บิตคอยน์(BTC) ยังเหวี่ยงแรงทำเอานักลงทุนหัวหมุน ภายในวันเดียวร่วงกว่า 7% จุดกระแสถกเถียงเรื่อง ‘การย้ายเงินทุน’ กลับมาร้อนอีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งกระแสลงทุน ‘AI’ และกระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF ที่หนุนราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์ร่วงลงไปแตะราว 61,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 94.1 ล้านวอน) ก่อนดีดกลับขึ้นไปแถว 64,000 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 62,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 95.7 ล้านวอน) ความผันผวนรุนแรงในช่วงสั้นเช่นนี้กำลังเพิ่มระดับความกังวลในตลาดคริปโตอย่างชัดเจน
‘ความคิดเห็น’ การย่อตัวแรงในกรอบวันเดียว พร้อมเด้งแล้วถูกขายต่อ สะท้อนถึงภาวะตลาดที่อ่อนไหวต่อแรงซื้อขายของนักลงทุนสถาบันและกองทุนอย่างมาก
‘ไมเคิล เซย์เลอร์’ ชี้ไม่ใช่ปัญหาบิตคอยน์ แต่คือการย้ายเงินทุน
ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ประธานคณะกรรมการของบริษัท สเตรทิจี(Strategy) มองว่าต้นตอของแรงกดดันราคารอบนี้มาจาก ‘โครงสร้างการย้ายเงินทุน’ มากกว่าจะเป็นปัญหาพื้นฐานของบิตคอยน์เอง
เซย์เลอร์เผยว่า “ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีเงินทุนราว 4 แสนล้านดอลลาร์ไหลไปยังการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI” พร้อมระบุว่า “ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคมเป็นต้นมา กองทุน ETF บิตคอยน์มีเงินไหลออกประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ ส่งแรงกดดันต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ”
เขาย้ำว่า การเคลื่อนย้ายดังกล่าวเป็นเพียง ‘การจัดสรรเงินทุนใหม่’ ไม่ใช่สัญญาณว่า ‘บิตคอยน์(BTC)’ เสื่อมความน่าสนใจ โดยระบุว่า “นี่ไม่ใช่การถูกทำลายของบิตคอยน์ แต่คือการย้ายทุน (capital reallocation) และความผันผวนกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้เล่นในตลาด”
ETF เงินไหลออก + เงินไหลเข้า AI กดดันบิตคอยน์สองทาง
ภายใต้บรรยากาศปัจจุบัน ตลาดกำลังเผชิญแรงบีบจากสองด้านพร้อมกัน ทั้งกระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก ‘บิตคอยน์ ETF’ และแรงดึงดูดของหุ้นเทคโนโลยีสาย ‘AI’ ที่ยังร้อนแรง นักลงทุนสถาบันจำนวนไม่น้อยกำลังโยกพอร์ตจากบิตคอยน์ไปหาสินทรัพย์ที่มองว่ามีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าในระยะกลางถึงยาว
‘ความคิดเห็น’ ท่าทีนี้สะท้อนว่าบิตคอยน์กำลังแข่งขันกับ ‘ธีม AI’ ในฐานะแกนลงทุนหลักของโลก ไม่ได้แข่งเฉพาะกับทองคำหรือสินทรัพย์เสี่ยงแบบเดิมอีกต่อไป
แรงกดดันยังเพิ่มขึ้นจากความเคลื่อนไหวของ สเตรทิจี(Strategy) เอง หลังมีรายงานว่าบริษัทได้ขายบิตคอยน์บางส่วนออกมา ทำให้นักลงทุนตีความว่าแม้แต่หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่ถือบิตคอยน์ยาวๆ ยังเริ่มทำกำไรบางส่วนแล้ว ข่าวดังกล่าวฉุดให้ราคาหุ้นสเตรทิจีร่วงลงราว 1.8% ในช่วงก่อนเปิดตลาด (Pre-market) สะท้อนว่าตลาดยังระแวงต่อดีลขายบิตคอยน์ของสถาบันขนาดใหญ่
ผันผวนแรงระยะสั้น จับตาจะเป็นแค่พักฐานหรือเริ่มเปลี่ยนเทรนด์
นักลงทุนในตลาดกำลังแบ่งเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ขั้วหนึ่งมองว่าการร่วงลงครั้งนี้เป็นเพียง ‘การปรับฐานระยะสั้น’ หลังบิตคอยน์(BTC) พุ่งแรงตลอดหลายเดือน ขณะที่อีกขั้วเริ่มกังวลว่านี่อาจเป็น ‘สัญญาณเริ่มต้นของการกลับทิศเทรนด์’ หากเงินทุนสถาบันไม่กลับเข้ามาเร็วพอ
การไหลออกของเงินในกองทุน ETF บวกกับภาพรวมสภาพแวดล้อมการลงทุนโลกที่กำลังเปลี่ยน ทั้งทิศทางดอกเบี้ย นโยบายการเงิน ไปจนถึงการไล่ล่าหุ้น AI ทำให้หลายฝ่ายมองว่าความผันผวนในบิตคอยน์(BTC) ยังมีโอกาสเร่งตัวต่อในช่วงถัดไป
สุดท้ายแล้วจุดชี้ขาดจะอยู่ที่ ‘การไหลกลับของเงินทุน’ เงินที่ไหลจากคริปโตไปปักหลักในธีม AI จะย้อนกลับมาสู่ตลาดบิตคอยน์หรือไม่ หากสภาพคล่องส่วนนี้หวนคืน ตลาดบิตคอยน์(BTC) อาจกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง แต่หากกระแส AI กลายเป็นเสาหลักการลงทุนแนวใหม่อย่างถาวร ทิศทางราคาในระยะยาวของบิตคอยน์อาจต้องถูกประเมินกันใหม่อีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ผูกติดกับเม็ดเงินสถาบันเหมือนช่วงก่อนหน้า
ความคิดเห็น 0