เอสแอนด์พี ดาวโจนส์ อินดิเซสและแพนเทราแคปิตอลเปิดตัวดัชนีสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ที่คัดเลือก 18 สินทรัพย์จาก ‘รายได้โปรโตคอล’ โดยไม่มีบิตคอยน์(BTC) อยู่ในรายชื่อ
เอสแอนด์พี ดาวโจนส์ อินดิเซสเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ได้ร่วมกับแพนเทราแคปิตอลเปิดตัว ‘S&P Pantera Digital Asset Index’ ดัชนีดังกล่าวคำนวณน้ำหนักด้วยวิธีมูลค่าตลาดแบบปรับด้วยฟรีโฟลต และจะปรับพอร์ตทุกไตรมาสหลังปิดตลาดในวันศุกร์ที่สามของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
เกณฑ์สำคัญของการคัดเลือกไม่ใช่มูลค่าตลาดหรือชื่อเสียงของเหรียญ แต่เป็นรายได้จริงที่เครือข่ายสร้างได้ ทั้งสองบริษัทนำเงื่อนไขด้านความแข็งแกร่งทางการเงินของดัชนี S&P500 ซึ่งอิงการมีกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส มาปรับใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยบล็อกเชนต้องสร้างรายได้โปรโตคอลต่อเนื่องในระดับที่กำหนด และรายได้นั้นต้องกลับไปถึงผู้ถือผ่าน △การเผาโทเคน △การซื้อคืน △ผลตอบแทนสเตกกิงสุทธิหลังหักผลของเงินเฟ้อ △เงินแจกจ่าย △คลังสินทรัพย์ที่ผู้ถือโทเคนควบคุม
อาร์เทมิส บริษัทวิเคราะห์ออนเชนจะรับหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลรายได้ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 500 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 560,000 ล้านวอน) จะถูกตัดออกจากกลุ่ม候选 ส่วนสินทรัพย์ที่เหลือจะถูกประเมินตามรายได้โปรโตคอลในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด
แพนเทราแคปิตอลระบุว่า สินทรัพย์ 18 รายการที่ถูกคัดเข้าในดัชนีสร้างรายได้แบบ annualized มากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 3.4 ล้านล้านวอน) จากข้อมูล 2 ไตรมาสก่อนหน้า สินทรัพย์ 5 อันดับแรกของดัชนีคือ อีเธอเรียม(ETH), ไบแนนซ์คอยน์(BNB), โซลานา(SOL), ทรอน(TRX) และไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) ขณะที่โปรโตคอลกู้ยืมอย่างอาเว่(AAVE) ก็ถูกรวมอยู่ด้วย
ในทางกลับกัน บิตคอยน์(BTC) หลุดจากดัชนี ไม่ใช่เพราะขาดสภาพคล่องหรือสถานะในตลาด แต่เพราะเครือข่ายไม่ได้สร้างรายได้ที่ถูกส่งต่อให้ผู้ถือโทเคน ริปเปิล(XRP) ถูกตัดออกด้วยเหตุผลเดียวกัน ส่วนมีมคอยน์ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา
แดน มอร์เฮด(Dan Morehead) ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการแพนเทราแคปิตอล กล่าวว่า "จุดเสียดทานใหญ่ที่สุดของคริปโตยังเหมือนเดิม คือการรู้ว่าจะจัดสรรเงินไปที่ไหนและเท่าไร" คำกล่าวนี้สะท้อนว่า ดัชนีใหม่กำลังเสนอคำตอบให้ตลาดอัลต์คอยน์ว่า ควรใช้ ‘รายได้โปรโตคอล’ เป็นเกณฑ์คัดเลือกหลัก
แคธี เคลย์(Cathy Clay) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสแอนด์พี ดาวโจนส์ อินดิเซส กล่าวว่า "ด้วยความร่วมมือกับแพนเทราและการใช้ข้อมูลจากอาร์เทมิส เรากำลังนำมาตรฐานที่เคยใช้กับเบนช์มาร์กที่ได้รับความเชื่อถืออย่าง S&P500 ไปใช้กับสินทรัพย์กลุ่มที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุด" ความคิดเห็นนี้ชี้ว่า วิธีคิดแบบการเงินดั้งเดิมกำลังขยายเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น
ดัชนีนี้ยังอยู่ในสถานะเบนช์มาร์ก และยังไม่มีกองทุน ETF ที่ติดตามดัชนีโดยตรง อย่างไรก็ตาม แพนเทราแคปิตอลระบุว่าได้เริ่มหารือกับบริษัทจัดการสินทรัพย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่อิงดัชนีแล้ว หากมีการเปิดตัวจริง นักลงทุนสถาบันอาจพิจารณาโครงสร้างที่แยกการลงทุนระหว่าง ETF บิตคอยน์กับตะกร้าอัลต์คอยน์
สำหรับนักลงทุนไทย จุดที่ต้องจับตาคือเกณฑ์ประเมินอัลต์คอยน์กำลังเปลี่ยนจากเรื่องเล่า ชุมชน และความคาดหวังเรื่องลิสต์บนกระดานเทรด ไปสู่ตัวเลขรายได้ที่วัดได้และกลไกคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือ แต่รายได้โปรโตคอลยังผันผวนตามปริมาณธุรกรรมและค่าธรรมเนียม การปรับดัชนีรายไตรมาสอาจทำให้มีทั้งการเข้าและออกซ้ำได้ การถูกบรรจุในดัชนีจึงไม่รับประกันว่าราคาจะปรับขึ้น และตลาดจะจับตาว่าเงินทุนสถาบันจะเดินตามเกณฑ์นี้จริงหรือไม่ในยุคหลังบิตคอยน์(BTC) ครองดัชนีคริปโตเพียงลำพัง
ความคิดเห็น 0