คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เดินหน้าเสนอแผน ‘ยกเครื่องกฎเกณฑ์ IPO และบริษัทจดทะเบียน’ ครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 20 ปี ส่งสัญญาณเปลี่ยนโฉมสภาพแวดล้อมการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทคริปโตในสหรัฐ เน้น ‘ผ่อนคลายภาระกำกับดูแล’ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการระดมทุนเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) SEC เปิดเผยร่าง ‘แผนปรับปรุงกติกาการเข้าจดทะเบียน’ ชุดใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ขั้นตอน ‘เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป(IPO)’ ง่ายขึ้น และเปิดทางให้บริษัทสามารถระดมทุนเพิ่มหลังเข้าตลาดได้คล่องตัวขึ้น หวังฟื้นจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงยาว
ช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มเห็นบริษัทคริปโตชื่อดังทยอยเข้าตลาดมากขึ้น ทั้งบิตโก(BitGo, ‘BTGO’), เซอร์เคิล(Circle, ‘CRCL’) และบูลลิช(Bullish, ‘BLSH’) ที่เข้าจดทะเบียนสำเร็จ ขณะที่ซีคิวริไทซ์(Securitize) และคราเคน(Kraken) ก็ออกมาระบุอย่างเปิดเผยว่ากำลัง ‘พิจารณา IPO’ หากแผนปฏิรูปครั้งนี้มีผลบังคับใช้ กระแสการเข้าตลาดของบริษัทคริปโตอาจเร่งตัวแรงกว่าเดิม
‘IPO ปุ๊บ ระดมทุนเพิ่มได้ปั๊บ’ เปิดใช้ ‘เชลฟ์รีจิสเทรชัน’ ทันที
หนึ่งในประเด็นที่ตลาดจับตามากที่สุด คือการเปิดทางให้บริษัทใช้ ‘เชลฟ์รีจิสเทรชัน(shelf registration)’ ได้ทันทีหลัง IPO เดิมบริษัทต้องจดทะเบียนในตลาดแล้วอย่างน้อยราว 1 ปี จึงจะใช้กลไกนี้ได้ แต่ร่างใหม่เสนอให้ ‘ใช้ได้ตั้งแต่วันแรกหลัง IPO’
เชลฟ์รีจิสเทรชัน คือการที่บริษัท ‘ลงทะเบียนหุ้นหรือหลักทรัพย์ไว้ล่วงหน้า’ จากนั้นค่อยทยอยออกขายเมื่อเห็นว่า ‘จังหวะตลาดเอื้ออำนวย’ ทำให้สามารถระดมทุนเพิ่มได้รวดเร็วโดยไม่ต้องรื้อขั้นตอนเอกสารใหม่ทุกครั้ง ในตลาดคริปโตที่ ‘ความผันผวนสูง’ การล็อกอินไว้ก่อนแล้วรอช่วงเวลาที่ราคาตลาดเอื้อ จึงอาจกลายเป็น ‘เกมเชนเจอร์’ ด้านกลยุทธ์ระดมทุนของบริษัทคริปโตขนาดกลาง–ใหญ่
นอกจากนี้ SEC ยังเสนอให้ ‘ยกเลิก’ เกณฑ์เดิมที่กำหนดว่าต้องมีมูลค่าหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดอย่างน้อย 75 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,125 ล้านบาท) จึงจะใช้เชลฟ์รีจิสเทรชันได้ ซึ่งหมายความว่าบริษัทที่มีขนาดเล็กลงก็จะสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้ตั้งแต่ต้น
ผ่อนคลายกฎสำหรับบริษัทจดทะเบียน ‘คริปโตได้อานิสงส์ตรง ๆ’
SEC วางแผนขยาย ‘ชุดสิทธิประโยชน์ด้านกฎระเบียบ’ ที่เดิมให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่บางส่วน ออกไปครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันมีบริษัทเพียงราว ‘36%’ ที่เข้าเกณฑ์ได้รับการผ่อนปรน แต่หากร่างใหม่ผ่าน จำนวนดังกล่าวจะขยับขึ้นเป็นราว ‘75%’ ของทั้งตลาด
สิทธิผ่อนคลายที่ขยายวงครอบคลุม ได้แก่
- ‘ขั้นตอนการลงทะเบียน’ ที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น
- เสรีภาพด้าน ‘การสื่อสารกับนักลงทุน’ ในช่วงกระบวนการเสนอขายหลักทรัพย์
- การเข้าถึง ‘งานวิจัยและบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์–ดีลเลอร์’ โดยนักลงทุนสะดวกขึ้น
ส่วนที่โดดเด่นอีกจุด คือเกณฑ์การถูกจัดเป็น ‘บริษัทที่ต้องเร่งส่งรายงานขนาดใหญ่ (Large Accelerated Filer)’ จะถูก ‘ผ่อนให้หลวม’ อย่างชัดเจน เดิมบริษัทที่มีมูลค่าหุ้นหมุนเวียนในตลาดตั้งแต่ 700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.05 แสนล้านบาท) ขึ้นไป จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้และต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ‘บัญชีและการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวดกว่า’
ร่างใหม่เสนอให้ ‘ยกเพดาน’ ขึ้นไปถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3 แสนล้านบาท) หมายความว่าบริษัทจำนวนมาก รวมถึงบริษัทคริปโตที่เพิ่งเติบโตจนทะลุระดับพันล้านดอลลาร์ จะ ‘ยังไม่ถูกดึงขึ้นไปอยู่ใต้เพดานกฎที่เข้มสุด’ ทันที
นอกจากนี้ บริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดจะได้รับ ‘ช่วงผ่อนปรน’ อย่างน้อย 5 ปีแรก โดยไม่ต้องเข้าสู่กฎระเบียบที่เข้มงวดที่สุด แม้จะเติบโตเร็วจนมูลค่าบริษัทพุ่งก็ตาม และแม้แต่มูลค่าหุ้นหมุนเวียนจะทะลุเกณฑ์ในบางช่วง ก็ต้อง ‘รักษาระดับเกินเพดานต่อเนื่อง 2 ปีติด’ จึงจะถูกยกระดับภาระรายงาน SEC ให้เหตุผลว่า ระบบเก่า ‘ทำให้ระดับกฎระเบียบเปลี่ยนไปตามราคาหุ้นระยะสั้น’ จนสร้างภาระไม่จำเป็นให้กับบริษัท
สำหรับบริษัทคริปโตที่รายได้และมูลค่าหุ้นอาจผันผวนตามตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โครงสร้างแบบใหม่ที่ยึด ‘แนวโน้มระยะยาว’ มากกว่าราคาสวิงในระยะสั้น จึงถูกมองว่าเป็นประโยชน์โดยตรง
‘สัญญาณหนุนอ้อม’ ต่ออุตสาหกรรมคริปโต
ร่างปฏิรูปครั้งนี้ ‘ไม่ได้แตะ’ ประเด็นสินทรัพย์ดิจิทัลใดเป็นพิเศษ ไม่มีบทบัญญัติเจาะจงเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) หรือโทเค็นคริปโตอื่น ๆ แต่ด้วยทิศทางของนโยบายที่ชัดเจนขึ้นในด้าน ‘การสร้างทุนและการกระตุ้นให้เข้าจดทะเบียน’ ทำให้หลายฝ่ายในวงการมองว่ามันคือ ‘สัญญาณสนับสนุนทางอ้อม’ ต่ออุตสาหกรรมคริปโต
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์ด้านตลาดทุนมองว่า สำหรับบริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทเค็นหลักทรัพย์อย่างซีคิวริไทซ์ การได้ช่องทาง ‘ระดมทุนเพิ่มได้รวดเร็วหลัง IPO’ จะช่วยให้สามารถขยายแพลตฟอร์มและรองรับลูกค้าสถาบันได้รวดเร็วกว่าที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทอย่างคราเคน ซึ่งเคยพูดถึงความเป็นไปได้ของ IPO มาหลายรอบ ก็อาจเห็น ‘สมการต้นทุน–ประโยชน์’ ของการเข้าตลาดหุ้นสหรัฐดูน่าสนใจกว่าเดิม
SEC ระบุว่าร่างแผนปฏิรูปนี้จะเข้าสู่กระบวนการ ‘รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ’ เป็นเวลา 60 วัน ก่อนจะสรุปเป็นกฎใหม่ หากทิศทาง ‘จากเน้นกำกับ เข้าสู่โหมดสนับสนุนการเติบโต’ ถูกนำไปใช้จริง สหรัฐอาจกลายเป็นสนามหลักสำหรับบริษัทคริปโตที่ต้องการ ‘เข้าตลาดทุนแบบดั้งเดิม’ และกระแสการเข้าจดทะเบียนของบริษัทในอุตสาหกรรมคริปโตในตลาดหุ้นสหรัฐ มีโอกาสเร่งตัวแรงขึ้นในช่วงต่อไป
ความคิดเห็น 0