สเตรทีจี(Strategy) หยุดซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่ม และหันมาโฟกัสการเพิ่ม ‘สภาพคล่องดอลลาร์’ มากขึ้น ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวนและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่กลยุทธ์ ‘ถือเงินสดป้องกันความเสี่ยง’ อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) บริษัทเปิดเผยว่ามีเงินสำรองดอลลาร์เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 4.74 แสนล้านวอน โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว สเตรทีจีได้เสริมสภาพคล่องเพิ่มอีก 225 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.33 หมื่นล้านวอน) เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด
ในทางกลับกัน ปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่ถือครองยังคงอยู่ที่ 843,775 BTC ไม่เปลี่ยนแปลง ยอดต้นทุนรวมสะสมอยู่ที่ราว 63.7 พันล้านดอลลาร์ เฉลี่ยต้นทุนต่อ 1BTC ประมาณ 75,500 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดปัจจุบันทำให้พอร์ตบิตคอยน์ของบริษัทอยู่ในภาวะขาดทุนทางบัญชีราว 10 พันล้านดอลลาร์ ‘บิตคอยน์(BTC)’ จึงยังเป็นสินทรัพย์หลักในงบดุล แต่ไม่ได้เป็นเป้าหมายในการสะสมเชิงรุกเหมือนที่ผ่านมา
ในช่วงที่ผ่านมา สเตรทีจีเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทที่ใช้กลยุทธ์ ‘ซื้อและถือยาว’ สะสมบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง โดยแทบไม่แตะต้องสินทรัพย์ที่ถืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ บริษัทเริ่มเทขายบางส่วน ส่งสัญญาณการปรับโครงสร้างพอร์ตและการจัดการความเสี่ยงที่จริงจังมากขึ้น
เมื่อต้นเดือน สเตรทีจีขายบิตคอยน์ราว 3,500 BTC ด้วยมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.20 หมื่นล้านวอน) นับเป็นดีลขายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มสะสมคริปโต ‘ความคิดเห็น’ การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการขยับออกจากแนวคิดถือยาวแบบสุดโต่ง ไปสู่โมเดลที่เน้นการบริหารสภาพคล่องและควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) มากขึ้น
สเตรทีจียังได้เปิดตัวโครงสร้าง ‘กรอบทุนเครดิตดิจิทัล’ หรือ Digital Credit Capital Framework เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระแสเงินสดของบริษัท โมเดลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการรักษาการเปิดรับสินทรัพย์บิตคอยน์(BTC) ในระยะยาว โดยบริษัทระบุว่า เงินสำรองดอลลาร์ในปัจจุบันมีมากพอสำหรับรองรับการจ่ายปันผลในช่วงกว่า 2 ปีข้างหน้า
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ บางส่วนมองว่าการเพิ่มน้ำหนัก ‘ดอลลาร์’ และชะลอการซื้อบิตคอยน์(BTC) เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลท่ามกลางภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน โดยช่วยเพิ่มกันชนด้านสภาพคล่องและลดแรงกดดันด้านราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม ก็มีความกังวลว่า อัตลักษณ์ของสเตรทีจีในฐานะ “บริษัทที่ยึดบิตคอยน์เป็นศูนย์กลาง” อาจเริ่มเจือจางลง
‘ความคิดเห็น’ ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์(BTC) ยังคงแกว่งตัวแรงทั้งจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นนักลงทุน และประเด็นกำกับดูแลคริปโตทั่วโลก คำถามสำคัญต่อจากนี้ คือ สเตรทีจีจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องสภาพคล่องดอลลาร์ กับการขยายการถือครองบิตคอยน์(BTC) ในฐานะสินทรัพย์กลยุทธ์ระยะยาวได้อย่างไร ซึ่งจะกลายเป็นตัวแปรหลักที่นักลงทุนจับตาในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0