กระแสการเมืองโลกที่ตึงเครียดกำลังเขย่าตลาดการเงิน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เงินทุนไหลออกจาก ‘ทองคำ’ แล้วหันเข้าสู่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมเริ่มอ่อนแรง ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับยืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้อย่างเหนียวแน่น จนถูกมองว่าอาจกลายเป็น ‘ดิจิทัลเซฟเฮเวน’ รูปแบบใหม่ของตลาดโลก
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการสลับทิศของกระแสเงินอย่างชัดเจน กองทุนทองคำแบบ ETF รายใหญ่ เช่น SPDR โกลด์แชร์(GLD) และ ไอเชอส์ โกลด์ทรัสต์(IAU) มียอดไหลออกไปราว 3.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท ภายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในทางกลับกัน สินค้าการลงทุนใน *บิตคอยน์(BTC)* กลับมียอดเงินไหลเข้ารวมกันเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3 หมื่นล้านบาทในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ส่งสัญญาณชัดว่า ‘เงินเย็น’ บางส่วนกำลังย้ายจากทองคำไปหาสินทรัพย์ดิจิทัล
เอริก บัลชูνας(Eric Balchunas) นักวิเคราะห์กองทุน ETF จาก *บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์* ให้ความเห็นว่า หลังเหตุการณ์โจมตีทางอากาศของอิหร่าน ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับดูเหมือนเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่าทองคำเสียอีก ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนการเปลี่ยนทัศนคติของนักลงทุนที่เริ่มมอง *บิตคอยน์(BTC)* เป็นตัวเลือกกระจายความเสี่ยงในภาวะวิกฤต มากกว่าจะมองเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรเหมือนในอดีต
ขณะนี้ *บิตคอยน์(BTC)* ซื้อขายอยู่บริเวณ 71,000 ดอลลาร์ บวกเล็กน้อยราว 0.3% ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ภาพรวมดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยมองว่า สมการ ‘สินทรัพย์เสี่ยง vs สินทรัพย์ปลอดภัย’ แบบดั้งเดิม กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่อย่างช้าๆ โดยมี *บิตคอยน์(BTC)* เป็นตัวละครหลัก
ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของ *บิตคอยน์(BTC)* อยู่ในกรอบแคบระหว่าง 69,000–72,000 ดอลลาร์ แม้ราคาจะยังต่ำกว่าต้นปีราว 18% แต่บริเวณแนวรับแถว 68,000 ดอลลาร์ยังเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดยังมี ‘ฐานความเชื่อมั่น’ รองรับอยู่พอสมควร
ปริมาณการซื้อขายเริ่มลดลงจากช่วงผันผวนแรง แสดงถึงบรรยากาศ ‘ระมัดระวังแต่ยังมองบวก’ ของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม แนวต้านสำคัญที่ราว 71,800 ดอลลาร์ยังคงกดดันราคาอย่างมีนัย หากไม่สามารถยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสที่ตลาดจะถอยลงไปทดสอบบริเวณ 65,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
ในทางกลับกัน หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือ 72,500 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ภาพเชิงเทคนิคจะเปิดทางให้ *บิตคอยน์(BTC)* กลับไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้อีกครั้งได้เช่นกัน ส่งผลให้ภาวะตลาดตอนนี้ถูกมองว่าเป็นช่วง ‘รอดูทิศ’ ที่ขาดปัจจัยมากระตุ้นให้เกิดแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงแบบชัดเจน
ในมุมของโครงสร้างเทคโนโลยี เครือข่ายของ *บิตคอยน์(BTC)* เองก็กำลังอยู่ท่ามกลางการแข่งขันขยายศักยภาพอย่างดุเดือด โดยเฉพาะด้านเลเยอร์ 2(L2) ที่กลายเป็นสนามใหม่ให้โปรเจกต์ต่างๆ แย่งชิงบทบาทโครงสร้างพื้นฐานยุคหน้า หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตาอย่างมากคือ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์($HYPER)’ ซึ่งถูกโปรโมตว่าเป็นเลเยอร์ 2 ของ *บิตคอยน์(BTC)* รายแรกที่ผสานการทำงานของ *โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน(SVM)* เข้าไว้ด้วยกัน
*บิตคอยน์ ไฮเปอร์($HYPER)* ตั้งเป้าแก้ปัญหาหลักของเครือข่ายบิตคอยน์ นั่นคือความเร็วในการทำธุรกรรมที่จำกัดและค่าธรรมเนียมที่ผันผวนสูง โครงสร้างของโปรเจกต์ออกแบบให้เชื่อมต่อกับเมนเชนผ่านบริดจ์ที่ยังคงความเป็น ‘ไร้ศูนย์กลาง’ ขณะเดียวกันก็ใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกับ *โซลานา(SOL)* เพื่อลดต้นทุนและเร่งความเร็วการประมวลผล ‘ความคิดเห็น’ หากทำได้ตามที่วางไว้ โครงการลักษณะนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศใหม่บนเครือข่าย *บิตคอยน์(BTC)* ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฟังก์ชันการโอนเงิน
แรงตอบรับจากตลาดต่อ *บิตคอยน์ ไฮเปอร์($HYPER)* ในช่วงต้นถือว่าไม่ธรรมดา ข้อมูลจากรอบพรีเซลล์ระบุว่าสามารถระดมทุนได้แล้วราว 32 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.8 พันล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงเมื่อเทียบกับโปรเจกต์เลเยอร์ 2 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ปัจจุบันโทเคนมีราคาซื้อขายที่ระดับประมาณ 0.0136 ดอลลาร์ พร้อมเปิดให้ผู้ถือโทเคนเข้าร่วมสเตกกิ้งด้วยผลตอบแทนต่อปีราว 36% (APY) ซึ่งดึงดูดนักลงทุนสายโครงสร้างพื้นฐานที่มองหา ‘โอกาสล่วงหน้า’ ในขณะที่ราคาหลักของ *บิตคอยน์(BTC)* ยังแกว่งอยู่ในกรอบ
ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนทั้งการเปลี่ยนบทบาทของ *บิตคอยน์(BTC)* จากสินทรัพย์เก็งกำไรไปสู่การเป็นสินทรัพย์มหภาคที่นักลงทุนใช้ป้องกันความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่ากรอบความคิดเรื่อง ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ที่เคยผูกอยู่กับทองคำเพียงอย่างเดียว กำลังถูกท้าทายผ่านการมาของโครงการเลเยอร์ 2 และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม ทิศทางใหญ่ของตลาดยังไม่ชัดเจน ทั้งในแง่ราคา *บิตคอยน์(BTC)* เองและการยอมรับในฐานะ ‘ดิจิทัลเซฟเฮเวน’ ในระยะยาว นักลงทุนจึงอาจต้องเตรียมรับมือกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการทดลองไปพร้อมกัน ขณะที่โลกการเงินกำลังค่อยๆ ปรับสมดุลใหม่ระหว่างทองคำ *บิตคอยน์(BTC)* และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ บนเวทีเดียวกัน
ความคิดเห็น 0