Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เอฟแวฟ(AAVE) ร่วงกว่า 75% ท่ามกลางดราม่าธรรมาภิบาล-ทีมหลักทยอยถอนตัว แม้ตัวเลขดิไฟยังแข็งแกร่ง

เอฟแวฟ(AAVE) กำลังเผชิญแรงขายอย่างหนักทั้งจากภาวะซบเซาในตลาดดิไฟ(DeFi) และ ‘ความขัดแย้งด้านธรรมาภิบาลภายใน’ ที่ปะทุรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง แม้ตัวเลขพื้นฐานของโปรโตคอลยังดูแข็งแรง แต่ทิศทางราคาของโทเคนกลับสวนทางอย่างชัดเจน จนสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาด

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เอฟแวฟ(AAVE) ร่วงลงไปแตะช่วงอินทราเดย์ราว 85 ดอลลาร์ ก่อนรีบาวด์เล็กน้อยขึ้นมาแถว 88 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2025 เคยทำไว้ที่ 356 ดอลลาร์ เท่ากับว่าร่วงลงมาประมาณ 75% ในช่วงเดียวกัน บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) กลับเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น สะท้อน ‘ภาวะราคาดีคัปปลิง’ ที่เริ่มมองเห็นได้ชัดเจน

ความอ่อนแอรอบล่าสุดไม่ได้เกิดจากสภาพตลาดดิไฟที่ย่ำแย่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยโครงสร้างภายในโปรเจกต์ที่สั่นคลอนเข้ามาซ้ำเติม โดยหน่วยงานบริหารความเสี่ยงหลักอย่าง เคออส แล็บส์(Chaos Labs) ประกาศยุติการทำงานร่วมกับเอฟแวฟ(AAVE) อ้างเหตุผลจากความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน ทั้งเรื่องทิศทางการบริหารความเสี่ยงและ ‘โครงสร้างค่าตอบแทน’ ของทีม

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน บีจีดี แล็บส์(BGD Labs) ก็ถอนตัวออกจากโปรเจกต์ โดยชี้ปัญหา ‘การรวมศูนย์อำนาจการพัฒนา’ เป็นประเด็นสำคัญ ถัดจากนั้น เอเอฟวี แชน อินนิชิเอทีฟ(ACI: Aave Chan Initiative) ก็ประกาศหยุดมีส่วนร่วมกับ DAO ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มาร์ก เซลเลอร์(Marc Zeller) จาก ACI ถึงขั้นเรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็น “การสูญเสียบุคลากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอฟแวฟ”

ความขัดแย้งชุดนี้เริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อหนึ่งในผู้รับมอบสิทธิ์ลงคะแนนค้นพบว่า เอฟแวฟ แล็บส์(Aave Labs) กำลังดึง ‘ค่าธรรมเนียมการใช้อินเทอร์เฟซ’ ประมาณสัปดาห์ละ 200,000 ดอลลาร์ ไปถือครองเองแทนที่จะส่งต่อให้ DAO เป็นผู้จัดการ จนกลายเป็นชนวนดราม่าลุกลาม

จากประเด็นค่าธรรมเนียม การถกเถียงขยายตัวไปสู่เรื่อง ‘สิทธิของผู้ถือโทเคน’ การเป็นเจ้าของแบรนด์ และดุลอำนาจระหว่าง DAO กับทีมพัฒนา บีจีดีโคฟาวเดอร์ เออร์เนสโต โบอาโด(Ernesto Boado) เสนอข้อเรียกร้องให้หันไปสู่โครงสร้างที่ ‘เน้น DAO เป็นศูนย์กลาง’ มากขึ้น แต่ผู้ก่อตั้งอย่าง สตานี คูเลซชอฟ(Stani Kulechov) ออกโรงคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่าอาจ ‘ขัดขวางการเติบโตของโปรโตคอล’ ในระหว่างการโต้เถียงนั้น ราคาของเอฟแวฟ(AAVE) ร่วงไปอีกราว 20%

ในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขเชิงธุรกิจของเอฟแวฟยังคงดูแข็งแรง ตามข้อมูลจากดีไฟลามา(DeFiLlama) มูลค่ารวมที่ถูกล็อก(TVL) ของโปรโตคอลสูงกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ รักษาสถานะแพลตฟอร์มปล่อยกู้รายใหญ่ที่สุดในตลาดดิไฟไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ‘กำไรสุทธิ’ ในปี 2025 ทำได้ราว 124 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ราคาของโทเคนกลับเดินอีกเส้นทางหนึ่ง ปัจจุบัน เอฟแวฟ(AAVE) ซื้อขายกันต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในปี 2021 ที่ 666 ดอลลาร์ ถึงราว 86% และยังทำผลงาน ‘ต่ำกว่าตลาด’ แม้ในช่วงที่สินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่กลับมาเป็นขาขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้โปรเจกต์จะประกาศตัวว่า ‘กระจายศูนย์’ แค่ไหน แต่โครงสร้าง ‘ธรรมาภิบาล’ ยังเป็นตัวแปรชี้ชะตาที่สำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาด หากเอฟแวฟ(AAVE) ไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งภายในและปรับสมดุลอำนาจระหว่าง DAO กับทีมพัฒนาได้ ความแข็งแกร่งด้านรายได้และตัวเลขโปรโตคอลอาจไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ ‘มูลค่าของโทเคน’ ฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนกำลังจับตาดูว่าทีมจะตอบสนองต่อแรงกดดันนี้อย่างไร เพราะนี่อาจกลายเป็นเคสศึกษาเรื่องธรรมาภิบาลสำคัญของโลกดิไฟในยุคต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1