Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ออปชันบิตคอยน์(BTC) 14.16 พันล้านดอลลาร์ใกล้หมดอายุ ดันราคาโฟกัสที่โซน맥스 페인 7.5 หมื่นดอลลาร์

ศุกร์นี้สัญญาออปชันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์บนแพลตฟอร์มเดริบบิตกำลังจะหมดอายุ ขณะที่ตลาดจับตาว่าราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ อาจถูกแรงดึงไปแถวๆ ระดับ ‘7.5 หมื่นดอลลาร์’ (ราว 1억 1,243만 원) ตามโครงสร้างของออปชันที่เปิดค้างอยู่ในระบบ

ตามข้อมูลจากเดริบบิต การชำระราคาออปชันครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ตามเวลาเกาหลี (08:00 UTC) คิดเป็นมูลค่าที่ตราไว้กว่า 14.16 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 21조 2,277억 원) ของออปชันบิตคอยน์ ซึ่งคิดเป็นราว 40% ของมูลค่า ‘สถานะคงค้าง(Open Interest)’ ทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม และจะหมดอายุภายในราว 48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยบนเดริบบิต ออปชัน 1 สัญญาเท่ากับบิตคอยน์ 1 เหรียญ

ออปชันคือ ‘ตราสารอนุพันธ์’ ที่ให้นักลงทุนเดิมพันว่าราคาสินทรัพย์จะขึ้นหรือลง แบ่งเป็น ‘คอลออปชัน’ สำหรับเดิมพันขาขึ้น และ ‘พุทออปชัน’ สำหรับเดิมพันขาลง นักลงทุนรายย่อยมักซื้อออปชันเพื่อเก็งกำไรจากความผันผวนของราคา ขณะที่สถาบันหรือมาร์เก็ตเมกเกอร์จำนวนมากจะอยู่ฝั่ง ‘ขาย(short)’ ออปชัน รับ ‘พรีเมียม’ (ราคาออปชัน) เป็นรายได้ แลกกับการแบกรับความเสี่ยงหากราคาขยับไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อออปชัน

‘คำ’맥스 페인 7.5 หมื่นดอลลาร์…ราคาบิตคอยน์จะถูกดูดเข้าหาเหมือนแม่เหล็กหรือไม่

ไฮไลต์สำคัญของรอบหมดอายุครั้งนี้คือระดับ ‘맥스 페인(Max Pain)’ ซึ่งตามข้อมูลของเดริบบิต ระบุอยู่ที่ 7.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1억 1,243만 원) จุดนี้คือระดับราคาที่ทำให้สัญญาออปชันบิตคอยน์ส่วนใหญ่ ‘หมดมูลค่า’ หรือไร้ค่าเมื่อถึงวันหมดอายุ กล่าวคือฝั่ง ‘ผู้ซื้อออปชัน’ ขาดทุนสูงสุด ขณะที่ ‘ผู้ขายออปชัน (Writer)’ แบกรับภาระจ่ายน้อยที่สุด

ฌอง-ดาวิด เปคินโยต์(Jean-David Péquignot) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (CCO) ของเดริบบิต ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk เมื่อวันที่ 27 ว่า “ในสภาวะที่บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถวๆ 7.1 หมื่นดอลลาร์ ระดับ맥스 페인 7.5 หมื่นดอลลาร์กำลังทำหน้าที่เหมือน ‘แรงโน้มถ่วง’ ต่อราคา” พร้อมอธิบายว่า “จากตัวอย่างในอดีต การทำ ‘เดลตาเฮดจ์’ ของมาร์เก็ตเมกเกอร์สามารถดันราคาให้ไหลไปหา ‘ราคาใช้สิทธิ’ ที่ทำให้สัญญาจำนวนมากหมดอายุแบบไร้มูลค่าได้” ระดับ 7.1 หมื่นดอลลาร์คิดเป็นราว 1억 643만 원

แนวคิด ‘맥스 페인’ มองว่า ฝั่งผู้ขายออปชัน (โดยมากคือกองทุนใหญ่ สถาบัน และมาร์เก็ตเมกเกอร์) มีแรงจูงใจที่จะลดภาระการจ่ายเมื่อถึงวันหมดอายุ ผ่านการซื้อขายและทำเฮดจิงตามปกติในตลาดสปอตหรือฟิวเจอร์ส ส่งผลให้ราคาค่อยๆ เคลื่อนไปใกล้กับ ‘จุดเจ็บปวด’ ของผู้ถือออปชันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ถูกมองว่าเป็นเพียง ‘กลไกที่อาจเกิดขึ้น’ จากพฤติกรรมรวมของตลาด มากกว่าจะเป็น ‘การควบคุมราคาตามใบสั่ง’ ของใครคนใดคนหนึ่ง จึงยังเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักวิเคราะห์

ในตลาดการเงินดั้งเดิม แนวคิด맥스 페인 เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แต่ในตลาดคริปโตเองยังต่างเห็นต่างกันว่า ‘เอฟเฟกต์เดียวกันนี้’ เกิดขึ้นซ้ำๆ จริงหรือไม่ ถึงอย่างนั้น เดริบบิตยังคงชี้ว่าโซน 7.5 หมื่นดอลลาร์อาจทำหน้าที่เป็น ‘ราคาแม่เหล็ก’ ได้ในรอบนี้ ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เทคนิคบางส่วนก็มองระดับ 7.5 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 1억 1,243만 원) เป็น ‘แนวต้านสำคัญ’ ที่หากถูกทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสเปิดทางให้บิตคอยน์เข้าสู่เฟสขาขึ้นรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

‘คำ’ความผันผวนลดลงแทนที่จะเพิ่ม…ตลาดอาจกำลังมุ่งสู่ “การหมดอายุที่ถูกคุมเกม”

ตามสถิติทั่วไป การหมดอายุของออปชันรายไตรมาสมักพาให้ตลาดเกิดความผันผวนสูง จากการปรับสถานะและการทำเฮดจิงปริมาณมหาศาล แต่รอบนี้กลับเริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือ ‘ความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility, IV)’ กำลังถูกกดลง

เปคินโยต์ CCO ระบุว่า “ในช่วงไม่กี่เซสชันที่ผ่านมา เราเห็น ‘IV’ ถูกบีบตัวลง ขณะที่ดัชนี DVOL ของบิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) ลดลงราวฝั่งละ 6 จุด” เขามองว่านี่คือสัญญาณว่าตลาดยังไม่กำหนดราคาในแบบที่คาดหวัง ‘การระเบิดของความผันผวน’ แต่กำลังมองภาพเป็น ‘การหมดอายุที่อยู่ภายใต้การควบคุม’ มากกว่า

ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นตัวถ่วงแรงไล่ซื้อของตลาดเช่นกัน เขาชี้ว่าความไม่แน่นอนที่ยังปะทุอยู่รอบสงครามกับอิหร่าน ทำให้สถาบันจำนวนมากเลือกใช้กลยุทธ์ ‘ขายคอลออปชัน (Call Writing)’ ที่ระดับราคาใช้สิทธิที่สูงกว่า โดยอาศัยการถือบิตคอยน์สปอตเดิมแล้วเขียนคอลทับ เพื่อเก็บพรีเมียมเพิ่ม ขณะเดียวกันก็จำกัดความหวังด้าน Upside ไม่ให้เกินเลยไปมาก กลยุทธ์นี้ถือเป็นรูปแบบคลาสสิกของการ ‘เก็บผลตอบแทนเพิ่มภายใต้การบริหารความเสี่ยง’

ด้าน ‘อัตราส่วนพุท/คอล (Put/Call Ratio)’ ของออปชันบิตคอยน์อยู่ที่ราว 0.63 ซึ่งเขามองว่าเป็นระดับที่ “สุขภาพดี” สะท้อนว่าสมดุลฝั่งขาลงและขาขึ้นยังไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนเกินไป อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการที่ฝั่ง ‘คอลที่ถูกเปิดในด้านขาย’ ไปกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาบางโซน อาจทำหน้าที่เป็น ‘เพดานราคา’ ระยะสั้นจากแรงขายของสถาบันได้เช่นกัน

ในท้ายที่สุด การหมดอายุของออปชันบิตคอยน์มูลค่า 14.16 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 21조 2,277억 원) ที่กำลังจะมาถึง ทำให้ระดับ ‘7.5 หมื่นดอลลาร์’ ซึ่งเป็นทั้ง ‘맥스 페인’ และ ‘แนวต้านเชิงเทคนิค’ กลายเป็นจุดโฟกัสหลักของตลาด ขณะที่บิตคอยน์แสดงความแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนจากประเด็นสงครามกับอิหร่าน สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาคือราคาจะเข้าใกล้ระดับนี้แค่ไหนก่อนและหลังวันหมดอายุ และท้ายที่สุดจะสามารถ ‘ทะลุผ่านแนวต้าน’ ได้หรือไม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางระยะสั้นของบิตคอยน์ต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1