะเดียวกันก็เจอเพดานแข็งในพื้นที่ที่ถูกตีตราว่าแตะประเด็น ‘ความตายและความรุนแรง’ โดยตรง
ความคิดเห็น 0