Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เอสบีไอ(SBI) เปิดฝากสเตเบิลคอยน์เยน JPYSC รับดอกเบี้ยปีละ 3% ปูทางการเงินออนเชนญี่ปุ่น

เอสบีไอ(SBI) ผ่านบริษัทลูกด้านคริปโต ‘เอสบีไอ วีซี เทรด(SBI VC Trade)’ เตรียมเปิดให้บริการปล่อยกู้สเตเบิลคอยน์เยนญี่ปุ่น ‘JPYSC’ ถือเป็นบริการ ‘สเตเบิลคอยน์เยน’ แบบรับดอกเบี้ยเจ้าแรกในญี่ปุ่น ลูกค้าสามารถฝาก JPYSC เป็นเวลา 12 สัปดาห์เพื่อรับผลตอบแทนราวปีละ 3% สูงกว่าเงินฝากเยนทั่วไป เรียกได้ว่า ‘สเตเบิลคอยน์สายทำกำไร’ กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในตลาดญี่ปุ่น

เอสบีไอ วีซี เทรดระบุว่าจะเปิดรับสมัครลูกค้าตั้งแต่วันที่ 12 เป็นต้นไป โดยเมื่อครบกำหนดสัญญา 12 สัปดาห์ บริษัทจะคืนทั้งโทเคน JPYSC และค่าดอกเบี้ยให้ลูกค้า อย่างไรก็ดี บริษัทชี้แจงชัดว่า สินค้านี้ไม่ใช่เงินฝากธนาคาร จึงไม่อยู่ภายใต้ระบบประกันเงินฝากของญี่ปุ่น และโดยหลักแล้วไม่อนุญาตให้ไถ่ถอนก่อนกำหนด นอกจากนี้ สินทรัพย์ที่นำมาฝากยังไม่เข้าข่าย ‘การแยกทรัพย์สินตามกฎหมาย’ จึงมีความเสี่ยงว่า หากบริษัทล้มละลาย ลูกค้าอาจสูญเสียเงินบางส่วนหรือทั้งหมดได้

อัตราผลตอบแทนที่ประกาศไว้ปีละประมาณ 3% หากคิดเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ จะเท่ากับผลตอบแทนก่อนหักภาษีราว 0.69% เอสบีไอ วีซี เทรดเปรียบเทียบว่าตัวเลขนี้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเยนทั่วไปที่อยู่ราว 0.325%–1% แต่ก็ย้ำว่ากลไกความปลอดภัยไม่ได้แข็งแกร่งเท่าผลิตภัณฑ์เงินฝากธนาคาร ‘คำ’ เตือนเรื่องความเสี่ยงจึงยังเป็นประเด็นสำคัญ ถึงอย่างนั้น การที่สเตเบิลคอยน์ภายใต้กรอบกำกับดูแลของญี่ปุ่น เริ่มขยับจากการเป็น ‘สื่อกลางชำระเงิน’ มาสู่ ‘สินทรัพย์สร้างดอกผล’ ก็สะท้อนแนวโน้มใหม่ที่จับต้องได้ชัดเจน

JPYSC เป็นสเตเบิลคอยน์เยนที่อ้างอิงค่าเงินเยน 1:1 ภายใต้โครงสร้างทรัสต์ เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เอสบีไอเคยให้บริการปล่อยกู้สเตเบิลคอยน์ดอลลาร์สหรัฐ USDC(USDC) มาก่อนแล้ว แต่บริษัทอธิบายว่าสินค้าใหม่ครั้งนี้คือ ‘กรณีแรก’ ที่ลูกค้าในญี่ปุ่นสามารถฝาก ‘สเตเบิลคอยน์เยน’ เพื่อรับผลตอบแทนอย่างเป็นทางการ บริษัทมองว่าบริการลักษณะนี้จะกลายเป็นแกนกลางของ ‘การเงินออนเชน’ ในระบบนิเวศของตนในระยะยาว

ด้าน ‘กลยุทธ์ขยายธุรกิจออนเชน’ ก็เดินหน้าไปพร้อมกัน เอสบีไอโฮลดิงส์จับมือกับมูลนิธิโซลานา(Solana Foundation) ในสวิตเซอร์แลนด์ จัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดันตลาดการเงินออนเชนในญี่ปุ่น หน่วยธุรกิจ เอสบีไอ อาร์3 เจแปน(SBI R3 Japan) เตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เอสบีไอ โซลานา โกลบอล(SBI Solana Global)’ พร้อมวางแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน ‘สเตเบิลคอยน์เยน’, สินทรัพย์โทเคนไนซ์ และระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ‘คำ’ เป้าหมายคือการเป็นโครงข่ายหลักสำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมญี่ปุ่นกับต่างประเทศ

ท่าทีของภาครัฐญี่ปุ่นก็ถือว่าเอื้อให้แผนดังกล่าวเดินหน้าได้เร็วขึ้น รัฐบาลเพิ่งจัดประเภท ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในฐานะ ‘ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน’ พร้อมทยอยปรับปรุงกรอบกำกับดูแล ‘คำ’ เพื่อรองรับนวัตกรรมบนบล็อกเชน ทั้งยังมีทิศทางสนับสนุนสตาร์ทอัพและโครงการเว็บ 3 อย่างจริงจัง การที่ ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘การเงินออนเชน’ ถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบสถาบันการเงินดั้งเดิมได้เร็วเช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าญี่ปุ่นอาจเพิ่มน้ำหนักตัวเองในศึกชิงความเป็นศูนย์กลาง ‘สินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย’ ได้มากขึ้น

"ความคิดเห็น" การเปิดตัว JPYSC ในรูปแบบ ‘ผลิตภัณฑ์ฝากรับดอกเบี้ย’ โดยเอสบีไอ ไม่ได้สะท้อนเพียงการแข่งขันเรื่อง ‘อัตราผลตอบแทน’ เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าญี่ปุ่นกำลังใช้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนผลักดัน ‘การเงินออนเชน’ เข้าสู่ตลาดกระแสหลัก ความท้าทายจะอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนที่ดูดีกว่าเงินฝาก กับโครงสร้างปกป้องผู้ใช้งานที่ยังไม่เทียบเท่าระบบธนาคาร หากแก้สมการนี้ได้ ญี่ปุ่นอาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการผสาน ‘เงินเยนดิจิทัลภาคเอกชน’ เข้ากับระบบการเงินเดิมอย่างเป็นรูปธรรม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1