บิตคอยน์(BTC) ขยับขึ้นตอบรับคาดการณ์ ‘เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ’ แต่แรง ‘ขายทำกำไร’ และ ‘ตัดขาดทุน’ จากทั้งนักลงทุนระยะยาวและเทรดเดอร์ระยะสั้น กำลังกดดันราคาและจำกัดแรงส่งรอบนี้อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) เดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายลง บิตคอยน์(BTC) ดีดจากโซน 61,500 ดอลลาร์ ขึ้นไปบริเวณราว 65,000 ดอลลาร์ โดยเฉพาะหลังตัวเลข CPI ถูกประกาศ ‘แรงซื้อ’ ถูกกระตุ้นทันที ข้อมูลระบุว่า CPI เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเพียง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3.8% ขณะเดียวกัน ‘CPI พื้นฐาน’ ขยับ 2.6% บ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้ออยู่ในกรอบคุมได้ ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ก็ออกมาต่ำกว่าคาดเช่นกัน ทำให้ความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลง ดัชนีดอลลาร์อ่อนลงมาที่ 100.48 และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลก็ร่วงตาม
แต่ฝั่ง ‘ออนเชน’ กลับส่งสัญญาณคนละทิศ
‘นักลงทุนระยะยาว’ ยอมขาดทุนเทขาย ความเชื่อมั่นสั่นคลอน
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ‘กลาสนอต’ ระบุว่า กลุ่มที่ถือบิตคอยน์อย่างน้อย 5 เดือนขึ้นไป หรือที่เรียกว่า ‘นักลงทุนระยะยาว’ เริ่มทยอยขายในช่วงที่ราคาฟื้นตัวรอบนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อใกล้บริเวณจุดสูงสุดของปีที่แล้ว กำลังใช้โอกาสนี้ ‘หนีออกจากสถานะขาดทุน’ ด้วยการระบายของที่ค้างอยู่
นักวิเคราะห์ของกลาสนอตอธิบายว่า “เมื่อราคาบิตคอยน์(BTC) ขยับเข้าใกล้โซน 66,000 ดอลลาร์ ปริมาณการขายที่เป็นการ ‘รับรู้ขาดทุน’ ของนักลงทุนระยะยาวจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” พร้อมเสริมว่า “พฤติกรรม ‘รอให้เด้งแล้วขาย’ แทนที่จะรอให้ฟื้นตัวกลับไปทำจุดสูงใหม่ เป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นที่อ่อนแรงลง”
สัญญาณนี้สะท้อนว่า ตลาดยังไม่เชื่อเต็มที่ว่า ‘รอบขึ้น’ ครั้งนี้จะยืนระยะได้ในระยะยาว
เทรดเดอร์ระยะสั้นล็อคกำไร ขายวันละ 4 ล้านดอลลาร์
ฝั่งนักลงทุนระยะสั้นก็เข้าคิวขายไม่แพ้กัน กลุ่มที่รับบิตคอยน์จากโซนราคาต่ำก่อนหน้ากำลัง ‘ปิดกำไร’ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินว่ามีการรับรู้กำไรจากฝั่งนี้มากกว่า 4 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือราว 5.9 พันล้านวอนต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับการขายทำกำไรช่วงขาขึ้นในเดือนพฤษภาคม
ช่วงนั้น บิตคอยน์(BTC) เคยดีดขึ้นไปใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แถวๆ 82,000 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกขายกดให้ปรับฐานลงมา รอบนี้นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งเตือนว่า ‘พฤติกรรมขาย’ ที่กลับมาในระดับคล้ายกัน อาจกำลังก่อรูป ‘แนวต้านด้านบน’ แบบเดียวกันอีกครั้ง
การที่ทั้งนักลงทุนระยะยาวและระยะสั้น ‘เทขายพร้อมกัน’ ทำให้ตลาดต้องแบกรับ ‘ภาระฝั่งอุปทาน’ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การทะลุขึ้นต่อกลายเป็นเรื่องยากกว่าเดิม
ผู้เชี่ยวชาญชี้ การดีดรอบนี้ยังไม่ใช่ ‘ขาขึ้นเชิงโครงสร้าง’
ฝั่งนักวิเคราะห์มืออาชีพหลายรายออกมาเตือนว่า การฟื้นตัวรอบนี้อาจไม่ได้เป็น ‘จุดพลิกกลับสู่ขาขึ้นใหญ่’ อย่างที่บางคนหวัง
ไรอัน ลี(Ryan Lee) หัวหน้านักวิเคราะห์ของบิตเก็ต มองว่า “การชะลอตัวของ CPI เดือนมิถุนายนพึ่งพา ‘การปรับลงของราคาน้ำมัน’ เป็นหลัก” พร้อมชี้ว่า “ตอนนี้ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวแล้ว และแรงตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบเดือน” เขาเตือนเพิ่มเติมว่า “ตลาดกำลังตอบสนองกับ ‘ข้อมูลเดือนมิถุนายน’ แต่เดือนกรกฎาคมอาจเป็นอีกฉากหนึ่งโดยสิ้นเชิง”
ในมุมของเจสเปอร์ เดอ มาเออร์(Jasper De Maere) เทรดเดอร์ OTC จากวินเตอร์มิวต์ เขายังย้ำมุมมองแบบระมัดระวัง โดยระบุว่า “แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะดูดีขึ้น แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน การจะบอกว่าสภาพแวดล้อมด้านความเสี่ยง ‘ดีขึ้นชัดเจน’ ยังเร็วเกินไป” พร้อมชี้ว่า ‘ดัชนีความกลัวและความโลภ’ ของตลาดคริปโทยังปักหลักอยู่ในโซน ‘ความกลัวอย่างรุนแรง’ แสดงให้เห็นว่าจิตวิทยานักลงทุนยังไม่ฟื้น
‘ดีดขึ้น’ ปะทะ ‘แรงขาย’ ทิศทางต่อไปยังไม่ชัด
บิตคอยน์(BTC) กำลังอยู่ในจุดที่ ‘ปัจจัยมหภาคดูดีขึ้น’ แต่ ‘แรงขายในตลาดส pot’ กลับเพิ่มขึ้นพร้อมกัน การสั่นคลอนของความมั่นใจจากฝั่งผู้ถือระยะยาว บวกกับการขายล็อคกำไรอย่างรวดเร็วของนักลงทุนระยะสั้น ทำให้แนวโน้มขาขึ้นรอบนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ท้ายที่สุด การรีบาวด์ครั้งนี้จะกลายเป็น ‘จุดกลับตัวสู่รอบกระทิงใหม่’ หรือเป็นเพียง ‘การเด้งย่อยในขาลง’ ยังขึ้นอยู่กับทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนถัดไป ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และที่สำคัญคือ ‘แรงขายจากนักลงทุน’ จะเริ่มเบาลงเมื่อใด หาก ‘อุปทานฝั่งขาย’ ไม่ลดลง โอกาสที่บิตคอยน์(BTC) จะทะลุแนวต้านขึ้นไปสร้างโมเมนตัมใหม่ก็ยังคงถูกจำกัดต่อไป
ความคิดเห็น 0