ตลาดคริปโตสัปดาห์นี้เข้าสู่ภาวะ ‘약세장 심화’ อย่างชัดเจน เมื่อแรงขายถาโถมใส่ทั้ง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และกลุ่ม ‘อัลท์คอยน์’ ชั้นนำพร้อมกัน ราคาของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’, ‘ริปเปิล(XRP)’, ‘เอ이다(ADA)’, ‘ไบแนนซ์คอยน์(BNB)’ และ ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ต่างร่วงลงระดับสองหลัก ทำให้บรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนเป็นโหมดป้องกันความเสี่ยงเต็มตัว
แรงขายที่กดดัน ‘ตลาดคริปโต’ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวรับสำคัญหลายจุดถูกทะลุลงมาทีละขั้น ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า บางสินทรัพย์อาจยังไม่หยุดแค่ระดับราคาในปัจจุบัน และต้องเปิดโอกาสสำหรับการปรับฐานรอบใหม่เพิ่มเติม
‘อีเธอเรียม(ETH)’ ร่วงทะลุ 1,800 ดอลลาร์ แนวรับถัดไปจับตา 1,500 ดอลลาร์
อีเธอเรียม(ETH) ร่วงลงราว 17% ในรอบสัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในเหรียญใหญ่ที่โดนผลกระทบหนักสุดจาก ‘ตลาดขาลง’ รอบนี้ การหลุดระดับ ‘1,800 ดอลลาร์’ ซึ่งเคยเป็นแนวรับหลัก ทำให้บริเวณดังกล่าวกลับกลายเป็นแนวต้านในทันที
ราคา ‘ETH’ ล่าสุดแกว่งตัวต่ำกว่าโซน ‘1,700 ดอลลาร์’ โดยที่ฝั่งซื้อยังไม่แสดงแรงกลับตัวที่ชัดเจน นักเทรดจำนวนมากกำลังจับตาโซน ‘1,500 ดอลลาร์’ เป็นแนวรับถัดไป ซึ่งเคยเป็นบริเวณที่เกิดแรงดีดตัวสำคัญในช่วงต้นปี 2025 มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวม ‘ตลาดคริปโต’ ณ ตอนนี้ ยังยากจะสรุปว่าเป็นช่วงท้ายของ ‘ตลาดหมี’ รอบนี้ หลายมุมมองจึงยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ ‘อีเธอเรียม’ อาจถอยลงไปทดสอบโซน ‘1,000 ดอลลาร์’ หากยังไม่เห็นสัญญาณยืนยันจุดต่ำสุดที่ชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์เชิงเทคนิคส่วนหนึ่งมองว่า การหลุด 1,500 ดอลลาร์ อาจเป็นตัวเร่งให้ capitulation เกิดขึ้นเร็วยิ่งขึ้น
‘ริปเปิล(XRP)’ แรงขายหนาแน่น ทดสอบพลังป้องกันแนว 1 ดอลลาร์
ริปเปิล(XRP) ปรับตัวลงอีกราว 14% ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทำ ‘จุดต่ำใหม่’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การหลุดออกจากแพตเทิร์นขาขึ้นแบบสามเหลี่ยม (Pennant) ถูกตีความเป็นสัญญาณเปลี่ยนทิศเข้าสู่ขาลงแบบเต็มตัว
ฝั่ง ‘ชอร์ต’ ยังคงครองตลาด โดยมีเป้าหมายกดราคาให้ลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ ‘1 ดอลลาร์’ ซึ่งถือเป็นทั้งแนวเทคนิคและแนวรับเชิงจิตวิทยา หากโซนนี้ยังประคองไว้ได้ อาจช่วยชะลอแรงขายในระยะสั้น แต่ท่ามกลาง ‘ตลาดคริปโต’ ที่อยู่ในโหมดเสี่ยงหลบเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ความมั่นคงของแนวรับนี้ยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
หากระดับ ‘1 ดอลลาร์’ ถูกทุบลงมาและเปลี่ยนสถานะเป็นแนวต้าน เป้าหมายถัดไปที่นักลงทุนจับตากันคือโซน ‘0.80 ดอลลาร์’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นแนวรับลึกระดับต่อไปของ ‘XRP’
‘เอ이다(ADA)’ ดิ่งกว่า 30% แนวรับ 0.24 ดอลลาร์แตก หวั่นไถลสู่ 0.15 ดอลลาร์
เอ이다(ADA) เป็นหนึ่งในอัลท์คอยน์ที่ฟอร์มย่ำแย่ที่สุดในสัปดาห์นี้ หลังราคาดิ่งลงกว่า 30% ภายใต้แรงขายต่อเนื่อง การหลุดแนวรับหลักที่ ‘0.24 ดอลลาร์’ กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายรอบใหม่ในปริมาณมาก
ราคาในโซน 0.24 ดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นฐานรับสำคัญ ถูกเปลี่ยนบทบาทเป็นแนวต้าน และลดโอกาสของการรีบาวด์ระยะสั้นลงไปอีก แนวรับสำคัญถัดไปถูกประเมินไว้ที่ ‘0.15 ดอลลาร์’ แต่หากแรงขายใน ‘ตลาดคริปโต’ ยังไม่ผ่อนคลาย แนวรับดังกล่าวก็อาจถูกกดดันอย่างหนักเช่นกัน
ตลอดปี 2026 ที่ผ่านมา ภาวะความเชื่อมั่นต่อ ‘เอ이다’ ถูกมองว่าเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในประวัติการซื้อขาย นักลงทุนจำนวนมากเริ่มต้องการ ‘ปัจจัยบวกชัดเจน’ ทั้งในเชิงพื้นฐานและเชิงเทคนิค เพื่อพลิกเทรนด์ขาลงในรอบนี้ ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า โปรเจกต์ต้องปล่อยอัปเดตเชิงระบบนิเวศหรือการใช้งานที่จับต้องได้ จึงจะดึงสภาพคล่องกลับมาได้จริง
‘ไบแนนซ์คอยน์(BNB)’ หลุดฟอร์มหลัง ‘เฟคเบรก’ เหนือ 690 ดอลลาร์
ไบแนนซ์คอยน์(BNB) แสดงสัญญาณ ‘เฟคเบรกเอาต์’ หลังราคาทะลุแนวต้าน ‘690 ดอลลาร์’ ขึ้นไปได้ชั่วครู่ ก่อนจะถูกแรงขายฉุดลงอย่างรวดเร็ว กดราคาลงมากกว่า 20% จนย้อนกลับมาทดสอบแนวรับ ‘580 ดอลลาร์’
ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยการติดลบราว 7% ซึ่งสะท้อนว่าฝั่งซื้อยังไม่แข็งแรงพอจะยันระลอกการขายได้อย่างยั่งยืน ในตอนนี้ บริเวณ ‘580 ดอลลาร์’ ถูกจับตาในฐานะแนวรับเชิงโครงสร้างสำคัญ หากยืนไม่อยู่ แนวรับถัดไปถูกประเมินไว้ที่โซน ‘500 ดอลลาร์’
ด้วยสภาพแวดล้อม ‘ตลาดคริปโต’ ที่ยังโน้มเอียงไปทางลบ นักวิเคราะห์เตือนว่าการหลุด 580 ดอลลาร์ลงมา อาจเปิดทางให้แรงขายเร่งตัวขึ้นอีกรอบ โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ใช้เลเวอเรจสูง
‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ ปรับฐานหลังทำจุดสูงสุด จับตาแนว 60 ดอลลาร์
ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) ซึ่งเพิ่งทำจุดสูงสุดแถว ‘76 ดอลลาร์’ ไม่นาน เริ่มย่อตัวลงเกือบคืนกำไรส่วนใหญ่ และเคลื่อนตัวเข้าสู่ช่วงปรับฐานอย่างเป็นทางการ ล่าสุด ราคากำลังทดสอบโซน ‘60 ดอลลาร์’ อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าจะพลิกมาเป็นแนวรับระยะกลางได้หรือไม่
หากระดับ ‘60 ดอลลาร์’ สามารถรับแรงขายได้อยู่ เทรนด์ขาขึ้นระยะยาวของ ‘Hyperliquid’ ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่ในกรณีที่หลุดลงมา แนวรับถัดไปที่นักลงทุนเตรียมรับมือคือบริเวณ ‘50 ดอลลาร์’
อย่างไรก็ดี เมื่อมองภาพรวมการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา การปรับฐานรอบนี้ถูกมองว่าเป็นการ ‘คลายความร้อนแรง’ มากกว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์ขาลงถาวร ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์มองว่าช่วงเวลาปัจจุบันเหมาะสำหรับการให้ตลาดพักตัวผ่านการแกว่งตัวในกรอบและสะสมพลัง มากกว่าคาดหวังการเด้งแรงในทันที
ทิศทาง ‘ตลาดคริปโต’ ในระยะสั้น: ตั้งรับมากกว่ารุก
เมื่อแนวรับหลักของหลายเหรียญใหญ่อย่าง ‘อีเธอเรียม’, ‘ริปเปิล’, ‘เอ이다’, ‘ไบแนนซ์คอยน์’ และ ‘ไฮเปอร์ลิควิด’ ถูกทดสอบหรือทะลุลงมาอย่างต่อเนื่อง สัญญาณชี้ชัดว่า ‘ตลาดหมี’ กำลังก่อตัวอย่างจริงจัง
ในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้ กลยุทธ์ของนักลงทุนจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนจากโหมดไล่ราคา ไปสู่โหมดรอดูการ ‘สร้างฐานราคาใหม่’ แทน โดยเปิดความเป็นไปได้ต่อการปรับฐานลงต่อ ก่อนจะค่อยๆ ประเมินว่าแนวรับใดสามารถกลายเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์ของตลาดคริปโตได้ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0