Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ECB ดึง 36 ยักษ์ฟินเทค-แบงก์ยุโรป ทดสอบ 'ยูโรดิจิทัล' เดินเกม CBDC ชนสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์

ธนาคารกลางยุโรป(ECB) เดินหน้าโครงการ ‘ยูโรดิจิทัล’ จากขั้นวางแผนสู่ช่วงทดสอบจริง พร้อมดึง 36 บริษัทด้านการชำระเงินเข้าร่วมทดลองทั่วภูมิภาคยูโรโซน สร้างภาพชัดขึ้นของการเตรียมใช้ ‘สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง’ หรือ CBDC ในยุโรป ซึ่งอาจเดินคนละทางกับ ‘สเตเบิลคอยน์’ ภาคเอกชนอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ธนาคารกลางยุโรปประกาศคัดเลือกผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน (PSP) จำนวน 36 ราย เพื่อเข้าร่วมโครงการทดสอบยูโรดิจิทัล หรือ ‘ดิจิทัล ยูโร’ รายชื่อที่ถูกคัดเลือกมีทั้งฟินเทคอย่าง สไตรป์(Stripe), เรโวลู트(Revolut) และธนาคารดั้งเดิมรายใหญ่ เช่น ดอยเชอแบงก์, ยูนีเครดิต, กลุ่มธนาคาร BPCE ของฝรั่งเศส

เรโวลู트ซึ่งถูกเลือกเข้าร่วมครั้งนี้ เพิ่งปรับบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับผู้ใช้ในสหภาพยุโรป โดยเริ่ม ‘ลดการรองรับเทเธอร์(USDT)’ ลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งตอกย้ำทิศทางที่ยุโรปต้องการผลักดันโมเดล ‘เงินดิจิทัลภาครัฐ’ ให้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลภาคเอกชนที่เข้มงวดกว่าเดิม

การทดสอบยูโรดิจิทัลจะเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการทั้งจากภาคธนาคาร ผู้ประมวลผลการชำระเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารเข้าร่วม ECB เปิดรับสมัครต้นปีนี้ และหลังปิดรับช่วงมีนาคม 2026 มีผู้ยื่นข้อเสนอมากกว่า 50 ราย ก่อนคัดเหลือ 36 รายสุดท้ายเพื่อร่วมทดลองใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง

ตามกรอบเวลาที่ประกาศ การทดสอบเชิงปฏิบัติการจะกินระยะประมาณ 12 เดือน และมีแผนเริ่มต้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 นั่นหมายความว่ายุโรปกำลังเดินเกมระยะยาว เพื่อให้ยูโรดิจิทัลผ่านทั้งการทดสอบด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย โครงสร้างต้นทุน และผลกระทบเชิงนโยบาย ก่อนจะตัดสินใจเรื่อง ‘การออกเหรียญจริง’ ในขั้นถัดไป

การคัดเลือกบริษัทครั้งนี้ยังสะท้อนการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ของเครือข่ายทดลอง โดย ‘อิตาลี’ กลายเป็นประเทศที่มีผู้เล่นเข้าร่วมมากที่สุดถึง 7 ราย เช่น ยูนีเครดิต, โปสเต อิตาเลียน, เน็กซี เพย์เมนต์, บันคา เซลลา, บันคา มอนเต เดย์ ปาสคี ดิ เซียนา, อิซีแบงก์ และนูเมีย

ด้าน ‘เยอรมนี’ ได้โควตา 5 ราย ขณะที่ ‘โปรตุเกส’ และ ‘กรีซ’ มีประเทศละ 3 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการจากประเทศอื่นในยูโรโซนเข้าร่วมรวมแล้ว 19 ประเทศ โดยมีธนาคารกลางแห่งชาติจากเบลเยียม เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ และประเทศสมาชิกอื่นๆ ทำงานเคียงข้างกับ ECB เพื่อสร้างโครงข่ายทดสอบระดับภูมิภาค

ECB ระบุว่า การออกแบบเครือข่ายทดลองให้ครอบคลุมหลายประเทศ มีเป้าหมายเพื่อสร้าง ‘สภาพแวดล้อมทดสอบที่หลากหลาย’ ไม่ยึดติดกับลักษณะตลาดของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่า ‘ยูโรดิจิทัล’ จะทำงานได้ราบรื่นทั้งในระบบธนาคารดั้งเดิม ฟินเทค และผู้ให้บริการชำระเงินรุ่นใหม่ ภายใต้กฎระเบียบและโครงสร้างตลาดที่แตกต่างกัน

ผู้ให้บริการที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกแบ่งหน้าที่หลักออกเป็นสองกลุ่ม บางรายจะเน้นให้บริการ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ และฟังก์ชันสำหรับผู้ใช้งานปลายทาง เช่น การชำระเงินบุคคลต่อบุคคล การชำระค้าปลีก และการจัดการยอดคงเหลือยูโรดิจิทัล ส่วนอีกกลุ่มจะโฟกัสฝั่ง ‘ร้านค้าและผู้ประกอบการ’ เช่น ระบบรับชำระด้วยยูโรดิจิทัลที่จุดขาย (POS) หรือในอีคอมเมิร์ซ โดยมีบางบริษัทที่รับผิดชอบทั้งสองบทบาทพร้อมกัน

ความเคลื่อนไหวของยุโรปตัดกับทิศทาง ‘สหรัฐฯ’ อย่างชัดเจน ขณะที่ฝั่งยุโรปเดินหน้าขยายการทดลอง CBDC อย่างเป็นระบบ สหรัฐอเมริกากลับเห็นแรงต้านเพิ่มขึ้นต่อแนวคิด ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ ทั้งจากฝ่ายการเมืองและบางส่วนของภาคเอกชน มีความพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อจำกัดหรือชะลอการออก CBDC ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สะท้อน ‘มุมมองที่ต่างกัน’ ต่อการผสมผสานเงินดิจิทัลเข้ากับระบบการเงินเดิม

ในยุโรปเอง ‘ยูโรดิจิทัล’ ถูกมองเป็นเครื่องมือเสริมเสถียรภาพด้านการชำระเงิน และเป็นทางเลือกสาธารณะควบคู่ไปกับ ‘สเตเบิลคอยน์’ และโทเคนภาคเอกชนภายใต้กรอบกำกับดูแลอย่าง MiCA ขณะที่ในสหรัฐฯ การกังวลเรื่อง ‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘บทบาทรัฐในระบบการเงิน’ ทำให้การออก CBDC กลายเป็นประเด็นการเมืองมากกว่าจะเป็นแค่โครงการเทคโนโลยีการชำระเงิน

‘ปิเอโร ชิปโปลโลเน’ กรรมการบริหาร ECB ซึ่งรับหน้าที่หัวหน้าทีมปฏิบัติการระดับสูงด้านยูโรดิจิทัล ย้ำถึงความสำคัญของการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยระบุว่า ECB คาดหวัง ‘ความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น’ กับผู้ให้บริการชำระเงินในยุโรป เพื่อร่วมกันออกแบบยูโรดิจิทัลให้ ‘ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้’

‘ความคิดเห็น’ ในมุมมองของตลาดคริปโต การเดินหน้าของ ‘ยูโรดิจิทัล’ ในกรอบเวลาที่ชัดเจนขึ้น น่าจะเป็นสัญญาณว่ายุโรปต้องการมี ‘ตัวเลือกเงินดิจิทัลภาครัฐ’ ที่แข่งขันหรือถ่วงดุลกับสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นเทเธอร์(USDT) หรือยูเอสดี คอยน์(USDC) แม้ยูโรดิจิทัลอาจไม่ได้รีบเปิดใช้ในวงกว้างทันที แต่การมีโครงสร้างพร้อมใช้งานย่อมเพิ่ม ‘อำนาจต่อรอง’ ให้ยุโรปในสมรภูมิเงินดิจิทัลระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ระยะทางจาก ‘โครงการนำร่อง’ ไปสู่ ‘การออกเหรียญจริง’ ยังต้องผ่านทั้งการทดสอบเชิงเทคนิค กรอบกฎหมาย ความสอดคล้องกับนโยบายการเงิน และการยอมรับของประชาชน ซึ่งอาจทำให้ ‘รูปแบบสุดท้าย’ และ ‘จังหวะเวลาเปิดใช้จริง’ ของยูโรดิจิทัลยังเป็นตัวแปรสำคัญในเกม CBDC โลกต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1