Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

DTCC ทดลองโทเค็นไนซ์หลักทรัพย์บนอินฟราจริง ดัน ‘Tokenization’ เชื่อม TradFi เข้ากับบล็อกเชน

ศูนย์กลางระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ของสหรัฐอย่าง DTCC (Depository Trust & Clearing Corporation) เดินหน้าจัดการ ‘การซื้อขายจริง’ ของหลักทรัพย์แบบโทเค็นครั้งแรก ดันแนวคิด ‘โทเค็นไนซ์(Tokenization)’ ก้าวจากเวทีทดลองสู่การใช้งานบนโครงสร้างพื้นฐานการเงินดั้งเดิมอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโลก *TradFi* กับ *บล็อกเชน* เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

เมื่อวันที่ 16 (เวลาท้องถิ่น) DTCC เปิดเผยว่าได้ดำเนินการประมวลผลธุรกรรมจริงของ ‘หลักทรัพย์แบบโทเค็น(Tokenized Securities)’ บนระบบที่ใช้งานอยู่จริงของตลาดการเงิน ไม่ใช่เพียงแค่ระบบทดลอง โดยมีสถาบันการเงินรายใหญ่กว่า 20 แห่งเข้าร่วม รวมถึง เจพีมอร์แกน(JPM), โกลด์แมน แซคส์(GS), แบล็คร็อก(BLK), แวนการ์ด(Vanguard) และสถาบันชั้นนำอื่นๆ

ธุรกรรมที่ทดลองมีทั้ง *หุ้นโทเค็น*, *กองทุน ETF(กองทุนรวมอีทีเอฟ)* และ *พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ* ถูกนำมาใช้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการโอนย้ายหลักประกัน, ดีลรีโป(Repurchase Agreement/เรโป), การย้ายมาร์จิ้น และธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไป

จุดสำคัญคือ การทดลองครั้งนี้ใช้สินทรัพย์ที่พักรักษาอยู่แล้วในระบบของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ส่วนกลาง DTC (บริษัทลูกของ DTCC) บนสภาพแวดล้อมโครงสร้างพื้นฐาน ‘จริง’ ของตลาด แตกต่างจากการทดสอบบล็อกเชนส่วนใหญ่ที่มักทำบนระบบจำลองหรือ Sandbox เท่านั้น ‘ความคิดเห็น’ การที่ทำบนอินฟราจริง ทำให้ผลลัพธ์ครั้งนี้มีน้ำหนักเชิงปฏิบัติมากกว่าการทดลองเชิงทฤษฎีแบบที่ผ่านมา

DTCC เลือกใช้แนวคิด ‘ดิจิทัล ทวิน(Digital Twin)’ แทนการออกโทเค็นใหม่ กล่าวคือ ไม่ได้สร้างสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดใหม่ขึ้นมา แต่แปลง ‘หลักทรัพย์เดิม’ ให้มีตัวตนคู่ขนานบนบล็อกเชนเป็นโทเค็นหนึ่งต่อหนึ่ง

ด้วยโครงสร้างนี้ *สิทธิทางกฎหมาย* ของผู้ถือยังคงเดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในความเป็นเจ้าของ, สิทธิรับเงินปันผล หรือสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ต่างจาก ‘หุ้นโทเค็น’ บางแบบบนแพลตฟอร์มคริปโตที่เป็นเพียงโทเค็นอ้างอิงราคา (price-tracking) ซึ่งอาจไม่ได้ให้สิทธิทางกฎหมายแบบเจ้าของหุ้นจริง

ในโมเดลของ DTCC มีเพียงการแปลงรูปจาก “บันทึกอิเล็กทรอนิกส์เดิม” เป็น “โทเค็นบนบล็อกเชน” และย้อนกลับได้ โดย *โครงสร้างความเป็นเจ้าของ* ในสาระไม่เปลี่ยน ทำให้ยังคงสอดคล้องกับกฎหมายและระบบหลังบ้านเดิมของตลาดทุนสหรัฐ

ปัจจุบัน DTCC ดูแลหลักทรัพย์มูลค่ารวมราว 114 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 114 *trillion* ดอลลาร์ หรือราว 169,800 ล้านล้านบาท) จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการเงินโลก การที่สถาบันระดับนี้ขยับตัวด้านโทเค็นไนซ์ จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ด้านกรณีใช้งาน เจพีมอร์แกน(JPM) ได้ทดลองแปลง *กองทุน Invesco QQQ ETF* ให้เป็นโทเค็น แล้วนำไปใช้เป็นหลักประกัน (คอลแลเทอรัล) เพื่อรองรับข้อกำหนดมาร์จิ้นของศูนย์หักบัญชีกลาง CME กรุ๊ป(CME Group) พร้อมกันนั้นยังมีการนำ *SPDR S&P 500 ETF* และสินทรัพย์ขนาดใหญ่ตัวอื่นมาทดสอบโทเค็นไนซ์เพื่อใช้เป็นหลักประกันเช่นกัน

ทั้งนี้ บางส่วนของธุรกรรมถูกประมวลผลบน *ไฮเปอร์เลดเจอร์ เบซู(Hyperledger Besu)* ขณะที่อีกส่วนอาศัย *แคนตัน เน็ตเวิร์ก(Canton Network)* ซึ่งถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ด้านกฎระเบียบเป็นหลัก จุดเด่นคือ เปิดให้สถาบันต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมกันได้ แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดสำคัญ

หัวใจของการทดลองอยู่ที่ ‘ประสิทธิภาพการโอนย้ายหลักประกัน’ *คำสำคัญ* คือ การใช้โทเค็นเพื่อทำให้การย้ายคอลแลเทอรัลระหว่างคู่สัญญาเร็วยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนหลังบ้าน และลดความเสี่ยงจากดีเลย์ในการส่งมอบ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในตลาดอนุพันธ์และตลาดเรโปทั่วโลก

มาร์ก เวนดแลนด์(Mark Wendland) ซีอีโอของ แคนตัน สเตรทิจิก โฮลดิงส์(Canton Strategic Holdings) กล่าวถึงผลการทดลองว่า “เราได้พิสูจน์แล้วในเชิงเทคนิคว่าระบบนี้ทำงานได้จริง” แต่ก็ย้ำว่า “ยังไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมทั้งหมดมี ‘ดีมานด์’ พร้อมใช้ในทันที”

‘ความคิดเห็น’ คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า การทดลองของ DTCC ยังเป็นระดับ *พิสูจน์แนวคิด (Proof-of-Concept)* มากกว่าจะเป็นการเปิดใช้เต็มรูปแบบทันที นักลงทุนจึงยังต้องรอดูความชัดเจนเรื่องกฎระเบียบ, ต้นทุนการย้ายระบบ และแรงจูงใจของผู้เล่นรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม ฝั่งสถาบันขนาดใหญ่อย่าง แบล็คร็อก(BLK) ก็เดินหน้าออกสินทรัพย์โทเค็นบนบล็อกเชนแล้ว ขณะที่ธนาคารระดับโลกหลายแห่งกำลังขยายเครือข่ายชำระเงินบนเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทิศทางของตลาดดูชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า ‘โทเค็นไนซ์’ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการเงินในระยะกลางถึงยาว

DTCC วางแผนจะขยายบริการโทเค็นไนซ์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมสามารถเลือกแปลงหลักทรัพย์บางส่วนให้มาอยู่บนบล็อกเชน เพื่อนำไปใช้ในงานจริง เช่น การบริหารหลักประกันและการชำระราคาแบบเกือบเรียลไทม์

ในมุมมองของตลาด การที่ DTCC ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานศูนย์กลางของการเงินดั้งเดิม เริ่มขยับอย่างจริงจัง เท่ากับว่า ‘โทเค็นไนซ์ หลักทรัพย์’ กำลังก้าวข้ามจากห้องทดลอง ไปสู่ ‘ประตูหน้าของการใช้งานในตลาดจริง’ แล้ว และอาจกลายเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของการเชื่อมโลก *TradFi* กับ *คริปโต* ในช่วงต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1