ฮังการีปิดฉากรัฐบาลวิกตอร์ ออร์บานที่ยืนยาวมาถึง 16 ปีจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 เมษายน ขณะเดียวกัน ‘ท่าทีแข็งกร้าวต่อคริปโต’ ของประเทศก็มีโอกาสพลิกทิศ แต่ทว่าทิศทางนโยบายใหม่ยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ ทำให้ตลาดจับตา ‘ช่องว่างระหว่างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง’ กับ ‘ข้อเท็จจริงด้านกฎระเบียบคริปโต’ อย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) การเลือกตั้งทั่วไปของฮังการีจบลงด้วยชัยชนะของพรรคทีซา(Tisza Party) ที่มีแนวทางหนุนสหภาพยุโรป(EU) นำโดย เปเตอร์ มาจอร์(Péter Magyar) ซึ่งกวาดที่นั่งเกินครึ่งในสภา ส่งผลให้การเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมืองเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ออร์บานประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่การนับคะแนนในช่วงต้น กระแสการเมืองครั้งนี้ถูกมองว่ามีโอกาสส่งผลต่อท่าทีด้าน ‘กฎระเบียบคริปโต’ ของฮังการีที่เคยจัดอยู่ในกลุ่มเข้มงวดที่สุดใน EU อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนเรื่องการยกเลิกหรือผ่อนผันกฎหมายคริปโตในปัจจุบัน
‘โครงสร้างไล่บี้คริปโต’ ของฮังการี ถูกตั้งคำถามอย่างหนักตั้งแต่เริ่มบังคับใช้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับปรับปรุงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 ที่เพิ่มความเข้มข้นของการกำกับดูแล แก่นสำคัญคือการสร้างความผิดทางอาญาใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ ‘การให้บริการคริปโตโดยไม่มีใบอนุญาต’ และ ‘การใช้คริปโตในทางที่ผิด’ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
อย่างไรก็ดี กรอบดังกล่าวไม่ได้ยิงตรงไปที่การถือครองบิตคอยน์(BTC) ของรายย่อย หรือการใช้งานแพลตฟอร์มต่างประเทศโดยตรง แต่โฟกัสไปที่ผู้ให้บริการรายใหญ่ที่ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต หรือโปรเจกต์ที่ให้บริการโดยไม่มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า โครงกฎหมายถูกออกแบบมาเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างผู้ให้บริการ มากกว่าที่จะปิดประตูให้ชาวฮังการีเข้าถึงคริปโตโดยสิ้นเชิง
หัวใจจริงของระบบกำกับ คือ ‘โครงสร้างการรับรอง SARA’ ที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2025 เป็นต้นมา ทุกธุรกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างคริปโตกับเงินเฟียต รวมถึงคริปโตต่อคริปโต จะต้องผ่านใบรับรอง SARA ทั้งหมด ทำให้รัฐทำหน้าที่เป็น ‘ด่านควบคุมธุรกรรม’ ในเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่า ระบบนี้มีลักษณะคล้าย ‘เกตคีปเปอร์ระดับชาติ’ ที่ดันให้ตลาดต้องเคลื่อนไปอยู่ในมือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตในประเทศ และกันผู้เล่นต่างชาติออกไปโดยปริยาย
ผลกระทบในเชิงตลาดเริ่มสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีของบริษัทฟินเทคจากสหราชอาณาจักรอย่าง เรโวลูต(Revolut) ที่มีฐานผู้ใช้ในฮังการีมากกว่า 2 ล้านบัญชี เดิมทีเรโวลูตเปิดให้ลูกค้าในประเทศซื้อคริปโต ทำสเตกกิง และฝากคริปโตบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 บริษัทตัดสินใจหยุดให้บริการซื้อคริปโต การสเตก และการฝากคริปโตทั้งหมดสำหรับผู้ใช้ในฮังการี และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาการกลับมาให้บริการใหม่ ‘คำ’ กรณีเรโวลูต จึงถูกมองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการกำกับที่แข็งมากเกินไป อาจไม่ใช่แค่เพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ยังสามารถนำไปสู่การถอนบริการและความเสี่ยง ‘ทุนไหลออก’ จากประเทศได้จริง
คำถามสำคัญหลังการเปลี่ยนรัฐบาลคือ ‘โอกาสผ่อนคลายกฎคริปโต’ ภายใต้รัฐบาลพรรคทีซาจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด นักกฎหมายในยุโรปชี้ว่า การพลิกโครงสร้างกำกับปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน เพราะอย่างน้อยต้องผ่านขั้นตอนหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ การยกเลิกหรือปรับโครงสร้างระบบรับรอง SARA การแก้ไขหรือลบความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และการจัดการกรอบข้อพิพาททางกฎหมายกับ EU
ในมิติต่างประเทศ สหภาพยุโรปได้เปิดกระบวนการตรวจสอบการละเมิดกฎกับฮังการีไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ระบบรับรอง SARA ไปขัดแย้งกับกรอบกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลแบบรวมศูนย์ของยุโรปอย่าง ‘มีกา(MiCA)’ ซึ่งมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานเดียวกันในทุกประเทศสมาชิก การที่ฮังการีสร้างระบบรับรองพิเศษขึ้นมาอีกชั้น ถูกมองว่าเป็นการบั่นทอนหลักการดังกล่าว
หากพรรคทีซา ซึ่งมีจุดยืน ‘โปร-EU’ รับไม้บริหารประเทศเต็มตัว ข้อพิพาทกับ EU อาจคลี่คลายได้เร็วผ่านการปรับเชิงบริหาร เช่น การตีความกฎหมายหรือแนวทางบังคับใช้ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องรอการแก้กฎหมายเชิงลึกในทันที แหล่งข่าวในวงการกฎหมายยุโรปมองว่าประเด็นนี้อาจเป็นส่วนที่ ‘ขยับได้เร็วที่สุด’ ในกระบวนการผ่อนคลายกฎคริปโตของฮังการี
ในภาพรวม การเปลี่ยนขั้วอำนาจในฮังการีอาจกลายเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของการเปลี่ยนแปลงนโยบายคริปโตของประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิด ‘การปลดล็อกกฎคริปโต’ ในทันที ขณะนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ‘ทิศทางทางการเมือง’ ที่กำลังหมุนไปทางเดียวกับสหภาพยุโรปมากขึ้น ทว่าการแปลงทิศทางดังกล่าวเป็น ‘การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายจริง’ ยังต้องอาศัยเวลาและแรงเสียดทานทางการเมืองภายใน
จากมุมมองของตลาดคริปโต นักลงทุนและผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามทั้ง ‘สัญญาณนโยบาย’ และ ‘จังหวะการออกกฎหมาย’ ไปพร้อมกัน ‘คำ’ ประเด็นที่น่าจับตาคือ ฮังการีจะเลือกเดินเกม ‘จัดแนว’ กับกฎคริปโตของยุโรปภายใต้มีกา(MiCA) ด้วยความเร็วระดับใด และจะเปิดพื้นที่ให้บริการคริปโตระหว่างประเทศกลับเข้ามาในตลาดในรูปแบบใดบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่ของระบบนิเวศคริปโตในฮังการีในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0