Apex Group เดินหน้าขยายธุรกิจโทเคนไรซ์ ‘สินทรัพย์โลกจริง (RWA)’ ด้วยการนำโครงสร้างผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงการขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ มาขึ้นเครือข่าย ‘Base’ เลเยอร์โฟร์ของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ที่พัฒนาโดยกระดานเทรดสหรัฐ ‘โคอินเบส(COIN)’ แนวคิดคือย้าย ‘โน้ตสำหรับสถาบัน (structured note)’ แบบดั้งเดิมขึ้นบนบล็อกเชน เพื่อให้การรับ–โอน–บริหารความเสี่ยงจาก ‘แฮชเรตการขุดบิตคอยน์’ ทำได้ง่ายขึ้นและโปร่งใสมากขึ้นบนเชน
Apex Group ซึ่งเป็นบริษัทบริการกองทุนระดับโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (เวลาท้องถิ่น) ว่าจะทำการโทเคนไรซ์ผลิตภัณฑ์โครงสร้างสำหรับนักลงทุนสถาบันชื่อ ‘Omnes Mining Note (OMN)’ โดยออกและบริหารบนเครือข่าย Base โทเคนดังกล่าวผูกกับ ‘แฮชเรตของบิตคอยน์’ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกำลังประมวลผลที่ใช้ในการยืนยันธุรกรรมและสร้างบิตคอยน์ใหม่ผ่านกระบวนการขุด
ดีลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนสถาบันนอกสหรัฐได้ ‘รับเอ็กซ์โปเชอร์จากการผลิตบิตคอยน์ใหม่’ โดยไม่ต้องรับมือกับความยุ่งยากเชิงปฏิบัติการของธุรกิจขุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหมือง การจัดหาเครื่องขุด การบริหารต้นทุนพลังงาน หรือการรับมือกฎระเบียบ Apex ชี้ว่าโครงสร้างดังกล่าวเปิดโอกาสให้เข้าถึงเศรษฐศาสตร์ของการขุดบิตคอยน์ โดยลดภาระในการดำเนินงานตรงหน้าของนักลงทุนลงอย่างมาก
ผลิตภัณฑ์ ‘Omnes Mining Note’ มีอายุสัญญา 36 เดือน แต่ละหน่วยของ OMN ถูกค้ำด้วยแฮชเรตคงที่ระดับ 1 เพตะแฮชต่อวินาที (1 PH/s) ของเครือข่ายบิตคอยน์ โครงสร้างความเป็นเจ้าของจะถูกบันทึกในรูปแบบ ‘สมุดทะเบียน (book-entry)’ และสะท้อน (‘มิเรอร์’) ขึ้นบนเชนพร้อมกัน ทำให้ผู้ถือสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ทั้งในระบบดั้งเดิมและบนบล็อกเชน
สำหรับมาตรฐานบนเชน Apex เลือกใช้ ‘ERC-3643’ ซึ่งเป็นโปรโตคอลบนอีเธอเรียมที่พัฒนาโดย Tokeny บริษัทโทเคนไรซ์ RWA ที่ Apex เข้าถือหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ERC-3643 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินทรัพย์แบบ ‘permissioned’ ที่ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และการควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวด จึงเหมาะกับโทเคนที่มีลักษณะเป็น ‘โน้ตสำหรับนักลงทุนสถาบัน’ ลักษณะนี้
‘ปีเตอร์ ฮิวจ์ส(Peter Hughes)’ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Apex Group ระบุว่า การโทเคนไรซ์เปิดทางให้โน้ตแบบเดิม ๆ มี ‘การเคลื่อนย้าย (mobility)’ และ ‘การใช้งาน (utility)’ ที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุน เขาย้ำว่าเมื่อผ่านกระบวนการโทเคนแล้ว นักลงทุนที่เข้าเกณฑ์จะสามารถโอน OMN บนเชนได้ และในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำโทเคนดังกล่าวไปใช้เป็นหลักประกันในตลาด ‘การปล่อยกู้แบบ permissioned’ ได้โดยไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ออกไปก่อน
‘ความคิดเห็น’ โครงสร้างแบบนี้ช่วยเพิ่มช่องทางการหมุนเวียนและการนำไปใช้ประโยชน์ของโทเคน ซึ่งอาจช่วยหนุน ‘สภาพคล่อง’ ของตลาดสินทรัพย์โทเคนไรซ์ ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้ Omnes ขยายการกระจายผลิตภัณฑ์ไปสู่ฐานผู้ลงทุนระดับโลกได้ง่ายขึ้นผ่านมาตรฐานเดียวบนเชน
ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Apex เพิ่งเปิดเผยความร่วมมือในฐานะตัวแทนโอน (transfer agent) และผู้ดูแลบันทึกมูลค่าสุทธิของกองทุน ‘Coinbase Bitcoin Yield Fund’ ซึ่งจะถูกนำมาให้บริการนักลงทุนผ่านเครือข่าย Base การประกาศโทเคนไรซ์ OMN ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Apex และโคอินเบส บนเครือข่าย Base ที่ชัดเจนขึ้นในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน
‘เจสซี พอลแล็ก(Jesse Pollak)’ หัวหน้าโครงการ Base ระบุว่า การนำผลิตภัณฑ์หนี้ที่มีพื้นฐานจากการขุด และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแล มาขึ้นบน Base คือ “ชัยชนะครั้งสำคัญ” เขาชี้ว่า ‘การเงินบนเชน (on-chain finance)’ ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับสินทรัพย์คริปโตเนทีฟเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับ ‘โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมโลกจริง’ อย่างธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ได้ด้วย
ในมุมมองของ ‘เอมมานูเอล มงเตโร(Emmanuel Montero)’ ซีอีโอของ Omnes ผู้ดูแล OMN นั้น การขุดบิตคอยน์คือกลไกทางเศรษฐกิจที่มีเอกลักษณ์ เขาอธิบายว่าการขุดเป็น “เมคานิซึมเดียวที่ใช้สร้างบิตคอยน์ใหม่ผ่านโปรโตคอลของเครือข่าย” และแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกลยุทธ์สร้างผลตอบแทน (yield) ที่อาศัยการนำ ‘บิตคอยน์เดิมที่มีอยู่แล้ว’ มารีไซเคิลหรือกระจายซ้ำในระบบการให้กู้ยืมหรือดีฟาย
‘ความคิดเห็น’ การที่กระแสโทเคนไรซ์ RWA ขยับจากสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือหน่วยลงทุนกองทุน มายังเอ็กซ์โปเชอร์ที่ผูกกับ ‘แฮชเรตการขุดบิตคอยน์’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัล อาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับเศรษฐกิจเครือข่ายคริปโตในระดับลึกขึ้น
อย่างไรก็ดี แฮชเรตและความสามารถในการทำกำไรของการขุดบิตคอยน์ยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาเหรียญ ระดับความยากในการขุด ค่าไฟฟ้า หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในประเทศต่าง ๆ ซึ่งล้วนส่งผลให้ความผันผวนสูง การจับคู่ระหว่าง ‘กฎเกณฑ์–โครงสร้างพื้นฐาน’ กับ ‘การเงินบนเชน’ ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง OMN จึงยังต้องจับตาว่าในระยะยาว มาตรฐานแบบใดและโครงสร้างการซื้อขายรูปแบบใดจะถูกยอมรับเป็นมาตรฐานกลางของตลาด RWA ที่ผูกกับอุตสาหกรรมการขุดบิตคอยน์ต่อไป
ความคิดเห็น 0