ประธาน SBI ชี้ขาลงคริปโตไม่ใช่ ‘ปัญหาอุตสาหกรรม’ จับตา ‘CLARITY Act’ ตัวจุดชนวนรอบใหม่
ประธานใหญ่กลุ่มการเงินรายใหญ่จากญี่ปุ่น ‘เอสบีไอ โฮลดิงส์’ ระบุการร่วงลงของตลาดคริปโตรอบนี้ไม่ใช่สัญญาณปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม แต่เป็นผลจากการโยกย้ายเงินของสถาบันการเงิน เพื่อเตรียม ‘เม็ดเงิน IPO’ ให้กับบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX, Anthropic และ OpenAI พร้อมชี้ว่า ‘CLARITY Act’ ในสหรัฐอเมริกาอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางตลาดคริปโต โดยเฉพาะต่อริปเปิล(XRP)
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ระบุว่า คิตาโอะ โยชิตากะ ประธานและซีอีโอของ เอสบีไอ โฮลดิงส์ แสดงความเห็นว่า ในมุมมองเชิงพื้นฐานของ ‘ตลาดคริปโต’ “แทบไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” และย้ำถึง ‘ความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง’ ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม รวมถึงริปเปิล(XRP) ด้วย ‘ความคิดเห็น’ คิตาโอะมองว่าตลาดรอบนี้คือการพักฐานระยะสั้นของทุนสถาบัน มากกว่าจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวิกฤตอุตสาหกรรมคริปโต
เอสบีไอ โฮลดิงส์ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มการเงินครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับริปเปิลมานาน โดยมีทั้งความร่วมมือด้านระบบชำระเงินข้ามพรมแดน และผลิตภัณฑ์ด้านการเงินดิจิทัลสำหรับสถาบัน ทำให้มุมมองของคิตาโอะต่อ ‘ริปเปิล(XRP)’ ถูกจับตาจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่
‘CLARITY Act’ วัดดวงทิศทางตลาดคริปโตสหรัฐ
จุดยืนเชิงบวกของคิตาโอะยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางกฎหมายของสหรัฐ โดยเฉพาะร่าง ‘CLARITY Act’ ที่เพิ่งผ่านการโหวตในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 14 เดือนที่แล้ว (เวลาท้องถิ่น) ด้วยคะแนนเสียง ‘สองพรรคการเมือง’ 15 ต่อ 9 และถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของวุฒิสภาแล้ว หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนด ‘เส้นแบ่งอำนาจกำกับดูแล’ ระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ หรือ SEC และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า หรือ CFTC ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
ที่ผ่านมา ‘ความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ ถูกมองว่าเป็นตัวถ่วงสำคัญที่ขัดขวาง ‘ทุนสถาบัน’ ในการเข้ามาลงทุนในคริปโตอย่างเต็มตัว และเปิดช่องให้เกิดพื้นที่สีเทาในตลาด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นโทเคนเข้าข่ายหลักทรัพย์หรือไม่ วิธีคัดแยกระหว่างโทเคนยูทิลิตี้กับโทเคนเพื่อการลงทุน รวมไปถึงขอบเขตการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐหลายแห่งที่ทับซ้อนกัน
ความเคลื่อนไหวของ ‘CLARITY Act’ ยังได้รับแรงหนุนจากทั้งสมาชิกรัฐสภาฝั่งรีพับลิกันและเดโมแครตที่ต้องการเร่งสร้างกรอบกฎเกณฑ์ใหม่ ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่วุฒิสภามองว่าการรวบรวมเสียงให้ได้อย่างน้อย 60 เสียงในที่ประชุมใหญ่นั้นเป็น ‘จุดชี้ขาด’ ของกฎหมายฉบับนี้ ด้านสมาคมบล็อกเชนของสหรัฐก็ได้ยื่นจดหมายสนับสนุนที่มีลายเซ็นจากอดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับชาติ ข่าวกรอง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกว่า 160 รายชื่อ สะท้อนน้ำหนักเชิงนโยบายของ ‘CLARITY Act’ ที่ส่งผลโดยตรงต่อ ‘ตลาดคริปโต’ ในระยะยาว
ปลดล็อกความไม่แน่นอนคือหัวใจของริปเปิล(XRP)
คิตาโอะระบุอย่างชัดเจนว่าหาก ‘CLARITY Act’ ถูกบังคับใช้ในสหรัฐ จะเป็น ‘ปัจจัยบวกสำคัญ’ ต่อคริปโต โดยเฉพาะริปเปิล(XRP) ที่เคยเผชิญแรงกดดันจากคดีความและความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบมายาวนาน เขาเชื่อว่าการมีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ และทำดีลความร่วมมือกับโครงการต่าง ๆ ได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใสมากขึ้น
ในมุมมองของผู้เล่นในอุตสาหกรรม ‘ความชัดเจนด้านกฎหมาย’ ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนขนาดใหญ่ และผู้จัดการสินทรัพย์สถาบัน ให้เข้ามาในตลาดคริปโตและริปเปิล(XRP) ได้สะดวกกว่าเดิม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์การชำระเงินข้ามประเทศ ไปจนถึงโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบมีโทเคนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
สำหรับแรงขายรอบล่าสุดในตลาดคริปโต แม้บางฝ่ายมองเป็นสัญญาณเริ่มต้นของตลาดขาลง แต่คิตาโอะกลับมองต่างออกไป โดยนิยามสถานการณ์นี้ว่าเป็นเพียง ‘การจัดพอร์ตใหม่’ มากกว่า ‘วิกฤต’ เขาอธิบายว่า สถาบันจำนวนมากกำลังลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน เพื่อเตรียม ‘กระสุนเงิน’ ให้พร้อมรับดีล IPO ขนาดใหญ่ของ SpaceX, Anthropic และ OpenAI ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก
เมื่อกระบวนการโยกย้ายสภาพคล่องเพื่อรองรับ IPO เหล่านี้สิ้นสุดลง และเงินทุนส่วนหนึ่งไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล คิตาโอะคาดว่าตลาดคริปโตอาจกลับมาเผชิญ ‘ภูมิทัศน์กฎระเบียบใหม่’ ที่ชัดเจนกว่าปัจจุบัน หาก ‘CLARITY Act’ เดินหน้าผ่านวุฒิสภาและมีผลบังคับใช้
‘ความคิดเห็น’ การปรับฐานรอบนี้จึงอาจสะท้อน ‘แรงเคลื่อนไหวของการเงินดั้งเดิมและทุนใหม่’ มากกว่าสุขภาพของอุตสาหกรรมคริปโตเอง โดยเฉพาะในกรณีของริปเปิล(XRP) ที่โอกาสกลับทิศอาจขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายใหม่อย่าง ‘CLARITY Act’ จะสามารถปลดล็อกความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในสหรัฐได้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0