โพลิกอน(MATIC) ปรับใช้ฮาร์ดฟอร์ก ‘จูเลียโน(Giugliano)’ บนเมนเน็ตเมื่อวันที่ 8 เมษายน (เวลาท้องถิ่น) ทำให้เวลาในการยืนยันธุรกรรม (finality) ลดลงราว ‘2 วินาที’ โดยมุ่งลด ‘ต้นทุนความล่าช้า’ ของบริการด้านการชำระเงินและสินทรัพย์จริงบนบล็อกเชน (RWA) เป็นหลัก
ฮาร์ดฟอร์กครั้งนี้ถูกเปิดใช้งานที่บล็อก 85,268,500 และมูลนิธิโพลิกอนระบุว่า ณ เวลา 14.00 น. (UTC) ของวันเดียวกัน การอัปเกรดเสร็จสิ้นโดยไม่พบปัญหา โครงสร้างใหม่เปิดทางให้ผู้สร้างบล็อกสามารถ ‘ประกาศบล็อกล่วงหน้า’ ตั้งแต่ช่วงต้นของรอบการยืนยัน ส่งผลให้เวลารอที่ตัวตรวจสอบ (validator) ต้องใช้ก่อนนับเป็นการยืนยันขั้นสุดท้ายลดลง
การลดเวลา ‘2 วินาที’ นี้ถูกมองว่าเชื่อมโยงโดยตรงกับ ‘ประสิทธิภาพที่ผู้ใช้สัมผัสได้’ ฮาร์ดฟอร์ก ‘จูเลียโน’ (PIP-83) ไม่ใช่แค่การจูนระบบ แต่เป็นการอัปเดตที่เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานสำหรับแอปชำระเงินและแพลตฟอร์ม RWA บนโพลิกอน(MATIC) โดยเฉพาะ เพราะ ‘ดีเลย์ของการยืนยัน’ คือทั้งความเสี่ยงและต้นทุนของผู้ให้บริการ การย่นเวลายืนยันลง 2 วินาที จึงถูกประเมินว่าช่วยยกระดับทั้งความเสถียรของการชำระเงินและความลื่นไหลของการตอบสนองบนเครือข่าย
ก่อนหน้านี้ โครงสร้างเดียวกันถูกทดสอบบนเทสต์เน็ต ‘อะมอย(Amoy)’ และพบการปรับปรุงเวลาในการยืนยันราว 2 วินาทีเช่นกัน ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือ ตัวเลขปรับปรุงบนเมนเน็ตจะ ‘คงที่และเสถียร’ แค่ไหนภายใต้สภาวะการใช้งานจริง
ด้าน ‘โครงสร้างค่าธรรมเนียม’ ก็ถูกปรับใหม่ ฮาร์ดฟอร์กครั้งนี้ฝังค่า ‘ค่าธรรมเนียม (fee parameters)’ ไว้ในส่วนเฮดเดอร์ของบล็อกโดยตรง พร้อมเปิดตัว RPC endpoint ใหม่สำหรับเรียกดูข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำให้กระเป๋าเงินและแอปพลิเคชันดีแอปสามารถดึง ‘ข้อมูลค่าธรรมเนียมจากบล็อก’ โดยตรง ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา API ภายนอกในการคำนวณ ส่งผลให้ระบบคาดการณ์ค่าแก๊สเรียบง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่ระดับแอปพลิเคชัน
ฝั่งผู้รันโหนดจำเป็นต้องอัปเกรดไคลเอนต์เป็น Bor เวอร์ชัน 2.7.0 หรือ Erigon เวอร์ชัน 3.5.0 ขึ้นไป หากไม่อัปเดต โหนดดังกล่าวจะหลุดออกจากกลไกฉันทามติของเครือข่ายหลังบล็อกอัปเกรด
แม้ ‘จูเลียโน’ จะไม่ใช่ฮาร์ดฟอร์กเพื่อเพิ่มปริมาณธุรกรรมต่อวินาที(TPS) แต่ถือเป็นการเก็บงานด้าน ‘ความหน่วง (latency)’ และโครงสร้างข้อมูล เพื่อปูฐานให้กับการขยายขนาดในอนาคต แผนระยะยาวอย่างโรดแมป ‘กิกะแก๊ส(Gigagas)’ ที่ตั้งเป้า TPS ระดับแสนต่อวินาทีจึงถือว่าเป็นอีกเฟสหนึ่งต่างหาก ‘ความคิดเห็น’ การจัดลำดับให้แก้ปัญหาความล่าช้าก่อน แล้วค่อยยกระดับด้านปริมาณ เป็นวิธีลดความเสี่ยงเชิงเทคนิคเมื่อเข้าสู่การอัปเกรดขนาดใหญ่
ที่น่าสนใจคือ บางส่วนของการเปลี่ยนแปลงใน PIP-66 ซึ่งเคยรวมอยู่ในฮาร์ดฟอร์ก ‘บิไล(Bhilai)’ และถูกย้อนกลับ (rollback) ไปก่อนหน้านี้ ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในครั้งนี้หลังผ่านการปรับปรุงและทดสอบเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าทีมพัฒนายังเดินหน้าตามแนวทางเดิม แต่ให้ความสำคัญกับความเสถียรเป็นอันดับแรก
ในบริบทการแข่งขันของเครือข่ายเลเยอร์ 2 ปัจจุบัน อาร์บิทรัม(ARB) และออปติมิซึม(OP) ซึ่งใช้โครงสร้าง ‘ออปติ มิสติก โรลอัป’ ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาแชลเลนจ์ 7 วัน เป็นดีไซน์ที่มี ‘ดีเลย์เชิงโครงสร้าง’ ฝังอยู่ ขณะที่โครงสร้างแบบ ZK โรลอัปให้ ‘การยืนยันเกือบจะทันที’ แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายด้านการพิสูจน์ที่สูง
โพลิกอน(MATIC) เลือกใช้โมเดล ‘ไซด์เชน’ ที่มีชุดตัวตรวจสอบของตัวเอง แทนที่จะเป็น L2 แบบโรลอัปเต็มรูปแบบ การอัปเดตครั้งนี้จึงมีความหมายในเชิง ‘รีดประสิทธิภาพสูงสุดจากสถาปัตยกรรมเดิม’ โดยเน้นการดัน ‘ความเร็วการยืนยันเนทีฟ’ ให้สูงขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด
สุดท้าย ผลลัพธ์ของ ‘จูเลียโน’ จะถูกวัดจากคำถามเดียว คือ เครือข่ายเมนเน็ตสามารถรักษาการลดเวลา 2 วินาทีได้อย่างเสถียรแค่ไหน หากทำได้ตามที่ออกแบบ โพลิกอน(MATIC) มีโอกาสไล่ช่องว่างด้าน ‘ประสบการณ์ใช้งานที่รวดเร็ว’ ให้แคบลงอีกขั้น ท่ามกลางสนามแข่งของบล็อกเชนสำหรับแอปชำระเงินและ RWA ที่เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดเห็น 0