สเต이블คอยน์ ‘โอเพ่น USD(Open USD)’ ที่ผลักดันโดยกลุ่มสมาคมธนาคาร กำลังถูกมองว่าเป็นคู่แข่งที่ ‘จริงจังที่สุด’ ต่อ USDC ของเซอร์เคิล อินเทอร์เน็ต กรุ๊ป(Circle Internet Group, CRCL) เพราะเล่นตรงจุด ‘โมเดลธุรกิจ’ ของสเต이블คอยน์แบบเดิม
โคอินแชร์(KoinShares) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 14 ว่า โอเพ่น USD มีศักยภาพ ‘ปรับโครงสร้างรายได้ของสเต이블คอยน์ใหม่ทั้งระบบ’ และอาจกดดันโมเดลรายได้หลักของ USDC ที่พึ่งพา ‘กำไรจากดอกเบี้ยเงินสำรอง’ โดยตรง
‘จุดต่าง’ ของโอเพ่น USD คือโมเดล ‘แบ่งปันดอกเบี้ย’ แทนที่จะ ‘เก็บคนเดียว’ แบบสเต이블คอยน์ส่วนใหญ่ ที่ปัจจุบันผู้ออกโทเคนจะรับดอกเบี้ยจากสินทรัพย์สำรองเข้าบริษัททั้งหมด แต่โอเพ่น USD เลือกแบ่งดอกเบี้ยให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ แล้วเก็บเพียง ‘ค่าธรรมเนียมการจัดการ’ เป็นรายได้หลัก
ลุค โนแลน(Luke Nolan) นักวิเคราะห์ของโคอินแชร์ ให้ความเห็นว่า “หากโมเดลนี้สำเร็จ สเต이블คอยน์จะมีโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบกำกับดูแลที่น่าดึงดูดกว่ามาก จากมุมมองของ ‘ผู้ใช้งานตัวจริง’ อย่างภาคธุรกิจ” พร้อมเสริมว่า “ท้ายที่สุดอาจเร่งให้การใช้สเต이블คอยน์ในภาค ‘การชำระเงิน’ กลายเป็นเรื่องทั่วไปเร็วยิ่งขึ้น”
‘ความคิดเห็น’ โมเดลนี้คือการย้ายผลประโยชน์จากส่วนกลาง (ผู้ออกเหรียญ) ไปสู่ผู้เล่นที่ถือและใช้งานสเต이블คอยน์โดยตรง ซึ่งถ้าเกิดการย้ายฝั่งอย่างมีนัยสำคัญ เซอร์เคิลจะต้อง ‘ยอมจ่ายแพงขึ้น’ เพื่อรักษาฐานผู้ใช้และช่องทางการกระจายเดิม ส่งผลลบต่อ ‘มาร์จิ้น’ อย่างเลี่ยงไม่ได้
ด้านโครงสร้างโครงการ โอเพ่น USD ถูกพัฒนาในกรอบของโปรเจกต์สถาบัน ‘โอเพ่น สแตนดาร์ด(Open Standard)’ ที่มีผู้เล่นสถาบันขนาดใหญ่ร่วมวงกว่า 140 ราย รวมถึง แบล็คร็อก(BLK), คอยน์เบส(COIN), มาสเตอร์การ์ด(MA), สไตรป์ และ วีซา(V) ตั้งเป้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แต่รายละเอียดสำคัญอย่าง ‘องค์ประกอบสินทรัพย์สำรอง’ และ ‘โครงสร้างค่าธรรมเนียม’ ยังไม่ถูกเปิดเผย
โครงการนี้ยังอาจเปลี่ยนสมการ ‘อำนาจต่อรอง’ ของคอยน์เบสด้วย ปัจจุบันคอยน์เบสรับส่วนแบ่งราว ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของกำไรจากดอกเบี้ยเงินสำรอง USDC ตามสัญญาที่ทำกับเซอร์เคิล สัญญาดังกล่าวจะถึงรอบ ‘ต่ออายุ’ ในวันที่ 18 สิงหาคม การที่มีคู่แข่งอย่างโอเพ่น USD โผล่พร้อมโมเดลแบ่งรายได้แบบใหม่ จึงอาจกลายเป็น ‘ไพ่ต่อรอง’ สำคัญของคอยน์เบสในดีลรอบถัดไป
ด้านสภาพตลาด USDC เองก็เผชิญแรงกดดันอยู่ก่อนแล้ว ปริมาณหมุนเวียนของ USDC ลดลงจากราว 8 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.19 แสนล้านบาท) ในเดือนมีนาคม เหลือราว 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.08 แสนล้านบาท) ในปัจจุบัน สัดส่วนส่วนแบ่งตลาดในตลาดสเต이블คอยน์รวมมูลค่าประมาณ 3.12 แสนล้านดอลลาร์จึงอยู่ในแนวโน้มถดถอย ขณะที่ ‘ผู้ออกสเต이블คอยน์รายใหม่ที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแล’ ทยอยเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง ทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน
วันที่มีข่าวโอเพ่น USD ราคาหุ้นเซอร์เคิลร่วงลงมากกว่า 17% ทันที อย่างไรก็ตาม โคอินแชร์มองว่าปัจจัยทางเทคนิคอย่างการ ‘ปรับน้ำหนักดัชนีรัสเซล’ ก็อาจมีส่วนขยายแรงขายเกินกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานจะสะท้อน
ฝั่งมุมมองความเสี่ยง ยังมีเสียงประเมินว่าผลกระทบในระยะสั้นอาจจำกัด เพราะโอเพ่น USD ยัง ‘ไม่เปิดตัวจริง’ โมเดลรายได้ก็ยัง ‘ไม่ล็อกสุดท้าย’ ในทางกลับกัน USDC มีข้อได้เปรียบจาก ‘ลิควิดิตีระยะยาว’ และ ‘การบูรณาการเชิงลึก’ กับทั้งตลาดซื้อขาย ศัพท์ดีไฟน์ และเครือข่ายการชำระเงินหลากหลายแพลตฟอร์ม
โคอินแชร์ยังมองว่า ผลกระทบต่อเตเธอร์(USDT) น่าจะจำกัด เนื่องจาก USDT ยังคงถือ ‘ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง’ ในตลาดเกิดใหม่และตลาดดอลลาร์นอกประเทศ ซึ่งเป็นฐานการใช้งานที่เหนียวแน่นและยากจะถูกแทนที่ในระยะใกล้
ฝั่งวอลล์สตรีตก็เริ่ม ‘ตีความเสี่ยง’ จากโอเพ่น USD เช่นกัน มิซูโฮะ เซคิวริตีส์ของญี่ปุ่น ลดคำแนะนำหุ้นเซอร์เคิลจาก ‘ถือ’ ลงเป็น ‘ลดน้ำหนักลงทุน’ พร้อมหั่นราคาเป้าหมายจาก 85 ดอลลาร์ เหลือ 50 ดอลลาร์ โดยชี้ว่าโครงสร้าง ‘แบ่งรายได้ดอกเบี้ย’ ของโอเพ่น USD อาจบั่นทอนฐานกำไรระยะยาวของเซอร์เคิล
ถึงอย่างนั้น ราคาหุ้นเซอร์เคิลก็ฟื้นตัวบางส่วนในเวลาต่อมา ปรับขึ้นราว 3.8% มาที่ 65.61 ดอลลาร์ในช่วงต้นตลาด สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ใน ‘โหมดประเมินข้อมูล’ มากกว่าจะเทขายแบบตื่นตระหนก
สุดท้ายแล้ว ตลาดกำลังจับตา ‘สองจุดหลัก’ คือ หนึ่ง เซอร์เคิลจะยอม ‘ปรับกลยุทธ์การกระจาย USDC และโมเดลรายได้’ เพื่อตอบโต้หรือไม่ และสอง โอเพ่น USD จะสามารถเปลี่ยน ‘รายชื่อพาร์ตเนอร์ที่สวยหรู’ ให้กลายเป็น ‘การใช้งานจริงในระดับระบบ’ ได้มากน้อยแค่ไหน
โอเพ่น USD จึงถูกมองเป็น ‘ภัยคุกคามที่จับต้องได้’ ต่อ USDC แต่ในทางปฏิบัติ ณ ตอนนี้ ยังเป็นเพียง ‘ผู้ท้าชิงที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์’ มากกว่าจะเป็นตัวพลิกเกมในทันที ‘ความคิดเห็น’ หากโมเดลแบ่งดอกเบี้ยของโอเพ่น USD ได้รับการยอมรับวงกว้าง แรงกดดันให้ผู้ออกสเต이블คอยน์รายอื่นต้อง ‘คืนส่วนแบ่งดอกเบี้ยให้ผู้ใช้มากขึ้น’ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของทั้งตลาดสเต이블คอยน์ในอนาคต
ความคิดเห็น 0