อาร์เจนตินากำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้เร่งคลี่คลายคดีสแกมเหรียญมีม ‘LIBRA’ หลังพบว่าทีมสืบสวนด้านไซ버ใช้ซอฟต์แวร์ติดตามธุรกรรมคริปโตแบบฟรี ‘หมดอายุ’ และยังไม่ได้ต่อสัญญา ทำให้เกิดคำถามใหญ่ต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการสืบสวน
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ La Nacion ส.ส.อาร์เจนตินาจำนวน 4 คนที่เข้าร่วมการสอบสวน LIBRA ในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือถึงเอดูอาร์โด คาซาล(Eduardo Casal) อัยการสูงสุดของประเทศ ขอให้จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านเทคนิคเพิ่มเติมให้กับหน่วยสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์พิเศษ UFECI
หน่วย UFECI ทำหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ LIBRA มานานราว 8 เดือน แต่ถูกระบุว่าขาดทั้งงบประมาณและไลเซนส์ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต่อการทำงาน โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานพึ่งพาซอฟต์แวร์ติดตามธุรกรรมคริปโตเวอร์ชันทดลองใช้งานฟรี ซึ่งขณะนี้หมดอายุไปแล้วและยังไม่ได้รับการต่ออายุอย่างเป็นทางการ
ภายใต้คำสั่งของอัยการสหพันธ์ เอดูอาร์โด ทาอาโน(Eduardo Taiano) UFECI เคยตรวจพบความเคลื่อนไหวของกระเป๋าดิจิทัล 74 ใบ ที่เข้าซื้อเหรียญ LIBRA มูลค่ารวมประมาณ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนหน้าที่ฮาเวียร์ มิเลย์(Javier Milei) จะกลายเป็นประธานาธิบดีและเริ่มแคมเปญประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ LIBRA รายงานระบุว่าหากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1,536.90 วอน วงเงินดังกล่าวมีมูลค่าราว 199.5 พันล้านวอน
‘ความคิดเห็น’ ประเด็นนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การสืบสวนสแกม LIBRA ที่ต้องอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์บล็อกเชนขั้นสูง กำลังเดินหน้าเพียงครึ่งทางเพราะขาดทรัพยากรพื้นฐาน ทั้งที่คดีมีมิติทางการเมืองและการเงินขนาดใหญ่เกี่ยวพันอยู่
ส.ส.ชี้การหั่นงบ–ขาดเครื่องมือ เสี่ยงทำคดีล่าช้าและคนผิดลอยนวล
------------------------------------------------------
ฝ่ายนิติบัญญัติเตือนอย่างชัดเจนว่า การขาดแคลนทรัพยากรอาจเป็นอุปสรรคต่อ “การค้นหาความจริง” และอาจนำไปสู่สถานการณ์ ‘ไม่ต้องรับโทษ’ สำหรับผู้เกี่ยวข้องกับ LIBRA
มักซิมิเลียโน ปาเรโร(Maximiliano Ferraro), โมนิกา ปราดอ(Monica Frade), ซาบรินา เซลบา(Sabrina Selva) และฮวน มาริโน(Juan Marino) ส.ส.ทั้งสี่คน ระบุว่า หากความสามารถในการสืบสวนของหน่วยงานถูกทำให้ถดถอยลง “การบรรลุความยุติธรรมในทางปฏิบัติจะกลายเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง”
ปาเรโรโพสต์บนแพลตฟอร์ม X วิจารณ์ว่าอัยการทาอาโน “ปล่อยให้เกิดความล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า” พร้อมชี้ว่าปัจจุบันทีมสืบสวน “ไม่มีทั้งงบประมาณและเครื่องมือเทคนิคเพียงพอในการทำการวิเคราะห์เชิงผู้เชี่ยวชาญ” เขายังระบุด้วยว่าการสอบปากคำ การเรียกพยาน และการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นอย่างล่าช้า เปิดช่องให้ผู้เกี่ยวข้องมีเวลามากพอในการ ‘ฮั้วคำให้การ’ หรือซ่อนทำลายหลักฐานสำคัญ
แรงกดดันจากสภาไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ส.ส.ชุดเดียวกันเคยยื่นเรื่องทักท้วงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กล่าวหาว่าอัยการทาอาโนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ และปล่อยให้กระบวนการสืบสวนคดี LIBRA ล่าช้าอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ กลุ่มอัยการได้รับเอกสารสำคัญ คือร่างสัญญาที่ถูกระบุว่าเป็น “ข้อตกลงให้คำปรึกษาบล็อกเชนแบบลับ” ระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง LIBRA อย่างเฮย์เดน เดวิส(Hayden Davis) และทีมของประธานาธิบดีมิเลย์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเอกสารที่สร้างข้อสงสัยต่อความเชื่อมโยงระหว่างโครงการคริปโตดังกล่าวกับฝ่ายการเมืองระดับสูง
‘LIBRA’ กลายเป็นบททดสอบความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
------------------------------------------------------
คดี LIBRA ลุกลามจากกรณีคริปโตทั่วไป ไปสู่การเป็นบททดสอบความน่าเชื่อถือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในอาร์เจนตินา โดยเฉพาะในมิติของการติดตามเงินดิจิทัลและการควบคุมโครงสร้างทางการเงินทางเลือก
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ศาลสหรัฐตัดสินไม่สกัดกั้นการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เงิน LIBRA เป็น ‘นิรนาม’ และการแปลงเป็นเหรียญเน้นความเป็นส่วนตัว (Privacy Coin) ซึ่งทำให้การติดตามเส้นทางเงินยิ่งซับซ้อนขึ้นในทางเทคนิค
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เว็บไซต์ Libra Trust เวอร์ชันใหม่ถูกเปิดตัวขึ้น สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติม เฟร์นันโด โมลินา(Fernando Molina) นักวิจัยที่ติดตามกรณีนี้ ระบุว่าโดเมนดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพียง 5 วันหลังคำสั่งระงับสินทรัพย์เดิมถูกยกเลิก และที่น่าจับตาคือ เมื่อผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์จะถูกรีไดเรกต์ไปยังบล็อกสำหรับผู้ใหญ่แทน ‘หน้าโครงการ’ ตามปกติ
จนถึงตอนนี้ UFECI สามารถติดตามเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ LIBRA ได้เพียงบางส่วน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ซอฟต์แวร์ติดตามธุรกรรมหมดอายุ บวกกับแนวโน้มการลดงบประมาณในหน่วยงานยุติธรรม นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการสืบสวนมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
‘ความคิดเห็น’ การคลี่คลายคดี LIBRA จะกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า อาร์เจนตินาสามารถจัดการกับอาชญากรรมทางการเงินยุคบล็อกเชนได้จริงหรือไม่ เพราะต้องอาศัยทั้งเครื่องมือวิเคราะห์เครือข่ายคริปโตขั้นสูง ความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน หากรัฐบาลและฝ่ายตุลาการไม่เร่งอุดช่องโหว่ด้านงบประมาณและเทคโนโลยี การสืบสวนอาจสะดุด และเปิดทางให้คดีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ ‘ความไม่ต้องรับโทษ’ ในโลกคริปโต
อนาคตของการสืบสวน LIBRA จึงขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายการเมืองและอัยการอาร์เจนตินาจะตัดสินใจ ‘เติมทรัพยากร’ ให้ทีมสืบสวนมากแค่ไหน และเร็วเพียงใด เพราะในโลกของเงินดิจิทัล การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่มีการติดตามอย่างจริงจัง ยิ่งทำให้เงินและหลักฐานไหลหายเข้าไปในเครือข่ายที่ตรวจสอบได้ยากยิ่งกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0