Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แซแคช(ZEC) ปรับสมดุล ‘ความเป็นส่วนตัว–กำกับดูแล’ ด้วย Zero-Knowledge Proof และโมเดลรางวัลผู้ก่อตั้ง

สกุลเงินดิจิทัลเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่าง ‘แซแคช(ZEC)’ กำลังถูกจับตาในตลาดคริปโต หลังนำเทคโนโลยี ‘พิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล(Zero-Knowledge Proof)’ หรือ ‘영지식 증명’ มาใช้สร้างโครงสร้างการทำธุรกรรมแบบเลือกเปิดเผยได้ ผู้ใช้สามารถกำหนดเองว่าจะปกปิดข้อมูลธุรกรรมทั้งหมด หรือเปิดให้ตรวจสอบได้บางส่วน ทำให้แซแคชถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ‘เหรียญความเป็นส่วนตัว’ ที่มีแนวทางต่างจากคู่แข่งรายอื่น

แซแคช(ZEC) เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชนที่มุ่งปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกรรม ทั้งประวัติการโอน ยอดเงินที่โอน รวมถึงที่อยู่กระเป๋าเงิน โดยอาศัยเทคโนโลยี ‘พิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล’ ที่ช่วยยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดให้ทุกคนบนเครือข่ายเห็น โครงสร้างนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกได้ 2 รูปแบบ คือ ‘ธุรกรรมโปร่งใส’ ที่เปิดข้อมูลต่อสาธารณะเหมือนบิตคอยน์(BTC) และ ‘ธุรกรรมแบบป้องกัน (Shielded)’ ที่ซ่อนทั้งคู่สัญญาและจำนวนเงินอย่างสมบูรณ์

ความโดดเด่นของแซแคชอยู่ที่แนวคิด ‘ความเป็นส่วนตัวแบบเลือกได้’ ไม่ใช่ ‘การปิดบังทั้งหมด’ แตกต่างจากโมเนโร(XMR) ที่ออกแบบให้ธุรกรรมถูกปกปิดโดยอัตโนมัติ แซแคชเปิดช่องให้ผู้ใช้และองค์กรตัดสินใจเองว่าจะเก็บข้อมูลธุรกรรมเป็นส่วนตัว หรือยอมเปิดให้ตรวจสอบเพื่อเหตุผลด้านการเงินและกฎระเบียบ โครงสร้างแบบนี้ถูกมองว่าเป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นต่อสภาพแวดล้อมด้านกฎหมาย และช่วยให้สถาบันการเงินหรือองค์กรมีทางเลือกมากขึ้นในการใช้เหรียญความเป็นส่วนตัว

ด้วยรูปแบบดังกล่าว แซแคชจึงตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานรายบุคคลที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนตัว และภาคธุรกิจที่ต้องการความโปร่งใสในระดับที่ตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันยังรักษาความลับในส่วนที่จำเป็น ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางรายมองว่า โครงสร้างของแซแคชอาจเป็นตัวอย่างของ “จุดสมดุลใหม่ระหว่างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และความต้องการด้านกำกับดูแลของรัฐ” ที่โปรเจกต์คริปโตอื่นอาจนำไปต่อยอด

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของแซแคชคือโครงสร้างเงินทุนพัฒนาระบบที่เรียกว่า ‘รางวัลผู้ก่อตั้ง(Founder's Reward)’ ซึ่งกันส่วนหนึ่งของรางวัลบล็อกมาใช้เป็นงบเพื่อพัฒนาและดูแลระบบนิเวศ รางวัลนี้ถูกจัดสรรให้แก่บริษัทพัฒนาโปรโตคอลอย่าง อิเล็กทริก คอยน์ คอมปานี(Electric Coin Company) และองค์กรไม่แสวงหากำไร แซแคช ฟาวเดชัน(Zcash Foundation) เพื่อนำไปใช้ในงานวิจัย ปรับปรุงโปรโตคอล และบำรุงรักษาเครือข่ายในระยะยาว

โมเดลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นข้อได้เปรียบด้านความยั่งยืน เมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC) ที่ไม่มีการกันงบพัฒนาจากระดับโปรโตคอลโดยตรง ทำให้แซแคชสามารถมีงบประมาณต่อเนื่องสำหรับการอัปเกรดและรักษาความปลอดภัยเครือข่าย ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างที่มีหน่วยงานหลักรับรางวัลบล็อกโดยตรงก็จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่องความเสี่ยงด้านการรวมศูนย์ และอำนาจตัดสินใจที่อาจกระจุกตัวในมือไม่กี่องค์กร

แม้แซแคช(ZEC) จะได้รับการยอมรับด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในฐานะโปรเจกต์ที่ประยุกต์ใช้ ‘พิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล’ ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ทิศทางของกฎระเบียบทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของเหรียญ ความกังวลเกี่ยวกับการใช้เหรียญความเป็นส่วนตัวเพื่อการฟอกเงินหรือกิจกรรมผิดกฎหมาย ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลหลายประเทศเข้มงวดมากขึ้น และมีกรณีที่บางแพลตฟอร์มเทรดคริปโตตัดสินใจเพิกถอนเหรียญประเภทนี้ออกจากรายการซื้อขาย

ถึงกระนั้น แนวคิด ‘การเปิดเผยข้อมูลแบบเลือกได้’ ของแซแคชก็ถูกมองว่าอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการยอมรับจากระบบการเงินดั้งเดิมในระยะยาว เพราะเปิดพื้นที่ให้ทั้งผู้ใช้งานและผู้กำกับดูแลสามารถหาจุดกึ่งกลางร่วมกันได้ ระหว่างการรักษาความเป็นส่วนตัวและการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน คำถามสำคัญคือ แซแคชจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่ารูปแบบนี้สามารถอยู่ร่วมกับกรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นได้จริง ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ขาดทิศทางของโปรเจกต์และราคาของ ZEC ในมุมมองระยะกลางถึงยาวต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1