ธนาคารสหรัฐฯ เดือด กดดันวุฒิสภาแก้กฎหมาย CLARITY ปม ‘ดอกเบี้ยสเตเบิลคอยน์’ หวั่นแย่งเม็ดเงินฝาก
ธนาคารสหรัฐฯ ระดมเสียงกดดันวุฒิสภาให้แก้ไขเงื่อนไขเรื่อง ‘ดอกเบี้ยสเตเบิลคอยน์’ ในกฎหมาย ‘CLARITY’ โดยมองว่าข้อความปัจจุบันเปิดช่องให้สเตเบิลคอยน์กลายเป็น ‘ทางเลือกฝากเงิน’ แข่งกับระบบธนาคาร ทั้งที่ในมุมแบงก์ สเตเบิลคอยน์สำหรับชำระเงินควรถูกจำกัดให้เป็นเพียง ‘สื่อกลางการแลกเปลี่ยน’ ไม่ใช่สินทรัพย์รับผลตอบแทน
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) สมาคมธนาคารอเมริกัน(ABA), สมาคมธนาคารท้องถิ่นอิสระอเมริกัน(ICBA) และสมาคมธนาคารระดับมลรัฐอีก 76 แห่ง ได้ทำหนังสือร่วมถึงผู้นำวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับ ‘ดอกเบี้ย(interest)’, ‘ยีลด์(yield)’ และ ‘รางวัล(rewards)’ ของ ‘สเตเบิลคอยน์(stablecoin)’ ในร่างกฎหมายปัจจุบันยังไม่ชัดเจน กลุ่มธนาคารเตือนว่าโครงสร้างดังกล่าวอาจเร่ง ‘การไหลออกของเงินฝาก’ จากบัญชีธนาคารเข้าสู่สเตเบิลคอยน์ และย้ำว่าควรปิดช่องทุกแบบของ ‘ผลตอบแทนแฝง’ ที่ใช้เลี่ยงหลักการ ‘สเตเบิลคอยน์ไร้ดอกเบี้ย’
แรงต้านจากภาคธนาคารไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะกฎหมาย CLARITY แม้จะผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภามาตั้งแต่เดือน 5 แล้ว แต่ก็ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั้งพรรคเดโมแครตและภาคการเงินดั้งเดิม ที่มองว่ากฎหมายนี้อาจ ‘เปิดไฟเขียว’ ให้ธุรกิจคริปโตหากำไรจาก ‘ดอกเบี้ยสเตเบิลคอยน์’ ได้ โดยไม่ต้องรับกฎเกณฑ์ระดับเดียวกับธนาคารดั้งเดิม ขณะที่ เจมี ไดมอน(Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เจพีมอร์แกนเชส(JPM) เคยประกาศเมื่อเดือน 5 ว่า “จะสู้ต่อไป” พร้อมยืนยันว่าบริษัทคริปโตที่ต้องการจ่ายดอกเบี้ยบนสเตเบิลคอยน์ควรต้อง ‘ขอใบอนุญาตธนาคาร’ เสียก่อน
แรงเสียดทานดังกล่าวเริ่มกระทบ ‘ไทม์ไลน์’ ของกฎหมายโดยตรง แม้ CLARITY จะมีคิวพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ แต่ฝ่ายวิจัยของ กาแล็กซี่ดิจิทัล(Galaxy Digital) ประเมินว่าวุฒิสภาอาจไม่มีเวลามากพอที่จะผลักดันให้ผ่านภายในปีนี้ โดยเมื่อวันที่ 26 เดือนที่แล้ว กาแล็กซี่ดิจิทัลชี้ว่า คณะกรรมาธิการการธนาคารและคณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภายังไม่สามารถสรุปร่างกฎหมายฉบับเดียวร่วมกันได้ และยังไม่มีการล็อกวันลงมติในที่ประชุมใหญ่ ทำให้พวกเขาลด ‘โอกาสผ่านกฎหมายภายในปี 2026’ ลงเหลือเพียงราว 50%
อย่างไรก็ตาม เสียงสนับสนุนกฎหมาย CLARITY ก็เริ่มชัดขึ้นเช่นกัน เมื่อวันที่ 10 สหภาพเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ(FLEOA) ได้ส่งจดหมายถึงสภาคองเกรสเพื่อประกาศ ‘สนับสนุน’ ร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยแนบเงื่อนไขว่าควรใช้เพื่อยกระดับ ‘ความรับผิดชอบ’ ภายในระบบการเงินไร้ตัวกลาง(DeFi) ให้มากขึ้น ขณะที่เมื่อเดือน 6 ที่ผ่านมา บริษัทคริปโตและองค์กรที่เกี่ยวข้องกว่า 200 ราย ก็ร่วมกันผ่านกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ ‘สแตนด์ วิธ คริปโต(Stand With Crypto)’ เรียกร้องให้วุฒิสภาพิจารณา CLARITY อย่างเร่งด่วน
การปะทะครั้งนี้สะท้อนว่า ‘ความพยายามวางกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับแรกในสหรัฐฯ’ กำลังชนเข้ากับผลประโยชน์ที่หลากหลายโดยตรง โดยเฉพาะประเด็น ‘การอนุญาตหรือห้ามจ่ายดอกเบี้ยบนสเตเบิลคอยน์’ ที่กลายเป็นศูนย์กลางศึกชิงอำนาจระหว่างธนาคารแบบดั้งเดิมกับอุตสาหกรรมคริปโต ในภาวะที่ ‘ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐต่อวอน’ ขยับขึ้นไปถึง 1,495.40 วอน ความผันผวนที่ผูกกับค่าเงินดอลลาร์และสเตเบิลคอยน์จึงยิ่งถูกขยายออกมา ‘ความคิดเห็น’ คือ ทิศทางกฎเกณฑ์สเตเบิลคอยน์และความชัดเจนของ CLARITY จะมีผลต่อมุมมองความเสี่ยงของนักลงทุนรวมถึงผู้เล่นในไทยและภูมิภาค เพราะกติกาจากสหรัฐฯ มักถูกใช้เป็น ‘ต้นแบบ’ หรืออย่างน้อยเป็น ‘จุดอ้างอิง’ ของหน่วยงานกำกับทั่วโลก ทำให้ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเดินหน้าเร็วหรือชะลอตัวต่อไปอย่างไร
ความคิดเห็น 0