ดีเจชื่อดัง ‘สตีฟ อาโอกิ(Steve Aoki)’ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ‘ผู้เผยแพร่ NFT’ รายใหญ่ของวงการคริปโต กำลังทยอยขาย ‘คริปโต’ ในพอร์ตของตัวเองเกือบทั้งหมด เหลือเพียง ‘NFT’ ชุดหลักอย่าง ‘บอร์ด เอพ ยอชต์ คลับ(BAYC)’ เอาไว้เท่านั้น สะท้อนภาพความจริงของตลาด NFT ที่ซบเซาหนักหลังผ่านช่วงกระแสฟีเวอร์ไปแล้ว
จากข้อมูล ‘ออนเชน’ ที่เผยแพร่โดยบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน อาคา́ม อินเทลลิเจนซ์(Akam Intelligence) ระบุว่า กระเป๋าเงินของสตีฟ อาโอกิได้ขายโทเคนมีมชื่อดังอย่าง ชิบะอินุ(SHIB) ทั้งหมดราว 1,785,000,000 โทเคน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,300 ดอลลาร์ หรือราว 1.52 ล้านบาท พร้อมทั้งแลก อีเธอเรียม(ETH) อีกราว 7.25 เหรียญ เป็นเงินราว 15,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.35 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าราว 29,650 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.39 ล้านบาท ก่อนย้ายเป็นสเตเบิลคอยน์ เทเธอร์(USDT) เข้าไปยังแพลตฟอร์มเทรด เจมินี(Gemini)
ก่อนหน้านี้ราว 2 สัปดาห์ เขายังถูกตรวจพบว่าขายโทเคนมีม เปเป้โค인(PEPE) ออกไปราว 4,155,000,000 โทเคน รับเงินประมาณ 14,700 ดอลลาร์ หรือใกล้เคียง 2.17 ล้านบาท ระหว่างนั้นก็มีธุรกรรมขนาดเล็กผ่านกระเป๋า เมตาแมสก์(MetaMask) ต่อเนื่อง มูลค่าตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันดอลลาร์
แม้มูลค่าการขายคริปโตครั้งนี้จะไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับพอร์ตของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาด แต่ ‘คำ’ ที่ทำให้ทุกคนจับตาคือ ‘ขาดทุน’ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนใน ‘NFT’ โดยเฉพาะ ‘BAYC’ ซึ่งแทบจะสะท้อนความจริงของตลาด NFT ทั้งระบบ
สตีฟ อาโอกิ เคยเข้าซื้อ NFT คอลเลกชัน ‘บอร์ด เอพ ยอชต์ คลับ(BAYC)’ จำนวน 7 ชิ้น ในช่วงที่ตลาด NFT พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดราวปี 2021 ด้วยมูลค่ารวมมากกว่า 800,000 ดอลลาร์ หรือราว 11.8 ล้านบาทในตอนนั้น แต่ราคาปัจจุบันของ NFT BAYC แต่ละชิ้นอยู่ที่ประมาณ 13,800 ดอลลาร์ หรือราว 2.04 ล้านบาท ทำให้มูลค่ารวมคอลเลกชันของเขาตอนนี้เหลือเพียงประมาณ 97,000 ดอลลาร์ หรือใกล้เคียง 1.43 ล้านบาทเท่านั้น เท่ากับว่าราคาหลุดลงมากว่า 88% เมื่อเทียบกับต้นทุนซื้อ
แม้เขายังไม่ได้ขาย BAYC ทั้ง 7 ชิ้นออกมา แต่ด้วยสภาพตลาด NFT ในปัจจุบัน นักวิเคราะห์จำนวนมากมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ช่องทางฟื้นทุน’ แทบไม่มีเหลือแล้ว ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนสถาบันบางรายถึงกับมองว่า BAYC กำลังกลายเป็นตัวอย่างคลาสสิกของ ‘สินทรัพย์กระแสฮิตชั่วคราว’ ที่ราคาผันผวนตามเทรนด์ มากกว่าจะยืนอยู่บนฐาน ‘ยูทิลิตี้’ ที่จับต้องได้
ช่วงกระแส NFT ฟีเวอร์ สตีฟ อาโอกิ เคยประกาศชัดว่า NFT จะกลายเป็น ‘ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแมส’ เขายังลงมือสร้างโปรเจ็กต์จริงในชื่อ ‘โดมินิออน X(Dominion X)’ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ทีวีซีรีส์ที่ผูกกับ NFT โดยร่วมงานกับนักแสดงฮอลลีวูด เซธ กรีน(Seth Green) คอลเลกชัน NFT ชุดแรก 500 ชิ้นถูกขายหมดภายในเวลาเพียง 30 วินาที สร้างความคึกคักให้ตลาดและถูกยกเป็นกรณีศึกษาที่หลายคนคิดว่าจะเป็นโมเดลใหม่ของวงการบันเทิง
แต่รายงานภายหลังชี้ว่า รายได้จากการขาย NFT ชุดดังกล่าวเพียงพอแค่ ‘ประคองค่าใช้จ่ายการผลิต’ เท่านั้น ไม่ได้ทำให้โปรเจ็กต์เดินหน้าไปถึงขั้นออกอากาศทีวีจริง ส่งผลให้ ‘โดมินิออน X’ กลายเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนข้อจำกัดด้าน ‘การใช้งานจริง’ ของ NFT ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญด้านมีเดียเทคบางรายให้มุมมองว่า NFT อาจเหมาะกับการเป็น “เครื่องมือเสริม” สร้างคอมมูนิตี้และการระดมทุนระยะสั้น มากกว่าจะเป็นฐานรายได้หลักของโปรดักต์บันเทิงขนาดใหญ่
ในภาพรวม ตลาด NFT กำลังเผชิญภาวะถดถอยต่อเนื่อง ราคาพื้นของ BAYC ที่เคยพุ่งแตะบริเวณ 400,000 ดอลลาร์ หรือราว 5.92 ล้านบาทต่อชิ้นในช่วงต้นปี 2022 ปัจจุบันร่วงลงมาต่ำกว่า 14,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.07 ล้านบาทต่อชิ้น สอดคล้องกับดัชนีวอลุ่มเทรด NFT ทั่วโลกที่หดตัวแรง แม้ฝั่งคริปโตหลักอย่าง บิตคอยน์(BTC) จะวิ่งเข้าสู่รอบ ‘ขาขึ้นใหม่’ ก็ตาม
ตั้งแต่ปี 2023 ต่อเนื่องถึง 2025 ราคาบิตคอยน์พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 126,000 ดอลลาร์ แต่ตลาด NFT กลับไม่สามารถขยับขึ้นตามได้เหมือนรอบก่อนหน้า สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นการ ‘디커플링 (แยกตัวของราคา)’ ระหว่าง ‘บิตคอยน์’ กับ ‘NFT’ อย่างชัดเจน สะท้อนว่านักลงทุนกำลังโยกเงินจาก ‘สินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องเล่าและกระแส’ ไปสู่โปรเจ็กต์ที่มี ‘โครงสร้างรายได้จริงและยูทิลิตี้ชัดเจน’ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโตคอลดีไฟ, โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน หรือโทเคนที่ผูกกับรายได้ในโลกจริง
ตอนนี้ สตีฟ อาโอกิ แทบจะเหลือเพียง NFT BAYC จำนวน 7 ชิ้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก ส่วนคริปโตสกุลอื่น ๆ ถูกทยอยแปลงเป็นเงินสดหรือสเตเบิลคอยน์ไปเกือบหมด การเคลื่อนไหวของ ‘อดีต NFT แอมบาสเดอร์’ รายนี้ จึงถูกตีความว่าเป็น ‘สัญญาณเชิงสัญลักษณ์’ ว่า ‘ตลาด NFT’ ไม่ได้มีเสน่ห์ด้านการลงทุนเหมือนยุคฟองสบู่ที่ผ่านมา และอาจต้องพิสูจน์ตัวเองด้วย ‘การใช้งานจริง’ มากกว่าความหวังเรื่องราคาพุ่งในรอบหน้า
ความคิดเห็น 0