ริปเปิล(XRP) แซงหน้าไบแนนซ์คอยน์(BNB) กลับขึ้นมายึดอันดับ 4 ‘มูลค่าตลาด’ อีกครั้งในรอบหลายสัปดาห์ ท่ามกลางการฟื้นตัวของราคาและการพุ่งขึ้นของ ‘สัญญาคงค้าง (Open Interest)’ ในตลาดอนุพันธ์ สะท้อนว่ากลุ่มเทรดเดอร์กำลังเร่งเปิดเลเวอเรจเพื่อเก็งกำไรการปรับขึ้นรอบใหม่ของ XRP
เมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) ราคา ริปเปิล(XRP) ขยับขึ้นแตะ 1.53 ดอลลาร์ (ราว 2,283 บาท) ทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นแล้วราว 11% มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 93.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 139.34 ล้านล้านบาท) แซง ไบแนนซ์คอยน์(BNB) ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตลาดคริปโตโดยรวม ตามข้อมูลของ ‘โค인데스크 애널리틱스’ XRP ยังทะลุผ่านโซน 1.40 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,089 บาท) ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นระดับ ‘แนวต้าน’ มาหลายครั้ง ขณะเดียวกันปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นถึง 125% แตะ 3.22 พันล้านดอลลาร์ (ราว 4.80 แสนล้านบาท) ยืนยันแรงเก็งกำไรที่หนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน
‘ข้อมูลอนุพันธ์’ ชี้การดีดตัวรอบนี้ไม่ใช่แค่ราคาสปอตฟื้นตัวธรรมดาเท่านั้น ตามตัวเลขจาก ‘โค인กลาส(CoinGlass)’ ณ วันที่ 17 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) ปริมาณ ‘สัญญาคงค้าง (Open Interest)’ ของสัญญา XRP บนกระดาน ไบแนนซ์ อยู่ที่ 353.49 ล้าน XRP เพิ่มขึ้นราว 59% จากวันที่ 24 ตุลาคมปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 222.79 ล้าน XRP
จุดที่น่าจับตาคือ แม้ราคา XRP ปัจจุบันจะต่ำกว่าช่วงนั้น แต่ ‘เลเวอเรจ’ กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วันที่ 24 ตุลาคม 2025 XRP เคยซื้อขายแถว 2.39 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,566 บาท) ขณะที่ตอนนี้ราคายังต่ำกว่าราว 37% การที่สัญญาคงค้างเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาอ่อนตัวลง หมายความว่า ในจังหวะรีบาวด์รอบนี้ ‘สถานะเลเวอเรจใหม่’ ถูกเปิดเพิ่มมากกว่าจะถูกปิดลดลง แตกต่างจากช่วง ‘ลดเลเวอเรจ (Deleveraging)’ ที่ครอบงำตลาดในเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์อย่างชัดเจน
หากไล่ดูทิศทาง ‘สัญญาคงค้างบนไบแนนซ์’ แบบรายช่วงเวลา ภาพการเปลี่ยนแปลงจะยิ่งชัด XRP เคยมี Open Interest ทะลุ 400 ล้าน XRP ในช่วงเดือนกันยายน 2025 ก่อนจะร่วงแรงในเดือนตุลาคมพร้อมกับการย่อตัวของราคา จากแถว 3.65 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,446 บาท) ลงมาหลุดระดับ 2 ดอลลาร์ (ราว 2,984 บาท) ทำให้สถานะเลเวอเรจจำนวนมากถูกบังคับปิด และโครงสร้างเลเวอเรจในตลาดถูก “รีเซ็ต” ครั้งใหญ่ หลังจากนั้นตลอดราว 4 เดือน Open Interest จึงค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาอย่างช้าๆ
ระดับปัจจุบันที่ราว 353 ล้าน XRP ยังไม่เท่าจุดสูงสุดก่อนวิกฤตในเดือนกันยายน นั่นแปลว่าตลาดยังมี ‘พื้นที่’ ให้เพิ่มเลเวอเรจได้อีกพอสมควร หากกระแสเก็งกำไรเดินหน้าต่อไป ‘ความคิดเห็น’ มุมมองหนึ่งในหมู่นักวิเคราะห์อนุพันธ์คือ การที่ Open Interest ยังไม่กลับไปแตะระดับ “ล้นตลาด” เหมือนก่อนการรูดลงใหญ่ครั้งที่แล้ว ทำให้โอกาสเกิดแรงขายบังคับปิดโพสิชันแบบลูกโซ่ทันทีอาจยังไม่สูง แต่ความเสี่ยงจะไต่ระดับขึ้นตามเลเวอเรจที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระยะสั้น โซนราคา 1.50–1.60 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,238–2,387 บาท) ถูกมองว่าเป็น ‘ด่านทดสอบสำคัญ’ รอบใหม่สำหรับ ริปเปิล(XRP) เพราะตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน ราคาพยายามเบรกผ่านช่วงนี้หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ และจบลงด้วยการถูกขายลงมาทุกครั้ง รอบนี้ตลาดจึงจับตาว่า ระดับดังกล่าวจะเปลี่ยนสถานะจาก ‘แนวต้าน’ มาเป็น ‘แนวรับ’ ได้จริงหรือจะกลายเป็นเพียง ‘การเบรกหลอก (Fake Breakout)’ อีกครั้ง
การที่ ‘สัญญาคงค้าง’ เพิ่มขึ้นพร้อมกับการดีดตัวของราคา อาจช่วยสร้าง ‘โครงสร้างรองรับ’ ให้การเบรกครั้งนี้มีน้ำหนักกว่าในอดีต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่ระดับเลเวอเรจเข้าใกล้ช่วงก่อนการรูดแรง ขณะที่ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดพีคเดิมราว 58% ก็เป็นสัญญาณสองคม เพราะเลเวอเรจที่เพิ่มขึ้นย่อมช่วยขยายแรงขึ้นของราคา แต่ก็พร้อมจะขยาย ‘ความผันผวน’ และโอกาสเกิดการล้างพอร์ตแบบเป็นลูกโซ่ในจุดราคาบางระดับเช่นกัน
ท้ายที่สุด การฟื้นตัวรอบนี้ของ ริปเปิล(XRP) จึงกลายเป็นบททดสอบว่า ‘การสะสมเลเวอเรจ’ ในตลาดอนุพันธ์จะกลายเป็นเชื้อไฟขับเคลื่อน ‘แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่’ หรือจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ของคลื่นความผันผวนลูกใหญ่รอบถัดไป ซึ่งนักลงทุน XRP ทุกรายจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0