Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ชนแนวต้าน 76,800 ดอลลาร์ วาฬเทขาย-ETF สถาบันรับของ ดึงเชือกชี้ชะตาทิศทางราคา

บิตคอยน์(BTC) กำลังทดสอบระดับ ‘7 หมื่น 5 พันดอลลาร์’ (ราว 1.1 ล้านบาท) ท่ามกลางกระแสเงินทุนสถาบันที่ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แต่ ‘แรงขายทำกำไร’ หรือภาระด้าน ‘매물’ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเริ่มกลายเป็นตัวถ่วงโมเมนตัมขาขึ้นของราคา

การปรับขึ้นรอบนี้ถูกมองว่าเป็นผลจากกระแสเงินฝั่งมหภาค มากกว่าจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อเข้าช่วงเดือนนี้ กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตที่จดทะเบียนในสหรัฐยังเห็นเงินไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอ โดยหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุสูงขึ้นเพียงวันเดียว มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิแตะราว 240 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.55 หมื่นล้านบาท) กระแสดังกล่าวช่วยพาราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ จากย่าน 7 หมื่น 1 พันดอลลาร์ ขยับขึ้นสู่ช่วงกลางของระดับ 7 หมื่นดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดการเงินดั้งเดิมจะผันผวนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นและมุมมองอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป แต่ ‘ดีมานด์ด้านการจัดสรรสินทรัพย์’ ผ่าน ETF ก็ยังเป็นแรงหลักที่พยุงราคาไว้

‘7 หมื่น 6 พัน 8 ร้อยดอลลาร์’ กลายเป็นจุดชี้ชะตาในเชิงจิตวิทยาและเชิงเทคนิคของตลาด เพราะจากข้อมูลออนเชน ระดับราคาดังกล่าวคือค่าเฉลี่ยต้นทุนซื้อของผู้เข้าตลาดรอบล่าสุด หรือ ‘ราคาที่รับรู้ (Realized Price)’ ทำให้โซนนี้กลายเป็นแนวต้านสำคัญ นักลงทุนที่เข้าซื้อในย่านนี้จำนวนมากเพิ่งจะเริ่ม ‘คุ้มทุน’ หรือเข้าใกล้จุดคุ้มทุน ส่งผลให้แรงขายทำกำไรมีโอกาสเพิ่มขึ้น

ที่ผ่านมา ในช่วงตลาดหมี ระดับราคาประเภทนี้มักกลายเป็นโซนที่นักลงทุนเทขายเพื่อกลับมาที่ทุนเดิม ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นสะดุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่วงรีบาวด์ในเดือนมกราคมปีนี้ก็เคยติดแนวต้านโซนเดียวกัน ก่อนที่ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะย่อลงกลับไปแถว 6 หมื่นดอลลาร์อีกครั้ง

ด้านฝั่งอุปทาน ข้อมูลจาก ‘คริปโตควอน트(CryptoQuant)’ ชี้ว่า ปริมาณบิตคอยน์ที่ถูกโอนเข้า ‘กระดานเทรดรวมศูนย์’ พุ่งขึ้นชัดเจนเมื่อราคาขยับสู่ช่วง 7 หมื่น 5 พัน–7 หมื่น 6 พันดอลลาร์ โดยแตะระดับสูงสุดราว 11,000 BTC ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน ขนาดการฝากต่อครั้งเฉลี่ยยังขยายขึ้นมาที่ประมาณ 2.25 BTC ถือเป็นระดับสูงสุดนับจากช่วงกลางปี 2024 สะท้อนว่าผู้เล่นที่โอนเหรียญเข้าเว็บเทรดเป็นรายใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ที่น่าสนใจคือ สัดส่วน ‘ธุรกรรมขนาดใหญ่’ ภายในปริมาณไหลเข้าทั้งหมด พุ่งจากไม่ถึง 10% ไปเกินกว่า 40% ในเวลาไม่นาน ทำให้เห็นภาพชัดว่ากลุ่ม ‘วาฬ’ หรือผู้ถือเหรียญรายใหญ่ กำลังอาศัยจังหวะราคาขึ้นขายทำกำไรหรือ ‘จัดระเบียบพอร์ต’ ในโซนสูง

โครงสร้างตลาดตอนนี้จึงเป็นการดึงเชือกระหว่างสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือแรงซื้อจากสถาบันผ่าน ETF และกระแสเงินระดับมหภาคที่ยังหนุนอยู่ อีกฝั่งคือผู้ถือครองเดิม โดยเฉพาะกลุ่มระยะยาวที่ทยอยปล่อยเหรียญออกมาสู่ตลาดในจังหวะที่ราคาเข้าใกล้โซน ‘คุ้มทุนใหม่’ การหมุนเวียนจากมือ ‘ฮ็อดเลอร์’ สู่มือ ‘สถาบัน’ หรือ ‘ผู้เล่นใหม่ที่เชื่อมั่นในสินทรัพย์’ จึงเป็นภาพที่กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

‘ความคิดเห็น’ ปัญหาหลักอยู่ที่ว่า ‘การสลับฝั่งของอุปสงค์–อุปทาน’ จะดำเนินไปได้ราบรื่นแค่ไหน หากผู้ซื้อรายใหม่ โดยเฉพาะฝั่งกองทุนและสถาบัน ไม่สามารถดูดซับแรงขายจากผู้ถือเดิมได้มากพอ หรือเริ่มลังเลจากความผันผวนระยะสั้น โมเมนตัมขาขึ้นของบิตคอยน์(BTC) ก็อาจอ่อนแรงลงเร็วกว่าที่คาด

สุดท้ายแล้ว การที่บิตคอยน์(BTC) จะทะลุและยืนเหนือ ‘โซนกลางของ 7 หมื่นดอลลาร์’ ได้อย่างมั่นคง จำเป็นต้องมี ‘ดีมานด์สุทธิ’ ที่แข็งแรงพอจะรองรับแรงขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่เป็นเช่นนั้น การย่อตัวกลับไปทดสอบฐานในช่วงต้น 7 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรอบรีบาวด์ล่าสุด ก็ยังเป็นความเป็นไปได้ที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับตลาดในระยะสั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1