Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เอทีน่า(ENA) ดันทุนสำรองสเตเบิลคอยน์ USDe รุกปล่อยกู้สถาบัน–ลงทุน RWA หวังลดพึ่งดีไฟ

เอทีน่า(ENA) เดินหน้าขยายกลยุทธ์บริหารทุนสำรองของสเตเบิลคอยน์ ‘USDe’ เข้าสู่ตลาดปล่อยกู้สถาบันอย่างเต็มตัว หลังจากเดิมเน้นอยู่ในโลกการเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi) เป็นหลัก ถือเป็นการขยับเข้าใกล้โครงสร้าง ‘การเงินดั้งเดิม’ มากขึ้น โดยยังคงชูจุดขายด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจ

เอทีน่า แล็บส์เผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำสัญญาปล่อยกู้โดยตรงกับ แองโคร리지 ดิจิทัล, เมเปิล และ คอยน์เบส แอสเซ็ตแมเนจเมนต์ โครงสร้างดีลจะใช้ทุนสำรองของ USDe ปล่อยกู้ในรูป ‘สเตเบิลคอยน์’ ขณะที่ฝั่งผู้กู้ต้องวางหลักประกันเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอย่าง บิตคอยน์(BTC) และ อีเธอเรียม(ETH)

หลักประกันทั้งหมดจะถูกเก็บในโครงสร้าง ‘การดูแลทรัพย์สินแบบสามฝ่าย’ หรือ ‘triparty custody’ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงด้านการดูแลสินทรัพย์ของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย

เงื่อนไขการปล่อยกู้แต่ละสัญญาจะถูกกำหนดอย่างเข้มงวดตามเกณฑ์ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของเอทีน่า ทั้ง ‘อัตราหลักประกันขั้นต่ำ’, ‘เพดานความเสี่ยงต่อคู่สัญญา’, ‘เงื่อนไขการชำระบัญชีอัตโนมัติ’ ไปจนถึงโครงสร้างอายุสัญญา โดยให้ความสำคัญกับการลด ‘ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง’ ในกรณีมีการไถ่ถอน USDe จำนวนมากในเวลาเดียวกัน

‘กลยุทธ์ USDe’ ขยายสู่การปล่อยกู้สถาบัน ต่อยอดจากดีไฟ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการต่อยอดโครงสร้างปล่อยกู้บนดีไฟ เช่น เอฟฟ์(AAVE) และ มอร์โฟ(Morpho) ไปสู่กลุ่ม ‘นักลงทุนสถาบัน’ เอทีน่าย้ำว่า โครงสร้างโดยรวมยังคงคล้ายเดิม แต่มีการยกระดับคุณภาพของฝ่ายคู่สัญญาและสินทรัพย์ค้ำประกันให้เข้มข้นขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างทุนสำรองของ USDe เดิมทีรายได้หลักมาจากกลยุทธ์ ‘อาร์บิทราจฟิวเจอร์ส–สปอต’ หรือ ‘เบซิสเทรด’ แต่ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวถูกลดลงเหลือราว 11% ที่เหลือถูกถ่ายเทไปอยู่ในรูปทุนสำรองสเตเบิลคอยน์และสินเชื่อบนดีไฟ

พร้อมกันนี้ เอทีน่ายังเสนอให้ยกเครื่องโมเดล ‘ระยะเวลารอเลิกสเตก 7 วัน’ ให้กลายเป็น ‘โมเดลแบบไดนามิก’ ที่สามารถปรับให้สอดคล้องกับสภาพสภาพคล่องของตลาดในปัจจุบัน แทนที่จะผูกติดกับกรอบเวลาคงที่เพียงแบบเดียว

ฝั่งอุปทาน ‘USDe’ เองก็หดตัวลงชัดเจน มูลค่าตลาดที่เคยพุ่งแตะราว 14.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 22 ล้านล้านวอน) ลดลงอย่างมากหลังการปรับฐานรุนแรงเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ปัจจุบันมูลค่าตลาดเหลือราว 5.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.9 ล้านล้านวอน)

กระจายรายได้: RWA หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และสินเชื่อไพรม์

การปล่อยกู้สถาบันเป็นเพียงหนึ่งใน ‘4 เสาหลัก’ ของกลยุทธ์ใหม่ที่เอทีน่านำเสนอ อีกสามด้านคือ ‘การลงทุนในสินทรัพย์จริง(RWA)’, ‘การใช้สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนดของหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์’ และ ‘การปล่อยสินเชื่อไพรม์ให้บริษัทเทรดดิ้ง’

ในบรรดาแนวทางเหล่านี้ การรุกตลาด ‘สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนด (perpetual futures)’ ของหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ถือว่าน่าจับตาเป็นพิเศษ หลังจาก ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) เปิดตัวข้อเสนอ HIP-3 ตลาด perps กลุ่มนี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าโอเพ่นอินเทอเรสต์พุ่งจากราว 70 ล้านดอลลาร์ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ในเวลาไม่นาน

เอทีน่ายกตัวอย่าง ‘ฟิวเจอร์สทองคำ’ เพื่ออธิบายโอกาสทำกำไรแบบ ‘เดลต้านิวทรัล’ โดยอ้างข้อมูลว่า ณ เดือนมีนาคม อัตราค่าฟันดิงเฉลี่ยของสัญญาทองคำแบบไม่มีกำหนดบนไบแนนซ์อยู่ที่ราว 24.6% เปิดช่องให้ดึงผลตอบแทนส่วนเกินเข้าสู่ ‘กลยุทธ์ของ USDe’ ได้

ด้าน RWA เอทีน่าวางแผนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วงแรกจะจำกัดอยู่ในตราสารคุณภาพสูง เช่น ‘CLO ระดับ AAA ที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้’ จากนั้นจึงขยายสู่กองทุนพันธบัตรบริษัทคุณภาพดี และตราสารเครดิตระยะสั้นประเภทอื่น

ความเห็น: การดึง RWA และ perps หุ้น–สินค้าโภคภัณฑ์เข้ามาในพอร์ตสำรองของ ‘USDe’ สะท้อนความพยายามสร้าง ‘รายได้หลากหลายแหล่ง’ แทนการพึ่งพาเบซิสเทรดในคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่ก็แลกมากับความซับซ้อนและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สูงขึ้น

ราคา ENA ยังไม่ฟื้น ระหว่างทางแยก ‘รีบาวด์หรือขาลงยาว’

ด้านตลาดโทเค็น เอทีน่า(ENA) เคลื่อนไหวในทิศทางผสม แม้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นราว 9% แต่หากเทียบกับจุดสูงสุดเมื่อ 2 ปีก่อน ยังอยู่ในระดับที่ลดลงกว่า 94%

‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า กลยุทธ์ใหม่รอบนี้คือความพยายามเพิ่ม ‘ความยั่งยืน’ ให้ระบบนิเวศของ USDe อย่างชัดเจน จากโมเดลรายได้ที่ผูกกับดีไฟเป็นหลัก สู่โครงสร้างที่ขยายไปยังนักลงทุนสถาบันและ ‘สินทรัพย์จริง’ ผลตอบแทนจึงอาจมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การถ่วงดุลระหว่าง ‘ความปลอดภัยของผู้ถือ USDe’ กับ ‘ความสามารถในการทำกำไร’ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในระยะต่อไป หากเอทีน่าสามารถควบคุมความเสี่ยงสภาพคล่องและเครดิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดใหม่ๆ ได้ กลยุทธ์นี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้ง USDe และโทเค็น ENA แต่หากผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ความเชื่อมั่นที่เพิ่งเริ่มฟื้นก็อาจสั่นคลอนได้อีกครั้งเช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1