การเงินการเมือง ‘คริปโต’ โชว์พลังในศึกไพรมารีเทกซัส ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนคริปโตคว้าชัยชนะต่อเนื่องในศึกเลือกตั้งขั้นต้นรอบตัดเชือก ขณะที่สภาคองเกรสสหรัฐกำลังถกกฎเกณฑ์กำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนว่าทุนจากอุตสาหกรรมดิจิทัลกำลังเปลี่ยนเป็น ‘อิทธิพลทางการเมือง’ ที่ส่งผลต่อผลเลือกตั้งจริงอย่างชัดเจน
ในการเลือกตั้งไพรมารีรอบตัดเชือกของมลรัฐเทกซัสซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น เคน แพกซ์ตัน(Ken Paxton) อัยการสูงสุดประจำรัฐเทกซัสสามารถคว้าที่นั่งผู้สมัครวุฒิสภาสหรัฐฝ่ายรีพับลิกันได้สำเร็จ ขณะที่การแข่งขันเก้าอี้สภาผู้แทนราษฎรเขตฮิวส์ตัน คริสเตียน เมเนฟี(Christian Menefee) เอาชนะ อัล กรีน(Al Green) ส.ส.จากเดโมแครตที่ครองพื้นที่มายาวนาน ผู้สมัครจากทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตจำนวนมากที่ได้รับการหนุนหลังจากคณะกรรมการดำเนินงานทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับ ‘คริปโต’ (PAC) ต่างกวาดชัยในไพรมารีครั้งนี้ โดยการเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
จุดเด่นอยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 18 ของฮิวส์ตัน ซึ่งการปรับเขตเลือกตั้งใหม่ที่นำโดยรีพับลิกัน ทำให้ ส.ส.เดิมสองคนต้องลงแข่งกันเองในเขตเดียวกัน สุดท้ายเมเนฟีเป็นฝ่ายพลิกชนะ ส่งผลให้อัล กรีน นักการเมืองเดโมแครตที่มีอิทธิพลในเทกซัสมาอย่างยาวนานต้องเสียเก้าอี้ไป
‘เงินคริปโต’ เล็งเป้าเทเงินเฉพาะสนามชี้ขาด
ปัจจัยที่ถูกจับตามากที่สุดในศึกครั้งนี้ คือเงินทุนจากวงการคริปโตที่ไม่กระจายกว้าง แต่ ‘เทรวม’ ไปที่ไม่กี่สนามเลือกตั้งซึ่งถูกมองว่าเป็นสมรภูมิชี้ขาด ‘เฟ어เชก(Fairshake)’ ซูเปอร์ PAC ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอย่าง ริปเปิล(XRP) และ คอยน์เบส(COIN) ใช้แขนขาในเครืออย่าง ‘โพรเทกต์ โพรเกรส(Protect Progress)’ อัดเงินสนับสนุนเมเนฟีราว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทุ่มงบโฆษณาต่อต้านกรีนเพิ่มอีกประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ‘เฟลโลชิป PAC(Fellowship PAC)’ ซึ่งได้รับเงินบางส่วนจาก แคนเทอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ และ แองเคอริจ ดิจิทัล ก็ทุ่มงบประมาณราว 5 แสนดอลลาร์เพื่อหนุนหลังแพกซ์ตันในการแข่งขันชิงตัวแทนรีพับลิกันในศึกวุฒิสภา
ฝั่งรีพับลิกันอีกด้าน ‘ดีเฟนด์ อเมริกัน จ็อบส์(Defend American Jobs)’ องค์กรในเครือเฟ어เชกก็เข้าไปสนับสนุนผู้สมัครรีพับลิกันอีก 4 ราย ได้แก่ จอร์น วองค์(Jorn Bonke), ทอม เซล(Tom Selle), คาร์ลอส เด ลา ครูซ(Carlos De La Cruz) และ อเล็กซ์ เมลเลอร์(Alex Mailer) จนต่างคว้าชัยในเขตของตน
การรุกของทุนคริปโตเกิดขึ้นในจังหวะที่ภาคการเมืองสหรัฐกำลังถกเถียงอย่างเข้มข้นเรื่องกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล สภาคองเกรสกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่นิยามโครงสร้างตลาดคริปโต และผลักดันกรอบกฎหมายสำหรับสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์ ความพยายามของอุตสาหกรรมในการอัดเงินเข้าสู่สนามเลือกตั้ง จึงถูกมองว่าเป็น ‘การลงทุนทางการเมือง’ เพื่อเพิ่มจำนวนพันธมิตรในสภาที่มีท่าทีเป็นมิตรต่อคริปโต
การเมืองทดลองพลัง ‘คริปโตโหวต’
เดนนิส พอร์เตอร์(Dennis Porter) ผู้ก่อตั้งองค์กรนโยบายด้านบิตคอยน์(BTC) ให้ความเห็นว่า ชัยชนะของเมเนฟีถือเป็น ‘เดโมแครตสายโปรคริปโตที่สามารถโค่น ส.ส.เดโมแครตสายแอนตี้คริปโตซึ่งครองเก้าอี้มา 20 ปี’ *ความคิดเห็น* เขามองว่ากรณีนี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับประเด็น ‘โอเปอเรชัน โชก พอยต์ 2.0(Operation Choke Point 2.0)’ ที่ฝ่ายคริปโตกล่าวหาว่าหน่วยงานกำกับและธนาคารสหรัฐร่วมกันกดดันธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเข้มงวด
เมื่อผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจาก PAC ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตคว้าชัยต่อเนื่องในรัฐเทกซัส ซึ่งเป็นรัฐที่ ‘เงินการเมือง’ มีอิทธิพลสูง ภาคอุตสาหกรรมคริปโตจึงถูกคาดหมายว่าจะมีโอกาสเพิ่มจำนวนพันธมิตรในสภาคองเกรสมากขึ้นอีก ขณะเดียวกันบนแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลการเลือกตั้ง บรรดาผู้เล่นก็แสดงความมั่นใจสูงในผู้สมัครกลุ่มนี้ โดยโอกาสชนะของแพกซ์ตันและเมเนฟีถูกประเมินสูงกว่า 90% และมีการซื้อขายสัญญาทำนายผลในศึกแพกซ์ตัน-โคนัน มูลค่ารวมกันกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลลัพธ์รอบนี้ชี้ชัดว่า อุตสาหกรรมคริปโตไม่ได้เป็นแค่ ‘กลุ่มล็อบบี้’ ที่เดินสายวิ่งเต้นเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้เล่นการเมืองเต็มตัว’ ที่สามารถปรับสมดุลอำนาจในสนามเลือกตั้งได้จริง ในช่วงเวลาที่การออกกฎหมายกำกับดูแลคริปโตกำลังเข้าสู่โค้งสำคัญ การเลือกตั้งไพรมารีเทกซัสจึงกลายเป็นเวทีทดลองพลังทางการเมืองของ ‘เงินคริปโต’ และ ‘คริปโตโหวต’ อย่างเป็นรูปธรรม
ความคิดเห็น 0