Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ศึกชิงอำนาจการเงินโลก: จีน-สหรัฐดันบิตคอยน์(BTC) เป็นอาวุธยุทธศาสตร์บนสมรภูมิดิจิทัล

ระเบียบการเงินโลกที่ยึดโยงกับ ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ กำลังถูกท้าทายบนสมรภูมิใหม่อย่าง ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ โดยเฉพาะเมื่อจีนเดินหน้าใช้ทั้งสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางและบิตคอยน์(BTC) ควบคู่กันเป็น ‘ยุทธศาสตร์สองขา’ ทำให้การแข่งขันช่วงชิงอำนาจนำทางการเงินยิ่งดุเดือดขึ้นไปอีก

เมื่อแนวคิดที่ว่า ประเทศซึ่งขึ้นมาเป็นผู้นำใน ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ จะเป็นผู้กำหนดทิศทางการเงินอนาคต อาวุธคว่ำบาตร และแม้แต่โครงสร้างอำนาจโลก เริ่มแพร่หลายมากขึ้น แนวทางของสหรัฐและจีนจึงยิ่งเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

‘จีน’ ดันหยวนดิจิทัล+บิตคอยน์ ยุทธศาสตร์สองขา

พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังเร่งใช้ ‘หยวนดิจิทัล’ เพื่อขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจออกนอกประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายชำระเงินที่สามารถ ‘เลี่ยง’ ระบบการเงินที่สหรัฐเป็นศูนย์กลางไปได้พร้อมกัน นอกจากนี้ จีนยังครองห่วงโซ่อุปทานเครื่องขุดคริปโตในระดับโลก และถูกประเมินว่าถือครองบิตคอยน์(BTC) ในระดับ *ชาติ* มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ยุทธศาสตร์ ‘สองขา’ นี้โดดเด่นตรงที่ จีนใช้ทั้งเงินดิจิทัลแบบรวมศูนย์ที่ควบคุมได้เต็มมือ และ ‘สินทรัพย์ไร้ศูนย์กลาง’ อย่างบิตคอยน์ไปพร้อมกัน ฝั่ง ‘หยวนดิจิทัล’ เปิดทางให้รัฐสามารถควบคุมและสอดส่องธุรกรรมได้ละเอียด ขณะที่บิตคอยน์แม้ควบคุมโครงสร้างไม่ได้ แต่สามารถสร้าง ‘อิทธิพลในตลาด’ และบนเครือข่ายได้

ในทางยุทธศาสตร์ จีนจึงกำลังปูทางให้ตนเองอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ ไม่ว่าระบบการเงินแห่งอนาคตจะถูกนำโดย ‘โครงสร้างรวมศูนย์’ หรือ ‘โครงสร้างไร้ศูนย์กลาง’ ก็ตาม

สหรัฐใช้บิตคอยน์เป็น ‘สินทรัพย์ยุทธศาสตร์’ ระดับกองทัพ

ด้านสหรัฐก็ไม่ได้ยืนนิ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ในการไต่สวนของสภาคองเกรส สื่อท้องถิ่นรายงานว่า พีต เฮกเชธ(Pete Hegseth) อดีตรัฐมนตรีทบวงกองทัพ ถูกร้องถามว่า บิตคอยน์สามารถกลายเป็น ‘เครื่องมือฉายอำนาจรัฐ’ ได้จริงหรือไม่ เขาตอบชัดเจนว่า ‘ได้’ พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องส่วนหนึ่งกำลังดำเนินการในระดับลับ

แซมวล พาพาโร(Samuel Paparo) ผู้บัญชาการกองกำลังอินโด–แปซิฟิกของสหรัฐ ก็ชี้ถึง ‘ศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์’ ของบิตคอยน์เช่นกัน โดยเปิดเผยว่ากองทัพสหรัฐได้ตั้ง ‘โหนดสด’ (live node) บนเครือข่ายบิตคอยน์ เพื่อใช้ในการทดสอบและทดลองจริงแล้ว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังให้ความสนใจกับความเป็นไปได้ที่ระบบบล็อกเชนจะสร้างมาตรฐาน ‘ความปลอดภัยเชิงกายภาพบนซอฟต์แวร์’ ซึ่งอาจให้ระดับความมั่นคงสูงกว่าซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม เนื่องจากโครงสร้างที่กระจายศูนย์และการบันทึกข้อมูลที่แก้ไขย้อนหลังได้ยาก

ทรัมป์ประกาศ ‘สะสมบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์’

ในบรรยากาศเช่นนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยกระดับสถานะของบิตคอยน์ขึ้นมาเป็น ‘สินทรัพย์ยุทธศาสตร์ของชาติ’ พร้อมประกาศแนวคิด ‘การสะสมบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve)’ เพื่อผลักดันให้สหรัฐกลายเป็นประเทศที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลก

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยเตือนว่า ‘การถือเหรียญเฉยๆ’ ยังไม่พอ สิ่งสำคัญจริงๆ คือ ‘อินฟราสตรักเจอร์การขุด’ และ ‘พลังประมวลผล’ หรือคอมพิวต์ติ้งพาวเวอร์ เพราะใครที่ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ผู้นั้นจึงจะมี ‘อำนาจแท้จริง’ บนระบบนั้น

ความคิดเห็น

‘การสะสมบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์’ จึงต้องเดินคู่ไปกับ ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และการดึงดูดบุคลากรด้านคริปโตและบล็อกเชน ด้วยนโยบายที่เอื้อต่อ ‘นวัตกรรม’ มากกว่า ‘การปิดกั้น’

‘ความเสี่ยงจริง’ ไม่ใช่บิตคอยน์ แต่คือการเสียอำนาจนำ

ในมุมหนึ่ง บิตคอยน์ถูกวิจารณ์เรื่อง ‘ความผันผวน’ และ ‘ความเสี่ยง’ อยู่เสมอ แต่เสียงโต้แย้งก็เริ่มดังขึ้น โดยมองว่า มุมมองเช่นนั้นเริ่ม ‘ล้าสมัย’ ไปแล้ว ทองคำเองในอดีตก็เคยมีความผันผวนสูง แต่วันนี้ยังคงทำหน้าที่เป็น ‘สินทรัพย์สำรองหลัก’ ของหลายประเทศ

บิตคอยน์ถูกประเมินว่าอาจกลายเป็น ‘สินทรัพย์เสริม’ ให้กับระบบเดิม ด้วยคุณสมบัติ ‘ความขาดแคลน’ และ ‘โครงสร้างที่ไร้ศูนย์กลาง’ และด้วยธรรมชาติของบล็อกเชนที่บันทึกธุรกรรมแบบโปร่งใส ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การติดตามเส้นทางเงินบนบิตคอยน์อาจทำได้ง่ายกว่าระบบเงินสดเสียด้วยซ้ำ จึงอาจไม่ใช่สวรรค์ของอาชญากรรมอย่างที่เคยถูกกล่าวหามาโดยตลอด

ท้ายที่สุด ‘หัวใจของเกม’ ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่ว่า ‘ใครเป็นผู้ครองเทคโนโลยี’ หาก *อำนาจนำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล* ถูกปล่อยให้จีนก้าวขึ้นไปครอง โลกก็อาจเคลื่อนสู่ระบบการเงินที่ยึดกับ ‘การสอดส่องและควบคุม’ มากยิ่งขึ้น

แต่หากสหรัฐยึด ‘อำนาจนำสินทรัพย์ดิจิทัล’ ไว้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่ระบบการเงินโลกจะยังคงยืนอยู่บนหลัก ‘เสรีภาพทางตลาด’ และ ‘แรงขับเคลื่อนจากนวัตกรรม’

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้ที่ควบคุม ‘ฐานของเงิน’ ได้ คือผู้ที่กำหนดระเบียบการเงินโลก วันนี้สมรภูมินั้นกำลังเคลื่อนเข้าสู่โลก ‘ดิจิทัล’ อย่างเต็มตัว ทางเลือกจึงมีเพียงหนึ่งเดียว จะยอม ‘ตามหลัง’ ในสงครามสินทรัพย์ดิจิทัล หรือจะขึ้นไป ‘กุมอำนาจนำ’ บนระบบการเงินยุคใหม่ให้ได้ก่อนคนอื่น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1