‘บิตคอยน์(BTC)’ กำลังถูกซื้อขายในโซน ‘ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน’ ตามตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ‘ยาร์ดสติก(Yardstick)’ ซึ่งวัดมูลค่าจากพลังการขุดและโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย แทนที่จะดูแต่ราคาเพียงอย่างเดียว ทำให้มีมุมมองว่าแม้ราคาอ่อนตัว แต่ ‘พื้นฐานเครือข่าย’ ยังแข็งแรง และช่องว่างระหว่างมูลค่าที่แท้จริงกับราคาตลาดยิ่งกว้างขึ้น
‘ยาร์ดสติก’ ของบิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัด ‘มูลค่าที่แท้จริงแบบไดนามิก’ คล้ายกับ ‘ค่า PER’ ในตลาดหุ้น เพียงแต่ไม่ได้ใช้กำไรบริษัท แต่ใช้ปริมาณ ‘งานด้านพลังงาน’ ที่ถูกใช้ในการดูแลความปลอดภัยและการทำงานของเครือข่ายบิตคอยน์แทน พลังงานดังกล่าววัดผ่าน ‘แฮชเรต(Hashrate)’ หรือกำลังขุดรวมของนักขุดทั่วโลก จากนั้นนำมาคำนวณเทียบกับมูลค่าตลาด (Market Cap) เพื่อดูว่าราคาแพงหรือต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพของเครือข่าย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์(Charles Edwards) ผู้ก่อตั้งบริษัทลงทุนคริปโต ‘คาปรี올 อินเวสต์เมนต์(Capriol Investment)’ ระบุผ่าน X ว่า ดัชนี ‘ยาร์ดสติก’ ของบิตคอยน์(BTC) อยู่ในระดับ ‘ต่ำกว่าปกติชนิดหลุดกราฟ (off the chart)’ ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นภาวะ ‘ต่ำกว่ามูลค่าอย่างรุนแรง’ หรือ ‘extreme undervaluation’
ด้านสถิติดัชนี ยาร์ดสติกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ร่วงลงตามการอ่อนตัวของราคาบิตคอยน์และกำลังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ ‘เฉลี่ย -1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)’ ซึ่งในโมเดลนี้ถูกจัดให้อยู่ในโซน ‘ราคาถูก’ หรือ ‘ต่ำกว่ามูลค่า’ หากเทียบกับประวัติย้อนหลังแล้ว ภาวะลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นชัดเจนในช่วงตลาดขาลงปี 2022 แต่รอบนี้ระดับการลดลงของยาร์ดสติกถือว่า ‘ลึก’ กว่าช่วงนั้นอีก เอ็ดเวิร์ดส์ถึงกับเน้นย้ำว่าตอนนี้ ‘ยาร์ดสติกของบิตคอยน์อยู่ในภาวะถูกกดราคาหนักอย่างแท้จริง’
อย่างไรก็ตาม การที่ตัวชี้วัดชี้ว่า ‘ถูก’ ไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัวขึ้นทันที ย้อนดูข้อมูลในอดีต ช่วงที่ยาร์ดสติกลงมาอยู่ในโซนต่ำกว่ามูลค่ามักจะ ‘ค้างอยู่’ เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว ทำให้นักลงทุนที่ใช้ดัชนีนี้มักจะมองในกรอบ ‘ระยะกลางถึงยาว’ มากกว่าจะใช้เป็นสัญญาณเข้าออกระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ‘ความคิดเห็น’ ดัชนีนี้จึงดูจะเหมาะสำหรับการประเมินว่าบิตคอยน์อยู่โซนถูกหรือแพงเชิงโครงสร้าง มากกว่าการใช้ทำนายทิศทางในสัปดาห์หน้าหรือเดือนหน้า
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเคลื่อนไหว ‘ผิดจังหวะ’ ของยาร์ดสติกเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ แต่ดัชนีกลับดีดกลับขึ้นมาใกล้โซนปกติอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงของราคา แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ ‘แฮชเรต’ โดยตรง
ปลายเดือนนั้น สหรัฐอเมริกาถูกพายุหิมะครั้งใหญ่ถล่ม กระทบระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผู้ให้บริการเหมืองขุดบิตคอยน์ต้องลดการใช้ไฟหรือหยุดเดินเครื่องชั่วคราว แฮชเรตรวมของเครือข่ายจึงดิ่งลงอย่างฉับพลัน เมื่อ ‘กำลังขุด’ ลดลง แต่มูลค่าตลาดยังไม่ได้ปรับตาม ยาร์ดสติกจึงกระโดดขึ้นสู่โซนที่ดู ‘แพงขึ้น’ ทันทีจากมุมมองเชิงโมเดล
หลังจากนั้น ก่อนที่แฮชเรตจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิม ราคาบิตคอยน์กลับร่วงลงแรงอีกรอบในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ยาร์ดสติกกลับตัวลงต่ออย่างรุนแรง จนลงมาสู่โซนต่ำกว่ามูลค่าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ในแง่นี้ ภาพของ ‘ความถูก’ ที่ดัชนีสะท้อนออกมา จึงปนด้วยผลกระทบจากปัจจัยภายนอกชั่วคราวอย่างสภาพอากาศและปัญหาพลังงาน ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนจึงควรมองตัวเลขนี้คู่กับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น รายได้ของนักขุด ต้นทุนไฟฟ้า และการกระจายตัวของเครือข่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความเกินจริงจากเหตุการณ์ชั่วคราว
ล่าสุดราคาบิตคอยน์(BTC) รีบาวด์กลับขึ้นมาเหนือ 71,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หากคิดด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์เท่ากับ 1,498.40 บาท จะอยู่ราวประมาณ 1,06 ล้านบาทต่อ 1 BTC แม้ราคาจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด แต่เมื่อเทียบกับ ‘ยาร์ดสติก’ แล้ว บิตคอยน์ยังคงถูกจัดให้อยู่ในโซน ‘ต่ำกว่ามูลค่า’ ทำให้มีมุมมองว่าตลาดยังไม่ได้ ‘สะท้อนพลังเครือข่าย’ อย่างเต็มที่
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ช่องว่างระหว่างมูลค่าตามเครือข่ายกับราคาปัจจุบันอาจสะท้อนว่า นักลงทุนระยะสั้นยังมีความระมัดระวังสูง ขณะที่ฝั่งนักขุดและโครงสร้างเครือข่ายยังเดินหน้าขยายตัวต่อเนื่อง แต่อีกมุมหนึ่งก็เตือนว่า การใช้ยาร์ดสติกเพียงตัวเดียวเพื่อสรุปทิศทางตลาดอาจเสี่ยงเกินไป โดยเฉพาะในภาวะที่ปัจจัยมหภาค เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ หรือสภาพคล่องดอลลาร์ ยังผันผวน
ท้ายที่สุด สัญญาณจาก ‘ยาร์ดสติก’ ในตอนนี้จึงถูกมองเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ‘พื้นฐานระยะยาว’ ของบิตคอยน์(BTC) ยังแข็งแรงเมื่อเทียบกับราคาในตลาด ซึ่งกำลังเผชิญแรงเหวี่ยงจากกระแสเก็งกำไรและอารมณ์ระยะสั้นมากกว่า สำหรับนักลงทุนระยะยาว ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันมุมมองว่า บิตคอยน์อาจยังไม่ถูกประเมินมูลค่าเต็มที่ ในขณะที่นักเทรดระยะสั้นอาจต้องใช้ดัชนีนี้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับจังหวะตลาดที่ยังผันผวนสูงในปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0