ท่ามกลางกระแสลงทุน ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ ที่ยังเทไปที่หุ้นกลุ่มชิปและคลาวด์ นักวิเคราะห์เริ่มชี้ว่า ‘บล็อกเชน’ และ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ อาจกลายเป็นเป้าหมายลงทุนระลอกถัดไป โดยมองว่า *AI เอเยนต์แบบทำงานอัตโนมัติ* จะเป็นตัวเร่งสำคัญของเทรนด์นี้
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) แซนดี คา울(Sandy Kaul) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลและนวัตกรรมของ ‘แฟรงกลิน เทมเพิลตัน’ ให้ความเห็นว่า กระแสลงทุน AI ในตอนนี้ยังโฟกัสที่โครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมอย่างเซมิคอนดักเตอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์ และผู้ให้บริการคลาวด์ แต่ *โอกาสลงทุนถัดไป* จะย้ายไปสู่เทคโนโลยีที่ทำให้ ‘การทำธุรกรรมระหว่างเครื่องจักร (machine-to-machine)’ เกิดขึ้นได้จริง เธอมองว่าสถาบันการเงินกำลังมองข้าม “ระบบเศรษฐกิจที่ AI ค้าขายกันเอง” ซึ่งต้องการฐานโครงสร้างใหม่โดยสิ้นเชิง
‘เอเยนต์ิก AI’ ยุคที่ AI ลงมือทำงาน-ตัดสินใจ-จ่ายเงินเอง
คาูลชี้ว่าหัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือแนวคิด ‘เอเยนต์ิก AI’ (Agentic AI) ซึ่งต่างจาก AI สร้างภาพหรือข้อความทั่วไป เพราะถูกออกแบบมาให้ *ลงมือทำงานจริง* ด้วยการแทรกแซงจากมนุษย์ให้น้อยที่สุด ตั้งแต่จองตั๋วเดินทาง, เปรียบเทียบราคา, ซื้อข้อมูล, ไปจนถึงจัดการซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างก็เริ่มให้เห็นแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มลงทุน ‘โรบินฮูด’ ได้เพิ่มฟีเจอร์ลงทุนด้วย AI ที่เปิดทางให้ระบบสามารถช่วยตัดสินใจซื้อขายหุ้นแทนผู้ใช้งานได้โดยตรง วลาด เทเนฟ CEO มองว่าในระยะถัดไป AI เอเยนต์จะพัฒนาไปจนกลายเป็น “คู่แข่ง” ของเทรดเดอร์มนุษย์เต็มตัว ขณะเดียวกัน ‘โอเพ่นเอไอ’ และ ‘แอนโทรปิก’ ก็เร่งพัฒนาระบบ AI ที่มีความเป็นอิสระสูงขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อ AI เริ่ม *ทำธุรกรรมระหว่างกันเอง* ปัญหาก็ไปค้างอยู่ที่ระบบชำระเงินแบบเดิม AI เอเยนต์มักจะต้องจ่ายเงินในรูปแบบที่มีมูลค่าเล็กมาก เช่น ค่าคอล API, ค่าเวลาคอมพิวต์ต่อวินาที หรือค่าเข้าถึงดาต้าขนาดเล็ก ซึ่งหลายครั้งมูลค่าต่อดีลอาจไม่ถึง 1 เซนต์ การดันธุรกรรมระดับ “เศษเซนต์” ผ่านโครงสร้างบัตรเครดิตหรือระบบธนาคารที่มีค่าธรรมเนียมคงที่ ทำให้ต้นทุนต่อธุรกรรมสูงเกินไปและไร้ประสิทธิภาพ
บล็อกเชนถูกดันขึ้นมาเป็น ‘โครงสร้างชำระเงินของเศรษฐกิจ AI’
คาูลมองว่า ‘บล็อกเชน’ คือคำตอบสำหรับโจทย์ใหม่นี้ เพราะบล็อกเชนสาธารณะสามารถรองรับ ‘การชำระเงินที่ตั้งโปรแกรมได้’, การยืนยันตัวตนแบบเข้ารหัส และการประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วในระดับไมโครเพย์เมนต์ เหมาะกับโมเดลที่ AI เอเยนต์โอนจ่ายกันเองแบบความถี่สูง มูลค่าต่อครั้งต่ำ
หากในอนาคต AI เอเยนต์เริ่มถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล และใช้เครือข่ายบล็อกเชนในการจ่ายค่าบริการ, ซื้อข้อมูล หรือเช่าพลังประมวลผลระหว่างกัน โครงสร้างนี้จะขยายตัวกลายเป็น *เศรษฐกิจของ AI บนบล็อกเชน* ซึ่งจะดันความต้องการใช้เครือข่ายให้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน โดยเฉพาะในส่วนของ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงของเครือข่าย (เช่น ค่าธรรมเนียม, ค่าแก๊ส) ที่อาจส่งผลต่อมูลค่าโทเคนและรายได้ของทั้งระบบนิเวศ
ความคิดเห็น “AI และบล็อกเชนคือเส้นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่สองเทรนด์แยกกัน”
มุมมองของคาูลสอดคล้องกับทิศทางที่ เจเรมี แอลเลอร์(Jeremy Allaire) CEO ของ ‘เซอร์เคิล’ เคยวิเคราะห์ไว้ในรายงานล่าสุด เขาย้ำว่า *AI และบล็อกเชนไม่ควรถูกมองเป็นเทคโนโลยีคนละเรื่อง* แต่เป็น “การเปลี่ยนโครงสร้างระดับมหภาคครั้งเดียวกัน” ที่กำลังเขย่าระบบเศรษฐกิจทั่วโลก
แอลเลอร์มองว่า AI กำลังดัน ‘ต้นทุนแรงงานความรู้’ ลงมาใกล้ศูนย์ ขณะที่บล็อกเชนลด ‘ต้นทุนการจ่ายเงินและการชำระราคา’ ลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์คือ โมเดลองค์กรในอนาคตอาจใช้ AI เอเยนต์ในการซื้อบริการ, จ้าง AI ตัวอื่น หรือแม้แต่ให้ AI เข้าไปขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจขององค์กรโดยตรง
ในภาพนี้ ‘บล็อกเชน’, ‘ตัวตนดิจิทัล (Digital ID)’ และ ‘เงินที่ตั้งโปรแกรมได้ (Programmable Money)’ จะรับบทเป็นอินฟราสตรักเจอร์หลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับอินเทอร์เน็ต แอลเลอร์ยังประเมินว่าโครงสร้างองค์กรจำนวนมากอาจขยับขึ้นมาอยู่บนเชน (On-chain) มากขึ้น ทั้งในแง่การบันทึกกรรมสิทธิ์, การถือหุ้น และการลงคะแนนตัดสินใจผ่านโทเคน
AI รอบถัดไป: เงินลงทุนไหลจากโครงสร้างพื้นฐานสู่ ‘คริปโต’
ในตอนนี้พอร์ตลงทุนด้าน AI ส่วนใหญ่ยังเป็นหุ้นเทคโนโลยีดั้งเดิม ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป, ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ แต่หาก *AI เอเยนต์* ก้าวขึ้นมามีบทบาทเป็น “ผู้เล่นทางเศรษฐกิจ” เต็มตัว เครือข่ายบล็อกเชนและ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ ก็มีโอกาสถูกมองใหม่ในฐานะ *ธีมลงทุนถัดไปของ AI*
ท้ายที่สุด ทิศทางของ AI กำลังขยายจากการแข่งกันเรื่อง “ความฉลาดของโมเดล” ไปสู่คำถามที่ว่า “ใครเป็นคนทำธุรกรรม” และ “ใช้ช่องทางไหนในการชำระเงิน” ซึ่งในโจทย์ใหม่นี้ *บทบาทของบล็อกเชนและคริปโต* ในระบบเศรษฐกิจ AI ถูกมองว่าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในมุมเทคโนโลยีและมุมการลงทุน
ความคิดเห็น 0