บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ ‘81,000ดอลลาร์’ ต่อเนื่องจากแนวโน้มขาขึ้นก่อนหน้า แต่ขณะเดียวกันตลาดก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้นก่อนการประกาศตัวเลข ‘ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ เดือนเมษายน’ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางทั้งบิตคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจต้องเผชิญกับ ‘ความผันผวน’ ที่แรงขึ้น
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) โคอินเทเลกราฟรายงานว่า ตัวเลข CPI เดือนเมษายนของสหรัฐฯ จะถูกเผยแพร่ในวันอังคาร เวลา 12:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดว่า ‘CPI ทั่วไป’ จะเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และ 3.7% เมื่อเทียบรายปี ส่วน ‘CPI พื้นฐาน’ ที่หักราคาอาหารและพลังงานออกไป คาดไว้ที่ 0.3% รายเดือน และ 2.7% รายปี ซึ่งระดับดังกล่าวถือเป็นแนวโน้มเงินเฟ้อที่ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่กันยายน 2023 สะท้อนแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่เพิ่มแรงกดดันด้าน ‘เงินเฟ้อ’
หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมา ‘สูงกว่าคาด’ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงท่าที ‘สายเหยี่ยว’ ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การคาดหวัง ‘การลดดอกเบี้ย’ ถูกเลื่อนออกไปอีก ในสถานการณ์ที่ดอลลาร์แข็งค่าและอัตราดอกเบี้ยจริงอยู่ในระดับสูง ‘ความต้องการความเสี่ยง’ (risk-on) ของนักลงทุนมักจะลดลง ซึ่งอาจทำให้จังหวะรีบาวด์ของบิตคอยน์ชะลอตัว หรือเกิดแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ในเชิงปัจจัยพื้นฐานด้าน ‘อุปสงค์–อุปทาน’ ตลาดยังมีสัญญาณหนุนอยู่บ้าง ข้อมูลจากโคอินกลาสระบุว่า ‘กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต’ กลับมามีกระแสเงินไหลเข้าอีกครั้งในวันจันทร์ คิดเป็นมูลค่าราว 27.25 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ 2 วันทำการติดต่อกันเผชิญภาวะเงินไหลออก แม้ขนาดเงินไหลเข้าครั้งนี้จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็สะท้อนว่า ‘นักลงทุนสถาบัน’ ยังไม่ได้ถอดใจจากตลาดบิตคอยน์อย่างสิ้นเชิง ‘ความคิดเห็น’ การที่กระแสเงินไม่ได้หดหายไปเลยในช่วงที่ตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยยังไม่แน่นอน นับเป็นกันชนสำคัญของตลาด
ฝั่ง ‘ความต้องการจากภาคธุรกิจ’ ก็ยังคงชัดเจน สแตรทีจี(MSTR) บริษัทที่มี ไมเคิล เซย์เลอร์ เป็นผู้นำ ได้เข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 535 BTC ในวันจันทร์ ทำให้ยอดถือครองรวมแตะ 818,869 BTC โดยมี ‘ราคาเฉลี่ยสะสม’ ราว 75,540ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน แสดงให้เห็นกลยุทธ์สะสมบิตคอยน์ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริม ‘ความเชื่อมั่นฝั่งซื้อ’ ให้กับนักลงทุนรายอื่น เพราะบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ยังมองว่าระดับราคาปัจจุบันเหมาะแก่การเข้าซื้อในเชิงกลยุทธ์
ด้านภาพทางเทคนิค บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวบริเวณ ‘81,000ดอลลาร์’ โดยราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) ระยะ 50 วัน และ 100 วัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ‘เส้น 200 วัน EMA’ บริเวณราว 82,130ดอลลาร์ กำลังทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ หากบิตคอยน์ทะลุระดับนี้ขึ้นไปได้อย่างมั่นคง จะมีโอกาสเปิดทางขึ้นทดสอบบริเวณ 83,437ดอลลาร์ และต่อเนื่องแถว 84,410ดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากเกิดแรงขายกดดัน ราคาปรับฐานลงมาลึกกว่าเดิม แนวรับแรกจะอยู่ที่ ‘ระดับจิตวิทยา 80,000ดอลลาร์’ ตามมาด้วยแนวรับถัดไปบริเวณ 78,962ดอลลาร์ และ 76,600ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นโซนรองรับแรงขายในกรณีที่ตลาดผิดหวังกับตัวเลข CPI ด้านตัวชี้วัดโมเมนตัม บนกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ค่า RSI อยู่ที่ราว 55 ขณะที่ MACD ยังทรงตัวในแดนบวกเล็กน้อย บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย แต่ก็ยัง ‘ไม่มีสัญญาณฟองสบู่ร้อนแรง’ ชัดเจน
สุดท้าย ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ตลอดสัปดาห์นี้น่าจะถูกกำหนดอย่างมากจากผลลัพธ์ ‘CPI สหรัฐฯ’ หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ แรงกดดันให้เกิดการปรับฐานครั้งใหม่อาจรุนแรงขึ้นในระยะสั้น แต่หาก ‘เม็ดเงิน ETF’ ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ยังคงเดินหน้าซื้อสะสม ความพยายามของราคาในการ ‘ยืนเหนือระดับ 80,000ดอลลาร์’ ก็ยังมีโอกาสดำเนินต่อไป โดยมีตัวเลขเงินเฟ้อครั้งนี้เป็นจุดชี้ชะตารอบใหม่ของตลาดคริปโตทั้งหมด
ความคิดเห็น 0