บิตคอยน์(BTC) กลับเข้าสู่ภาวะ ‘ขาขึ้น’ อีกครั้ง หลังราคาช่วงสุดสัปดาห์ดีดตัวขึ้นมาทดสอบบริเวณ 73,000 ดอลลาร์ ทำให้บรรยากาศการลงทุนสดใสขึ้นอย่างชัดเจน แม้ ‘ราคา’ จะฟื้นตัวแรง แต่ข้อมูลบนเชนกลับสะท้อนว่าโครงสร้างตลาดบิตคอยน์ในรอบไซเคิลนี้กำลังเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ‘รูปแบบการเคลื่อนย้ายอุปทาน’ ของบิตคอยน์ในครั้งนี้แตกต่างจากรอบก่อนหน้าอย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์ออนเชน ดาร์กฟอสต์(Darkfost) ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ในรอบขาขึ้นครั้งล่าสุด การสลับมือของ ‘อุปทานบิตคอยน์’ ระหว่างผู้ถือระยะยาว (Long-Term Holder, LTH) และผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holder, STH) มีลักษณะไม่เหมือนกับไซเคิลก่อน ๆ อีกต่อไป
ตามปกติในช่วงตลาดกระทิงแรง เมื่อราคาบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้น ‘ผู้ถือระยะยาว’ มักทยอยขายบางส่วนออกมาให้กับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาด กระบวนการนี้จะเกิดซ้ำไปมา ทำให้โครงสร้างผู้ถือครองเปลี่ยนมือจากรายเก่าไปยังรายใหม่ จนท้ายที่สุดอุปทานจะกระจายตัวสมดุลมากขึ้นระหว่างผู้ถือระยะยาวและผู้ถือระยะสั้น
แต่สำหรับรอบนี้ ภาพที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ราคาบิตคอยน์จะทำระดับสูง แต่ ‘อำนาจการถือครอง’ ของผู้ถือระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ไม่ได้ลดลงเหมือนในอดีต ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า ผู้ถือระยะยาวยังครองสัดส่วนอุปทานบิตคอยน์อยู่ราว ‘79%’ ของทั้งหมด
ตัวเลขนี้แตกต่างจากไซเคิลปี 2021 อย่างมีนัยสำคัญ ในครั้งนั้น สัดส่วนบิตคอยน์ที่อยู่ในมือผู้ถือระยะยาวลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 82% เหลือ 70% ภายในช่วงเวลาราว 6 เดือน ขณะที่รอบปัจจุบันกลับไม่เห็นการไหลออกแรงจากฝั่งระยะยาวในระดับเดียวกัน นักวิเคราะห์จึงประเมินว่า ‘สภาพคล่องจากนักลงทุนระยะสั้นยังไม่มากพอ’ ที่จะดูดซับแรงขายจากฝั่งระยะยาวได้อย่างรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างการหมุนเวียนอุปทานแตกต่างออกไป
ดาร์กฟอสต์อธิบายเพิ่มเติมว่า หากมองลึกลงไปในรอบไซเคิลนี้ สามารถแบ่ง ‘การเคลื่อนไหวของอุปทานบิตคอยน์’ ออกได้เป็น 6 ระลอกหลัก ๆ ในแต่ละระลอก จะมีผู้ถือระยะสั้นชุดใหม่ไหลเข้ามาซื้อรับอุปทานจากตลาด เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนหนึ่งของผู้เล่นเหล่านี้จะถือครองต่อเนื่องจนครบเงื่อนไขและถูกจัดกลุ่มใหม่เป็นผู้ถือระยะยาว
ในกระบวนการดังกล่าว มีจุดสังเกตสำคัญ 2 ประการ ประการแรก คือ ‘สภาพคล่องในตลาดดีกว่าที่คาด’ ส่งผลให้ผู้ถือระยะยาวสามารถทยอยขายทำกำไรระหว่างที่ราคาปรับตัวขึ้น โดยยังหาผู้รับช่วงต่อได้ค่อนข้างราบรื่น ไม่เกิดภาวะตันด้านฝั่งซื้ออย่างรุนแรง
ประการที่สอง คือ ‘ธุรกรรมเชิงเก็งกำไร’ ดูจะร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม บางส่วนของผู้ถือที่ถูกจัดว่าเป็นระยะยาว เพราะถือครองเกิน 6 เดือน เลือกที่จะขายออกทันทีที่ถึงเกณฑ์หรือหลังจากนั้นไม่นาน เพื่อรีบล็อกกำไรอย่างรวดเร็ว แทนที่จะถือยาวแบบเดิม ‘ความคิดเห็น’ แนวโน้มนี้สะท้อนว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำหรับเทรดรอบมากกว่าถือเก็บระยะยาว แม้จะผ่านเกณฑ์ระยะยาวทางเทคนิคแล้วก็ตาม
อีกปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาว่าเป็นตัวเร่งให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยนไป คือการไหลเข้าของผู้เล่นหน้าใหม่ผ่าน ‘กองทุนอีทีเอฟ(ETF)’ และกลยุทธ์บริหารเงินสดด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Treasuries: DAT) ซึ่งเปิดทางให้สถาบันและบริษัทจดทะเบียนเข้าถือ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ได้ง่ายขึ้น ด้วยกรอบการลงทุนที่คุ้นเคยในตลาดการเงินดั้งเดิม แนวโน้มนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ‘นักลงทุนสถาบันกำลังมีความเชื่อมั่นต่อมูลค่าระยะยาวของบิตคอยน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ’
ณ ขณะนี้ บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่บริเวณราว 73,815 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.1 ล้านบาทต่อ 1 BTC ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นกว่า 77% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า นักลงทุนกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ ‘อุปทานในมือผู้ถือระยะยาวและระยะสั้น’ จะส่งผลอย่างไรต่อทิศทางราคาบิตคอยน์ในช่วงต่อจากนี้ และจะเป็นการปูทางสู่รอบขาขึ้นระยะยาว หรือเปิดทางให้ความผันผวนรุนแรงรอบใหม่ตามมาในอนาคต
ความคิดเห็น 0