Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โบลิเวียเลิกห้ามคริปโต ดันเทเธอร์(USDT) เข้าระบบชำระเงินชาติ แก้วิกฤตขาดดอลลาร์พุ่ง 630%

โบลิเวียเร่งเปลี่ยนนโยบายจาก ‘ห้ามคริปโต’ สู่การ ‘เปิดให้กำกับดูแล’ หลังออกมาระบุว่ากำลังพิจารณานำสเตเบิลคอยน์ ‘เทเธอร์(USDT)’ เข้าสู่ระบบชำระเงินของประเทศอย่างเป็นทางการ โดยมองว่าเป็นทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาขาดแคลนดอลลาร์ที่ลากยาวมานาน

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) โฮเซ กาเบรียล เอสปิโนซา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของโบลิเวีย แถลงข่าวระบุว่ารัฐบาลกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการเปิดให้ ‘เทเธอร์(USDT)’ หมุนเวียนคู่กับสกุลเงินประจำชาติอย่างโบลิเวียโน และดอลลาร์สหรัฐภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ‘ตรวจสอบด้านเทคนิค’ เท่านั้น ยังไม่ตัดสินใจว่าจะให้สถานะเป็นกฎหมายชำระหนี้ตามกฎหมาย (legal tender) หรือออกกฎเกณฑ์รองรับในระดับใด

‘USDT’ ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวเลือกสำคัญ ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนดอลลาร์และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในโบลิเวีย รัฐบาลได้ยุติระบบตรึงค่าเงินและปรับไปใช้ระบบ ‘อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว’ ในปีนี้ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคเร่งมองหาทางเลือกที่สามารถทดแทนดอลลาร์ได้บางส่วน ในบริบทนี้ สเตเบิลคอยน์ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์อย่าง ‘เทเธอร์(USDT)’ จึงเริ่มถูกมองเป็นเครื่องมือชำระเงินที่จับต้องได้มากขึ้น

ภาครัฐกำลังร่างกรอบการเงินรูปแบบใหม่ครอบคลุมทั้งธนาคาร ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล และผู้ให้บริการชำระเงินควบคู่ไปกับการยกระดับกฎ ‘ป้องกันการฟอกเงิน (AML)’ อย่างจริงจัง โบลิเวียในปัจจุบันยังถูกจัดอยู่ใน ‘บัญชีเฝ้าระวังพิเศษ’ หรือ ‘เกรย์ลิสต์’ ขององค์การป้องกันการฟอกเงินระหว่างประเทศ (FATF) ทำให้การเสริมความเข้มแข็งด้านกำกับดูแลกลายเป็นภารกิจสำคัญควบคู่ไปกับการเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้านสถิติการใช้งานคริปโต สะท้อนชัดถึง ‘จังหวะเปลี่ยนเกียร์’ ของนโยบายภาครัฐ ธนาคารกลางโบลิเวียเพิ่งยกเลิกข้อจำกัดการซื้อขายคริปโตในเดือนมิถุนายน 2024 ส่งผลให้ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 มูลค่าซื้อขายคริปโตอยู่ที่ราว 46.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 695 ล้านบาท) แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขกลับพุ่งไปแตะ 294 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,394 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นรวมแล้วราว 630% หลังการปลดล็อกข้อจำกัด

รัฐวิสาหกิจพลังงานอย่าง YPFB เคยประกาศแผนรองรับการใช้คริปโตในการชำระค่านำเข้าพลังงาน ขณะที่ธนาคารกลางเองก็เดินหน้าร่วมมือกับเอลซัลวาดอร์ในการวาง ‘กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์เสมือน’ ที่ชัดเจนมากขึ้น ด้านธนาคารของรัฐอย่าง บังโก อูเนียน และกระเป๋าเงิน ‘ยาสตา’ ก็เริ่มเปิดให้ซื้อ ‘เทเธอร์(USDT)’ ผ่านผู้ให้บริการ EFY ไฟแนนซ์ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อนำไปใช้ทั้งในการโอนเงินต่างประเทศและธุรกรรมชำระเงินในชีวิตประจำวัน

การที่โบลิเวียยก ‘เทเธอร์(USDT)’ เข้ามาอยู่ในระดับ ‘ระบบชำระเงินของชาติ’ จึงไม่ใช่แค่การทดสอบเชิงเทคนิค แต่เป็นความพยายามจะฝัง ‘สเตเบิลคอยน์’ เข้าไปในโครงสร้างการเงินกระแสหลักของประเทศโดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงหลักยังคงอยู่ที่การให้สถานะทางกฎหมาย การออกกฎกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ และการปิดช่องโหว่ด้านฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

‘ความคิดเห็น’ แม้จะมีความเสี่ยงด้านกำกับดูแล แต่การผลักดันให้ ‘USDT’ และสเตเบิลคอยน์อื่น ๆ เข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลนดอลลาร์และการเข้าถึงบริการทางการเงิน อาจเป็นทางออกที่ต้นทุนต่ำและทำได้เร็วสำหรับหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่

กระแสการใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ เป็นสะพานเชื่อมสู่ดอลลาร์ดิจิทัลกำลังแพร่กระจายไปทั่วละตินอเมริกา การตัดสินใจของโบลิเวียในการจัดวางบทบาทของ ‘เทเธอร์(USDT)’ ภายในระบบการชำระเงินของตนเอง จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนทิศทางยุทธศาสตร์ ‘ระบบชำระเงินดิจิทัล’ ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1