Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ดิ่ง 16% สวน S&P500 ทำจุดสูงสุดใหม่ เม็ดเงินไหลสู่หุ้นเอไอ–IPO ดูดสภาพคล่องคริปโต

บิตคอยน์(BTC) กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังราคาปรับตัวลงมากกว่า 16% ภายในรอบเดือน ในขณะที่ดัชนี S&P500 กลับพุ่งขึ้นราว 5% พร้อมทำสถิติสูงสุดใหม่สวนทางกันอย่างชัดเจน สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดเริ่มมองว่าบิตคอยน์อาจ ‘เสียโมเมนตัม’ ไปแล้ว แม้บิตคอยน์(BTC)จะเคยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐก็ตาม

‘จิม เฟราโยลิ’(Jim Ferraioli) หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของชาร์ลส์ ชวาบ(Charles Schwab) วิเคราะห์ว่า จุดสำคัญของรอบนี้คือ ‘การล่มสลายของโมเมนตัม’ เขามองว่าหลังจากบิตคอยน์(BTC) ทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อปีที่แล้ว สินทรัพย์ก็แทบจะเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างไม่เป็นทางการต่อเนื่องเรื่อยมา แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐจะยังดูแข็งแรง

ที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนีหุ้นสหรัฐ แต่ช่วงหลังความสัมพันธ์นี้เริ่ม ‘หลุดกรอบ’ อย่างเห็นได้ชัด ในตลาดมีทั้งมุมมองเรื่องแรงขายจากฝั่ง ‘สถาบัน’ โดยเฉพาะการปรับพอร์ตของกองทุนเชิงกลยุทธ์(strategy) รวมถึงการชะลอตัวของดีมานด์จากนักลงทุนรายใหญ่ ทว่า ‘ความคิดเห็น’ สำคัญที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ เม็ดเงินกำลังกระจายตัวออกจากคริปโตไปหาสตอรี่อื่นที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่า

ตอนนี้ตัวดูดเม็ดเงินที่ร้อนแรงที่สุดคือ ‘กลุ่มเอไอ(AI)’ ตั้งแต่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ชิปเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ต่างทำผลตอบแทนโดดเด่น ดึงสายตานักลงทุนทั่วโลกให้หันไปโฟกัสหุ้นเทคโนโลยีกันมากขึ้น กระแสคาดหวังการเข้าตลาดหุ้นของบริษัทเอไอรายใหญ่ ทั้งโอเพนเอไอ(OpenAI) และแอนโทรปิก(Anthropic) ยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับ ‘เรื่องเล่าแห่งการเติบโต’ ชุดใหม่ในตลาดทุน

นอกจากเอไอแล้ว ตลาดยังจับตาการ IPO ขนาดมหึมาอย่าง สเปซเอ็กซ์(SpaceX) ของอีลอน มัสก์(Elon Musk) ที่นักวิเคราะห์บางรายประเมินมูลค่าหลังเข้าตลาดอาจสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,752 ล้านล้านบาท) หากดีล IPO ยักษ์ใหญ่หลายดีลถูกดันออกมาพร้อมกัน มีการคาดการณ์ว่าลิสต์ใหญ่เหล่านี้อาจดึงสภาพคล่องมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ออกจากสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น

ภายใต้บริบทนี้ บิตคอยน์(BTC) จึงไม่ได้แข่งอยู่แค่กับเหรียญคริปโตด้วยกันเองอีกต่อไป แต่ต้องเผชิญการแข่งขันกับทุก ‘เรื่องเล่าเชิงเก็งกำไร’ ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นเอไอ IPO หุ้นเทค หรือสินทรัพย์เสี่ยงรูปแบบใหม่ ทำให้เงินลงทุนที่เคยหมุนเข้าเหรียญหลักมีแนวโน้มถูกเฉลี่ยไปยังสินทรัพย์อื่นมากขึ้น

กระแสไล่ซื้อ IPO ยังลุกลามเข้ามาถึงโลกคริปโตโดยตรงด้วย บางแพลตฟอร์มดีฟายอย่าง ‘ไฮเปอร์ลิควิด’(Hyperliquid, HYPE) เปิดให้เทรดอนุพันธ์ที่อ้างอิงมูลค่าบริษัทนอกตลาด ทำให้กลุ่มนักเทรดจำนวนหนึ่งเริ่มย้ายจากการเก็งกำไรบิตคอยน์(BTC) ไปเปิดโพสิชั่นกับสินทรัพย์ที่ผูกกับ IPO หรือหุ้นเอกชนแทน ‘ความคิดเห็น’ จากฝั่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่สะท้อนให้เห็นถึงการที่โครงสร้างพื้นฐานคริปโตเติบโตจนเชื่อมต่อกับสินทรัพย์นอกโลกบล็อกเชนได้มากขึ้น แต่ในอีกด้านก็คือการดึงสภาพคล่องออกจากบิตคอยน์

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากอีกเรื่องคือ กระแสข่าวว่ากองทุนเชิงกลยุทธ์ Strategy ขายบิตคอยน์(BTC) ออกมาราว 32 บิตคอยน์ ทำให้หลายฝ่ายโยงเป็นตัวการเร่งให้ตลาดลง อย่างไรก็ตาม เฟราโยลิชี้ว่า แรงขายระดับนี้มีผลเชิงจิตวิทยามากกว่าเป็นปัจจัยพื้นฐาน เขากลับมองว่า ‘จิตวิทยาเทขายจากฝั่ง ETF’ คือปัจจัยสำคัญกว่า เพราะเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม มีบล็อกเทรดมูลค่ากว่า 1.26 พันล้านดอลลาร์ไหลออกจาก IBIT กองทุนบิตคอยน์ ETF ของแบล็คร็อก(BlackRock) ซึ่งสะท้อนถึงการถอนตัวของนักลงทุนรายใหญ่ มากกว่าจะเป็นแค่การปรับพอร์ตตามระบบ

เมื่อราคาบิตคอยน์(BTC) เด้งขึ้นมาใกล้จุดคุ้มทุน นักลงทุนจำนวนมากเลือก “ปิดโพสิชั่นแล้วออกมาก่อน” มากกว่าจะเสี่ยงถือรอต่อในภาวะที่โมเมนตัมกำลังอ่อนตัว ‘ความคิดเห็น’ จากนักวิเคราะห์เชื่อว่า นี่คือพฤติกรรมปรับลดความเสี่ยงของตลาดที่ยังไม่มั่นใจทิศทางรอบใหญ่ถัดไป

แม้ ETF ทำให้การเข้าถึงบิตคอยน์(BTC) ของสถาบันง่ายขึ้น แต่โครงสร้างตลาดก็ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยเงินรายย่อยเป็นหลัก นักลงทุนกลุ่มนี้มักอ่อนไหวต่อแนวโน้มราคาและสัญญาณทางเทคนิค จึงมักไล่ซื้อเมื่อตลาดขึ้นแรง และเทขายเร็วเมื่อตลาดเสียจังหวะ ส่งผลให้ ‘ข่าวดีเชิงโครงสร้าง’ อย่างการอนุมัติ ETF ใหม่ หรือการพูดคุยกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในสภาคองเกรสสหรัฐ ไม่ได้ส่งผลให้ราคาขยับทันที

ขณะนี้สหรัฐกำลังหารือ ‘กฎหมายคลาริตี’ (Clarity Bill) เพื่อทำให้กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลชัดเจนขึ้น แต่ตลาดมองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย แม้จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ยังไม่เพียงพอจะผลักดันให้บิตคอยน์(BTC) พลิกกลับเป็นขาขึ้นในระยะสั้นได้

อีกแรงกดดันหนึ่งคือ ‘ปัจจัยฤดูกาล’ ช่วงฤดูร้อนมักเป็นช่วงที่ปริมาณเทรดและความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) หดตัว นักลงทุนจำนวนไม่น้อยพักการซื้อขาย หรือหันไปจับตาสินทรัพย์อื่น ทำให้แรงขับเคลื่อนฝั่งซื้อยิ่งอ่อนกำลัง เมื่อบวกกับกระแสเม็ดเงินที่หลั่งไหลไปสู่หุ้นเอไอและดีล IPO ขนาดใหญ่ ก็ยิ่งกดดันไม่ให้บิตคอยน์รีบาวด์ได้ง่าย

ท้ายที่สุด ปัญหาหลักของบิตคอยน์(BTC) ในรอบนี้อาจไม่ใช่เรื่องกฎระเบียบ สถาบันการเงิน หรือข่าวลบเฉพาะตัว แต่คือการที่นักลงทุนมองเห็น ‘ตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า’ ทั้งในตลาดหุ้น เทคโนโลยีเอไอ และดีล IPO ใหม่ๆ ในเมื่อโครงสร้างตลาดและทิศทางกระแสเงินทุนเปลี่ยนไป การหวังให้ราคาเด้งกลับแรงๆ เพียงเพราะมีข่าวดีบางอย่าง จึงอาจไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นง่ายในระยะสั้นสำหรับบิตคอยน์(BTC) ในตอนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1