ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) เดินหน้าผลักดันการออกแบบ ‘บัญชีชำระเงินแบบเบา’ อย่างจริงจัง ทำให้ตลาดจับตาว่าจะเปิดทางให้ภาคธุรกิจคริปโตเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของสหรัฐได้มากน้อยแค่ไหน
เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) เฟดเปิดเผยโครงสร้างรายละเอียดของบัญชีชำระเงินรูปแบบใหม่ พร้อมเริ่มกระบวนการรับฟังความเห็นจากสาธารณะเป็นเวลา 60 วัน บัญชีลักษณะนี้ให้ฟังก์ชันเพียงบางส่วนของ ‘บัญชีมาสเตอร์’ แบบเดิม ออกแบบมาเพื่อให้บริษัทที่มีโมเดลธุรกิจหลากหลายสามารถเชื่อมต่อ ‘ระบบการชำระเงินและชำระราคากลาง’ ของเฟดได้ โดยไม่ต้องเป็นธนาคารเต็มรูปแบบ
เฟดระบุในแถลงการณ์ว่า ผ่านบัญชีประเภทนี้ ‘บริษัทจะสามารถประมวลผลธุรกรรมได้รวดเร็วและคุ้มต้นทุนมากขึ้น’ แต่จะไม่ให้สิทธิ์เข้าถึงระบบเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์เดิมแน่นอน แผนบัญชีใหม่นี้ถูกเสนอครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน และถูกเรียกในแวดวงนโยบายว่า ‘บัญชีสกินนี (skinny account)’ โดยโครงสร้างหลักยังคงเดิม แต่มีการปรับเงื่อนไขหลายจุด
หนึ่งในจุดสำคัญคือ ‘วงเงินคงเหลือในบัญชี’ ที่จะถูกกำหนดจากกิจกรรมการชำระเงินที่คาดการณ์ของแต่ละสถาบัน และมีการ ‘ปรับเพดานวงเงินสูงสุด’ ให้เพิ่มขึ้นจากข้อเสนอเดิม เพื่อรองรับสถาบันที่มีปริมาณการชำระเงินมากขึ้น
ในด้านความเสี่ยง เฟดวางข้อจำกัดเชิงฟังก์ชันไว้อย่างเข้มงวด สถาบันที่ถือบัญชีจะไม่สามารถใช้ ‘สินเชื่อระหว่างวัน (intraday credit)’ ไม่สามารถเข้าถึง ‘หน้าต่างส่วนลด (discount window)’ และจะไม่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินสำรองที่ฝากไว้ นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมอัตโนมัติที่ ‘ปิดช่องการใช้บัญชีติดลบหรือเกินวงเงิน’ ตั้งแต่ต้นน้ำ
การออกแบบลักษณะนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามเปิดประตูให้ ‘สถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารและบริษัทคริปโต’ เข้าระบบการชำระเงินของเฟด ในขณะเดียวกันก็ ‘ลดความเสี่ยงเชิงระบบของภาคการเงิน’ ให้อยู่ในกรอบที่ควบคุมได้
การเข้าถึงระบบการชำระเงินของเฟดถือเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานหัวใจหลัก’ ที่บริษัทคริปโตเรียกร้องมายาวนาน เพราะหากเชื่อมต่อโดยตรงได้ จะมีผลโดยตรงต่อ ‘ความเร็วในการโอนและต้นทุนการทำธุรกรรม’ ทั้งในตลาดคริปโตและตลาดดอลลาร์ดิจิทัลแบบดั้งเดิม
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คราเคน(Kraken) กลายเป็นบริษัทคริปโตรายแรกที่สามารถเปิดบัญชีมาสเตอร์แบบจำกัดสิทธิ์ผ่านธนาคารกลางสหรัฐสาขาแคนซัสซิตี แม้กรณีนี้จะใช้เกณฑ์ระดับ ‘ธนาคารกลางภูมิภาค’ มากกว่าจะเป็น ‘กฎเกณฑ์ถาวรจากเฟดสำนักงานใหญ่’ ก็ตาม
ขณะเดียวกัน เฟดได้ขอให้ธนาคารกลางสาขาภูมิภาคชะลอการอนุมัติคำขอบางส่วนไว้ก่อน จนกว่ากฎเกณฑ์ฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับ ‘บัญชีชำระเงินแบบเบา’ นี้จะแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สอดคล้องในการตีความระหว่างเขต
ความเคลื่อนไหวของเฟดยังสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายจากทำเนียบขาว หนึ่งวันก่อนหน้า ทรัมป์ใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร ให้มีการ ‘ทบทวนใหม่ทั้งหมด’ ต่อแนวทางการเปิดให้ ‘สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารและสถาบันรับฝากเงินที่ไม่มีประกันคุ้มครอง’ เข้าถึงระบบการชำระเงินของรัฐบาลกลาง คำสั่งดังกล่าวยังสั่งให้ตรวจสอบโมเดลที่ ‘ธนาคารกลางสหรัฐทั้ง 12 เขต’ สามารถอนุมัติการเข้าถึงบัญชีได้อย่างค่อนข้างอิสระด้วย
บัญชี ‘แบบเบา’ ของเฟดจึงถูกมองว่าเป็น ‘แนวทางประนีประนอม’ ระหว่างการเปิดทางให้ผู้เล่นใหม่อย่างบริษัทคริปโตกับการปกป้องเสถียรภาพทางการเงิน: เฟดไม่มอบสิทธิ์ในระดับ ‘ธนาคารเต็มตัว’ แต่ให้ ‘โครงสร้างพื้นฐานขั้นต่ำ’ เพื่อเชื่อมต่อระบบการชำระเงินของสหรัฐได้
หากกฎเกณฑ์ฉบับสุดท้ายถูกประกาศใช้ ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าจะเร่งให้บริษัทคริปโตค่อยๆ ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินดั้งเดิม ทั้งในแง่การโอนเงิน ฟินเทค และบริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมกับดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านความเสี่ยงที่ถูกขึงไว้แน่น การใช้งานจริงของบัญชีลักษณะนี้อาจยังอยู่ในกรอบจำกัด และอาจเปิดทางเฉพาะผู้เล่นที่มีโครงสร้างกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงชัดเจนเท่านั้น
ความคิดเห็น 0