Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

EU เดินหน้าปรับกฎ MiCA รอบ 2 ลุ้นยกเครื่องกำกับคริปโต-สเตเบิลคอยน์-โทเคนไนซ์ แข่งสหรัฐ

สหภาพยุโรป(EU) กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างกฎระเบียบ ‘MiCA’ รอบที่สอง ก่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบของกรอบกำกับดูแลคริปโตอย่างเป็นทางการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและกฎระเบียบอย่าง ลูคาช โควาริก มองว่า กรอบปัจจุบันยังตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดคริปโต ทั้ง ‘สเตเบิลคอยน์’, การโทเคนไนซ์สินทรัพย์, ประเด็นด้านภาษี และระบบการเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานของ Coinpedia เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) โควาริกอธิบายว่า หลังสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่านและผ่อนผันแล้ว ผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย MiCA จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจในตลาด EU ได้อีกต่อไป โดยจะเหลือเฉพาะผู้ประกอบการที่ถือใบอนุญาต MiCA เท่านั้นที่สามารถให้บริการได้ อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่ ‘ระยะการบังคับใช้เต็มรูปแบบ’ ของ MiCA เพราะยังต้องออกกฎเกณฑ์ลูกและมาตรการเสริมอีกหลายส่วนเพื่อให้การกำกับดูแลมีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น

ประเด็นสำคัญที่กำลังถกเถียงกันใน EU คือเรื่อง ‘อำนาจกำกับดูแล’ ว่าจะให้หน่วยงานกำกับของแต่ละประเทศสมาชิกดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (CASP) ต่อไป หรือจะรวบอำนาจขึ้นสู่ส่วนกลาง โดยโอนให้สภาตลาดหลักทรัพย์ยุโรป(ESMA) เป็นผู้กำกับหลักเพียงหน่วยงานเดียว พร้อมกันนี้ การขยายโครงการนำร่องด้านเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์(DLT pilot regime) และการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของคณะกรรมาธิการยุโรปต่อการทบทวน MiCA ยิ่งทำให้ภาพชัดขึ้นว่า กรอบกฎหมายคริปโตของ EU มีโอกาสจะถูก ‘ยกเครื่อง’ อีกครั้ง

โควาริกเตือนว่า ในด้าน ‘สเตเบิลคอยน์’ ทั้งฝั่งการออกเหรียญและการซื้อขาย รวมถึงการโทเคนไนซ์สินทรัพย์แบบดั้งเดิม EU อาจเสี่ยงตามหลังสหรัฐและภูมิภาคอื่น หากไม่เร่งปรับปรุงกฎระเบียบให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อการเติบโตของตลาด เขาระบุว่า EU จำเป็นต้อง ‘อัปเดตกฎเกณฑ์’ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับภูมิภาคที่มีท่าที ‘เป็นมิตรต่อสินทรัพย์ดิจิทัล’ มากกว่า ‘ความคิดเห็น’ เขาชี้ว่า แม้ตอนนี้ภายใน EU จะมีบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนไม่น้อยที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว แต่หากโครงสร้างกฎเกณฑ์มีความชัดเจนและทันสมัยกว่านี้ การยอมรับและการใช้งานคริปโตในระดับสถาบันและผู้ใช้งานทั่วไปจะยิ่งเร่งตัวขึ้น

ด้านภาษีก็ถูกมองว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของ MiCA ระยะต่อไป โควาริกชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการจัดเก็บภาษีและมาตรฐานการบัญชีที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศสมาชิก ส่งผลให้ ‘ความสามารถในการขยายตลาด’ ลดลง เพราะผู้ประกอบการต้องรับมือกับกฎระเบียบที่ซับซ้อนเกินจำเป็น เขาเสนอให้ EU เดินไปสู่ระบบภาษีที่มี ‘โครงสร้างเรียบง่ายกว่า’ และเอื้อต่อ ‘นวัตกรรม’ ในตลาดคริปโต พร้อมแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดการจัดเก็บ ‘ภาษีธุรกรรม (transaction tax)’ จากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยให้เหตุผลว่า อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเปิดตัวบริการใหม่ ๆ และทำให้นักลงทุนสถาบันลังเลที่จะเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคนี้

ในมุมของโควาริก ทิศทางต่อไปของ MiCA จึงไม่ใช่ ‘การเข้มงวดขึ้น’ อย่างตรงไปตรงมา แต่คือการทำให้กฎระเบียบมีความ ‘ละเอียดและเหมาะสมยิ่งขึ้น’ เพื่อรักษาเป้าหมายหลักของ MiCA ในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดและดึงผู้เล่นเข้าสู่ระบบที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดพื้นที่ให้กับเทรนด์ใหม่อย่าง ‘สเตเบิลคอยน์’, ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์’ และ ‘ยูโรดิจิทัล’

หาก EU ไม่สามารถสะท้อนกระแสเหล่านี้เข้าไปในโครงสร้างกฎหมายได้ทันเวลา ความสามารถในการแข่งขันของตลาดคริปโตยุโรปอาจสั่นคลอน โดยเส้นทางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในยุโรปจากนี้ จะถูกกำหนดโดย ‘ความเร็วและความเฉียบคม’ ของการปรับรายละเอียดกฎระเบียบภายหลังการบังคับใช้ MiCA อย่างเต็มรูปแบบเป็นสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1