ยุค ‘การชำระเงินด้วยเอเจนต์ AI’ กำลังใกล้เข้ามา พร้อมจุดกระแสฟื้น ‘มาตรฐานเปิดของเว็บยุคแรก’ ให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง โดยมีโปรโตคอลการชำระเงินภายใต้การขับเคลื่อนของมูลนิธิ ‘x402’ ที่อยู่ภายใต้มูลนิธิลินุกซ์เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงนี้ โปรโตคอล *x402* ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘มาตรฐานการชำระเงินแบบเปิด’ รองรับการจ่ายเงินระหว่างเอเจนต์ AI รวมถึงการทำธุรกรรมระหว่างผู้ใช้กับเครื่องจักร โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบสมัครสมาชิกหรือการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเหมือนแบบเดิม แต่ให้การชำระเงินเกิดขึ้นอัตโนมัติผ่าน HTTP ซึ่งเป็นโปรโตคอลพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต
‘ความเห็น’ แนวคิดของ x402 คือการทำให้การชำระเงินกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต เหมือนกับการโหลดหน้าเว็บหรือการส่งข้อมูล ไม่ต้องผ่านแพลตฟอร์มหรือระบบปิดของผู้เล่นรายใหญ่เหมือนที่ผ่านมา
ในฝั่งแนวคิด ผู้บริหารสเตลลาร์ดีเวลลอปเมนต์ฟาวเดชัน(SDF) อย่าง ดิ๊กสัน ซึ่งเคยมีประสบการณ์ร่วมพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ยุคแรก มองว่าสถานการณ์ของตลาด AI วันนี้กำลังเดินมาถึง ‘ทางแยก’ แบบเดียวกับอินเทอร์เน็ตยุคเริ่มต้น เขาชี้ว่าในอดีต บริษัทเพียงไม่กี่รายสามารถผูกขาดการกระจายคอนเทนต์ และทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นโครงสร้างแบบ ‘โฆษณาเป็นศูนย์กลาง’ อย่างเหนียวแน่น
ดิ๊กสันย้ำว่า “ในพื้นที่ที่มีการหมุนเวียนของเงิน การถูกขังอยู่ใน ‘สวนปิด (walled garden)’ ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อระบบโดยรวม” พร้อมระบุว่าในโลกคอมเมิร์ซยุคใหม่ที่ ‘เอเจนต์ AI’ จะเข้ามามีบทบาทนำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ความเปิดกว้าง’ และ ‘การทำงานร่วมกันได้ระหว่างระบบ’ หากไม่มีมาตรฐานเปิด ความเสี่ยงที่จะกลับไปสู่ระบบผูกขาดแบบเดิมก็ยังคงสูง
ด้านเทคนิค โปรโตคอล *x402* มีจุดเริ่มต้นจากเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยบริษัทเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอย่าง โคอินเบส(COIN) ก่อนจะถูกส่งต่อให้มูลนิธิอิสระเข้ามารับหน้าที่ดูแลในปัจจุบัน ชื่อ ‘x402’ มีที่มาจากรหัสสถานะ HTTP ‘402 Payment Required’ ที่เคยถูกวางไว้ในยุคเริ่มออกแบบเว็บ เพื่อรองรับการจ่ายเงินโดยตรงบนโปรโตคอล แต่ไม่เคยถูกใช้งานอย่างจริงจัง
สาเหตุสำคัญในเวลานั้นคือปัญหาค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่สูง ทำให้ ‘ไมโครเพย์เมนต์’ หรือการชำระเงินจำนวนเล็กน้อยต่อครั้งไม่คุ้มต้นทุน และผลลัพธ์คือ โมเดลธุรกิจอินเทอร์เน็ตจึงหันไปพึ่ง ‘โฆษณา’ และ ‘ระบบสมัครสมาชิก’ เป็นหลัก แต่ในโครงสร้างใหม่ที่เอเจนต์ AI สามารถทำธุรกรรมมูลค่าน้อยจำนวนมากแบบอัตโนมัติซ้ำ ๆ ได้ เงื่อนไขเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป
ดิ๊กสันอธิบายว่า “เอเจนต์ AI ไม่ได้ดูโฆษณา” และมองว่ารูปแบบ ‘จ่ายเงินตามการใช้งานจริงในแต่ละคอนเทนต์หรือบริการ’ กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฝั่งเทคโนโลยีบล็อกเชนได้แก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินไปแล้ว เหลือเพียงการเชื่อมเข้ากับเอเจนต์ AI และอินเทอร์เฟซของเว็บเท่านั้น
ในด้านพันธมิตร มูลนิธิ *x402* มีรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีและการชำระเงินรายใหญ่เข้าร่วมจำนวนมาก ตั้งแต่บริษัท ริปเปิล(XRP) ไปจนถึง วีซ่า(V), มาสเตอร์การ์ด(MA), อเมริกันเอ็กซ์เพรส(AXP), สไตรป์, ช็อปิฟาย(SHOP), กูเกิล(GOOGL), อเมซอนเว็บเซอร์วิส(AMZN), คลาวด์แฟลร์(NET) รวมถึงบริษัทและมูลนิธิในโลกบล็อกเชนอย่าง เซอร์เคิล และมูลนิธิโซลานา(SOL) ‘คำ’ รายชื่อเหล่านี้สะท้อนว่ามาตรฐานการชำระเงินแบบใหม่อย่าง x402 ถูกมองว่าอาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วมในระดับอินเทอร์เน็ต
ผู้บริหารฝ่ายการชำระเงินของ AWS อย่าง ดราโกส ให้ความเห็นว่า “อินเทอร์เน็ตได้แก้ปัญหาเรื่อง ‘การแลกเปลี่ยนข้อมูล’ ไปแล้ว แต่ในมิติของ ‘การแลกเปลี่ยนมูลค่า’ เรายังไปไม่ถึงจุดสมบูรณ์” พร้อมเสริมว่า หากจะสร้างมาตรฐานใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ จำเป็นต้องมี ‘พื้นที่กลางที่เป็นกลาง’ ให้บริษัทคู่แข่งสามารถเข้ามาร่วมมือกันได้จริง เขามองว่า x402 จะทำหน้าที่ขยายขีดความสามารถของ HTTP ให้กลายเป็น ‘เลเยอร์การชำระเงินพื้นฐาน’ ของอินเทอร์เน็ต
เมื่อมองไปข้างหน้า หากเอเจนต์ AI เข้ามารับบทเป็นตัวแทนทำธุรกรรมออนไลน์ส่วนใหญ่ แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตและโมเดลรายได้โดยรวมย่อมมีโอกาสถูกปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีที่ ‘ไมโครเพย์เมนต์’ กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน รายได้จากโฆษณาที่เคยเป็นฐานหลักของเว็บอาจค่อย ๆ เสียความสำคัญลง
ดิ๊กสันเชื่อว่า “บล็อกเชนได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลกได้จริง” และตอนนี้เมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มถูกผสานเข้ากับเอเจนต์ AI ก็เท่ากับว่ายุคของ ‘การใช้งานจริง’ กำลังเริ่มต้นขึ้น แม้ทุกอย่างยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่หากมาตรฐานการชำระเงินแบบเปิดอย่าง *x402* ถูกยอมรับและใช้งานในวงกว้าง ‘คำ’ ก็มีโอกาสสูงที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในโลก ‘คอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วย AI’ และโครงสร้าง ‘เศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต’ โดยรวมในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
ความคิดเห็น 0