Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินสถาบันไหลเข้า ETF ริปเปิล(XRP) แตะเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ราคายังติดกรอบ 1.10–1.11 ดอลลาร์

ราคา ‘ริปเปิล(XRP)’ ยังเคลื่อนไหวแคบๆ แถว 1.10 ดอลลาร์ (ราว 1,615 บาท) แม้เม็ดเงินจาก ‘ETF ริปเปิล(XRP) แบบสปอต’ จะไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพว่าความต้องการจากฝั่งสถาบันเริ่มหนาแน่นขึ้น แต่ตลาดกลับยังติดอยู่ในช่วง ‘ดูดซับแรงขาย’ มากกว่าจะเข้าสู่รอบ ‘ผลักดันราคา’ อย่างชัดเจน

ตามข้อมูลจาก SoSoValue ในช่วงสัปดาห์ซื้อขายระหว่างวันที่ 20–24 กรกฎาคม กองทุน ETF ริปเปิล(XRP) แบบสปอตมียอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมราว 8.15 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,190 ล้านบาท) โดยกองทุนของ ‘แฟรงคลิน เทมเพิลตัน’ ภายใต้ชื่อ XRPZ มียอดไหลเข้าราว 5.66 ล้านดอลลาร์ ดันยอดเงินไหลเข้าสะสมขึ้นมาที่ 421 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนฝั่ง ‘บิตไวส์(Bitwise)’ มีเงินใหม่ไหลเข้าอีกราว 2.49 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดสะสมรวมแตะราว 501 ล้านดอลลาร์

เม็ดเงินใน ‘ETF ริปเปิล(XRP)’ ตอนนี้มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมประมาณ 997 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดเงินไหลเข้าสะสมตลอดอายุผลิตภัณฑ์อยู่ราว 1.49 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นราว 1.46% ของมูลค่าตลาดรวมของริปเปิล(XRP) ทั้งเครือข่าย ตัวเลขบนกระดาษสะท้อนภาพว่า ‘เงินสถาบัน’ ยังทยอยเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ แต่ในทางราคา ริปเปิล(XRP) ยังติดอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมขาขึ้นที่เด่นชัดได้

การที่มีเงินสถาบันราว 8 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าภายในสัปดาห์เดียว แต่ราคากลับนิ่งเกินกว่าจะเรียกว่า ‘แค่สัญญาณรบกวน’ ทำให้หลายฝ่ายมองไปในทิศทางเดียวกันว่า กระแสเงินใหม่กำลังถูกใช้เพื่อ ‘รับของ’ และดูดซับแรงขายเก่ามากกว่าจะผลักให้ราคาทะลุกรอบขึ้นไป กล่าวง่ายๆ ตอนนี้เป็นช่วงที่ฝั่งซื้อกำลังพยายามเคลียร์สต็อกฝั่งขายออกจากตลาด ‘ความคิดเห็น’ มุมมองแบบนี้ทำให้ยากที่จะคาดหวังว่าตัวเลขเงินไหลเข้า ETF เพียงอย่างเดียวจะดันราคาให้หลุดกรอบขึ้นไปได้ในระยะสั้น

ริปเปิล(XRP) ตอนนี้กำลังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบบริเวณ 1.10 ดอลลาร์ โดยโซน 1.10 ดอลลาร์ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้น ขณะที่บริเวณ 1.11 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านทันทีที่ราคาเด้งขึ้นไปทดสอบ ทำให้พื้นที่ 1.10–1.11 ดอลลาร์กลายเป็นสมรภูมิที่ฝั่งซื้อ–ฝั่งขายปะทะกันอย่างเข้มข้น ผลที่ตามมาคือ ตลอด 7 วันที่ผ่านมา ริปเปิล(XRP) ขยับขึ้นมาเพียงราว 1.2% เท่านั้น เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของดีมานด์จากฝั่ง ETF แล้วถือว่า ‘ราคาตอบสนองน้อย’ อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อมองไปที่ภาพใหญ่ ริปเปิล(XRP) มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 69.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 101 ล้านล้านบาท) ตัวเลขขนาดนี้ทำให้เงื่อนไขการดันราคาขึ้นแบบมีนัยสำคัญจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินระดับใหญ่กว่าที่เห็นอยู่ในปัจจุบันมาก การไหลเข้าระดับราว 8 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ของ ‘ETF ริปเปิล(XRP)’ จึงถูกมองว่า ‘ยังไม่เพียงพอ’ ที่จะเปลี่ยนโครงสร้างราคาในภาพรวมได้

ในระยะสั้น นักวิเคราะห์ในตลาดกำลังจับตาอยู่ 3 แนวทางหลักของราคา ‘ริปเปิล(XRP)’

1) สถานการณ์ ‘ขาขึ้น’ หากเม็ดเงินใน ETF ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์อย่างชัดเจน มีโอกาสเห็นราคาเดินหน้าทดสอบและพยายามทะลุแนวต้าน 1.11 ดอลลาร์อีกครั้ง โดยมีโอกาสที่ปริมาณซื้อจากฝั่งสถาบันจะจุดกระแสเก็งกำไรจากรายย่อยตามเข้ามา

2) สถานการณ์ ‘ฐานเดิม’ ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 1.10–1.11 ดอลลาร์ต่อไป ภายใต้เงื่อนไขที่นักลงทุนรายย่อยยังไม่กลับเข้ามาเล่นอย่างจริงจัง ปล่อยให้เป็นการยื้อกันระหว่างฝั่งสถาบันกับแรงขายเดิม

3) สถานการณ์ ‘ขาลง’ แนวรับ 1.10 ดอลลาร์ถูกกดหลุดลงมา เกิดแรงขายซ้ำเติม ดันราคาไหลลงไปหาจุดพยุงทางจิตวิทยาบริเวณ 1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดจับตาอยู่

จุดที่ตลาดให้ความสำคัญตอนนี้จึงอยู่ที่บริเวณแนวรับ 1.10 ดอลลาร์และแนวต้าน 1.11 ดอลลาร์เป็นหลัก หากไม่มี ‘การทะลุแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อหนาแน่น’ โอกาสที่ราคาจะติดอยู่ในกรอบสะสมแบบเดิมยังคงสูง

แม้ภาพราคาจะนิ่ง แต่กระแสเงินฝั่งสถาบันยังคงไหลเข้าผ่าน ETF อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดทุนสถาบันยังมองสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะ ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่’ อยู่ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของริปเปิล(XRP) ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ขนาดใหญ่ (Large-cap) ทำให้ ‘ศักยภาพการขึ้นแรงแบบเหรียญเล็ก’ ถูกจำกัดโดยโครงสร้างตลาดไปโดยปริยาย

ท่ามกลางบรรยากาศนี้ นักลงทุนบางส่วนจึงเริ่มหันความสนใจไปยังโปรเจ็กต์อินฟราสตรักเจอร์ในระยะเริ่มต้นที่อาจมีช่องว่างการเติบโตมากกว่า หนึ่งในนั้นคือโปรเจ็กต์ ‘ลิควิดเชน(LiquidChain)’ ที่ตั้งเป้าพัฒนาเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐาน (L3) สำหรับเชื่อมและรวมสภาพคล่องของ ‘บิตคอยน์(BTC)’, ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และ ‘โซลานา(SOL)’ เข้าไว้ในระบบเดียว โดยชูแนวคิดแก้ปัญหา ‘เกาะเชนโดดเดี่ยว’ ที่ทำให้สภาพคล่องกระจายอยู่คนละที่

‘ลิควิดเชน(LiquidChain)’ วางเป้าหมายพัฒนาระบบผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ ‘เลเยอร์สภาพคล่องแบบรวมศูนย์เดียว’, ‘โครงสร้างการประมวลผลแบบเดียวทั้งเครือข่าย’, ‘กลไกการชำระราคาแบบตรวจสอบย้อนกลับได้’ และ ‘โมเดลการดีพลอยครั้งเดียวเข้าถึงได้หลายเครือข่าย’ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบดิไฟ (DeFi) ให้ใช้งานได้ง่ายและคล่องตัวขึ้น ปัจจุบันรอบพรีเซลล์ของโทเคนถูกตั้งราคาไว้ราว 0.01484 ดอลลาร์ (ประมาณ 21.8 บาท) และสามารถระดมทุนได้แล้วราว 920,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 135 ล้านบาท)

ท้ายที่สุด ภาพรวมของ ‘ริปเปิล(XRP)’ ในระยะสั้นยังถูกครอบด้วยกรอบไซด์เวย์ แม้ ‘เงินสถาบันไหลเข้า ETF อย่างต่อเนื่อง’ แต่ฝั่งตลาดกำลังให้ความสำคัญกับคำถามว่า ‘แรงขายกดดันถูกปลดล็อกไปมากแค่ไหนแล้ว’ มากกว่าการมองเฉพาะตัวเลขยอดเงินไหลเข้าเพียงด้านเดียว ‘คำ’ ที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่แค่ “ETF ซื้อเพิ่ม” แต่คือ “แรงขายเริ่มหมดหรือยัง” หากคำตอบคือยังไม่หมด กรอบสะสมแบบปัจจุบันก็มีโอกาสยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1