เมตา(Meta) กำลังเร่งเดินหน้าปูฐาน ‘เอเจนต์อีโคโนมี’ หรือ ‘เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอเอเจนต์’ ให้เป็นหนึ่งในธุรกิจแกนหลักในอนาคตของบริษัท โดยวาง ‘สเตเบิลคอยน์’ เป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างการชำระเงินรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มของตัวเอง
ในการให้สัมภาษณ์กับ *คอยน์เดสก์(CoinDesk)* แอนดรูว์ ชูลท์ซ(Andrew Schultz) ผู้บริหารเมตา ระบุว่า เศรษฐกิจเอเจนต์ไม่ใช่แค่ ‘สินค้าใหม่’ แต่เป็น ‘กระแสที่หลีกเลี่ยงไม่ได้’ และจะกลายเป็นแกนการเติบโตถัดไปของบริษัท เขาเผยว่า ปัจจุบันมีธุรกิจมากกว่า 1 ล้านรายต่อสัปดาห์ที่ใช้งานเอไอเอเจนต์บนแพลตฟอร์มของเมตาแล้ว
‘ความคิดเห็น’ แนวคิดนี้สะท้อนว่าเมตากำลังมองเอไอเอเจนต์ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงเศรษฐกิจชุดใหม่บนแพลตฟอร์มของตนเอง
เมตามอง ‘เอเจนต์อีโคโนมี’ ว่าเป็นอนาคตที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย ชูลท์ซอธิบายภาพนี้ผ่านคำพูดของ วิลเลียม กิบสัน นักเขียนนิยายไซไฟที่ว่า “อนาคตได้มาถึงแล้ว เพียงแต่มันยังไม่กระจายไปอย่างทั่วถึง” หมายความว่า เทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่การใช้งานในวงกว้างยังอยู่ในช่วงตั้งไข่
ตอนนี้เมตาโฟกัสการพัฒนาเอไอเอเจนต์บนแอปแชตอย่าง *วอตส์แอป(WhatsApp)* โดยเริ่มจากเคสง่าย ๆ เช่น การจัดงานวันเกิดลูก ที่เอไอเอเจนต์ช่วยดูแลตารางนัดหมาย จองสถานที่ ประสานงานกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ ผ่านการสนทนาแบบอัตโนมัติทั้งหมด
แม้จะเริ่มจาก ‘ออโตเมชันขนาดเล็ก’ แต่ชูลท์ซย้ำว่าจุดสำคัญคือ *ศักยภาพในการขยายตัว* จากงานจัดตารางเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจต่อยอดสู่การเจรจาซัพพลายเชน การชำระเงิน การค้าข้ามพรมแดน และดีลธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ในอนาคต
เขาย้ำว่า “ถ้าขยายโมเดลนี้ให้ใหญ่พอ สิ่งที่ได้คือระบบ ‘คอมเมิร์ซ’ เต็มรูปแบบที่ทำงานอยู่ทั่วทั้งวอตส์แอป”
ในมุมของเมตา หัวใจของเศรษฐกิจเอเจนต์คือ ‘เลเยอร์การชำระเงิน’ และชูลท์ซระบุชัดว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ จะเป็นแกนกลางของระบบดังกล่าว เขามองว่า ‘กระเป๋าเงินจริง’ จะค่อย ๆ หายไป และโลกจะขยับเข้าสู่ยุคที่ ‘การชำระเงินดิจิทัล’ กลายเป็นทุกอย่าง
ชูลท์ซยกตัวอย่าง จีนที่มี *วีแชต(WeChat)* และญี่ปุ่น–ไทย–ไต้หวันที่มี *ไลน์(Line)* เป็นแพลตฟอร์มที่ผสานแชตกับการชำระเงินจนกลายเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมเมิร์ซ’ ไปแล้ว โดยเขามองว่านี่คือหลักฐานว่า ‘คอมเมิร์ซผ่านการสนทนา’ เป็นเรื่องจริงในเอเชีย ไม่ใช่แค่แนวคิด
เขาระบุว่า ‘สเตเบิลคอยน์คือหนึ่งในคำตอบสำคัญของปัญหานี้’ เพราะช่วยเชื่อมการชำระเงินดิจิทัลแบบเรียลไทม์ เข้ากับแชตและเอไอเอเจนต์ได้อย่างราบรื่น
ในสหรัฐ แม้ระบบแชตจะยังหมุนรอบ *ไอเมสเสจ(iMessage)* ของแอปเปิล แต่ในบราซิลและอินเดีย มีธุรกิจรายย่อยแล้วกว่า 1 ล้านรายที่ใช้วอตส์แอปในการทำคอมเมิร์ซผ่านการสนทนาโดยตรง
ด้านตัวเลขตลาด *ฟอร์จูน บิสซิเนส อินไซท์ส์(Fortune Business Insights)* คาดว่า มูลค่าตลาดคอมเมิร์ซผ่านการสนทนา จะเติบโตแตะราว 39,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 59.4 ล้านล้านวอน ภายในปี 2034
คำให้สัมภาษณ์รอบนี้เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 7 สัปดาห์หลังการเปิดตัวโครงการสเตเบิลคอยน์ *ลิบรา(Libra)* ของเฟซบุ๊ก (ชื่อเดิมของเมตา) ย้อนกลับไปตอนนั้น ลิบราเผชิญแรงต้านหนักจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น *เดียม(Diem)* และถูกยุติโครงการในปี 2022 สาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านเสถียรภาพการเงิน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และอิทธิพลของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่
ชูลท์ซยอมรับเชิงอ้อมว่า “ตอนนั้นอาจมีบางคำพูดที่ทำให้รัฐบาลบางประเทศรู้สึกไม่สบายใจ” ซึ่งสะท้อนบทเรียนว่า การสร้าง ‘เงินดิจิทัลของตัวเอง’ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ อาจเป็นเส้นทางที่ปะทะกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจุบันเมตาเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการออก ‘เหรียญตัวเอง’ มาเป็นการร่วมมือกับผู้พัฒนา ‘สเตเบิลคอยน์ที่ถูกกำกับดูแลแล้ว’ และเชื่อมเข้ากับแพลตฟอร์มของเมตาแทน โมเดลที่วางไว้คือ เมตาดูแล ‘อินเทอร์เฟซด้านการแชตและคอมเมิร์ซ’ ส่วน ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและการเคลียร์ริ่ง’ จะถูกจัดการโดยผู้ให้บริการภายนอก
แนวทางนี้เดินคู่ไปกับทิศทางใหม่ของสหรัฐ ที่เริ่มวางกรอบกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ก็มีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นต่ออุตสาหกรรมคริปโต เมื่อเทียบกับอดีต
อีกชิ้นส่วนสำคัญในวิสัยทัศน์ของเมตาคือ ‘การยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์’ หรือ *ดีเซนทรัลไลซ์ด ไอดี(Decentralized ID)* ชูลท์ซระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า หากมีระบบยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์ที่ ‘บุคคลที่สามตรวจสอบได้’ และ ‘เชื่อมเข้ากับแพลตฟอร์มได้โดยตรง’ จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการสร้างเศรษฐกิจเอเจนต์
ปัญหาหลักตอนนี้คือ ‘การยืนยันความน่าเชื่อถือ’ หากผู้ใช้จะทำธุรกรรมกับเอไอเอเจนต์ จำเป็นต้องรู้ว่าเอเจนต์นั้น ‘แทนบริษัทจริง’ หรือไม่ หากไม่มีเลเยอร์ด้านความไว้วางใจนี้ เศรษฐกิจเอเจนต์ก็ยากจะหมุนได้ในระดับใหญ่
เหตุผลที่เมตายังไม่รีบนำระบบระบุตัวตนแบบกระจายศูนย์มาใช้ จึงอยู่ที่ ‘ขนาด’, ‘เสถียรภาพ’ และ ‘การยอมรับในวงกว้าง’ ที่ยังไม่ถึงจุดพร้อมใช้งาน เขาเสริมว่า แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากทดลองแนวทางนี้มาหลายปี แต่โซลูชันที่สมบูรณ์จริง ๆ ยังไม่ปรากฏ
อย่างไรก็ตาม ชูลท์ซทิ้งท้ายชัดเจนว่า หากระบบยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์สามารถแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือได้จริง เมตาพร้อมจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างเศรษฐกิจเอเจนต์อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อมองโดยรวม ‘เอเจนต์เพย์เมนต์’, ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘ดีเซนทรัลไลซ์ด ไอดี’ กำลังถูกเมตาจัดวางให้เป็นยุทธศาสตร์ในโลกจริง ไม่ใช่แค่ภาพฝันระยะยาว แม้กำหนดเวลาการใช้งานจริงในวงกว้างยังไม่ชัดเจน แต่ทิศทางที่เห็นได้ชัดคือ โครงสร้างการค้าดิจิทัลทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยมีเมตาและสเตเบิลคอยน์เป็นหนึ่งในผู้เล่นศูนย์กลางของเกมนี้
ความคิดเห็น 0