โซลานา(SOL) กำลังตอกย้ำภาพลักษณ์เครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่รองรับธุรกรรม ‘ต่อวินาทีในระดับหลายพันครั้ง’ พร้อมค่าธรรมเนียมต่ำ ขณะเดียวกัน ‘คล้อด AI(Claude AI)’ ประเมินว่า ภายในสิ้นปี 2026 มีโอกาสเห็น ‘การปรับตัวขึ้นแรง’ ของราคาได้ หากกระแสบนเชนและการเทรดเหรียญมีมเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรอบใหม่ของตลาดโซลานา
จากข้อมูลออนเชนล่าสุด โซลานายังคงรักษากิจกรรมบนเครือข่ายในระดับสูง โดยปริมาณการซื้อขายต่อสัปดาห์ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ขณะที่การใช้งานบนตลาดซื้อขายแบบกระจายศูนย์(DEX) ก็ยังหนาแน่น ‘เหรียญมีม’ ถูกมองว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทั้งดึงเม็ดเงินใหม่เข้ามาและเพิ่มสภาพคล่องให้กับเครือข่าย จนกลายเป็นศูนย์กลางการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อย
‘คล้อด AI’ มองว่า การที่โซลานาออกแบบมาให้ประมวลผลธุรกรรมได้จำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำ เป็นฐานสำคัญให้ระบบนิเวศเหรียญมีมเติบโตแบบก้าวกระโดด ตัวอย่างเช่น ปลายเดือนมิถุนายน 2026 โทเคน ‘เดอะ แบล็ก บูล(ANSEM)’ ทำราคาเพิ่มขึ้นราว 20,000% ภายใน 7 วัน มูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 95 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,411 ล้านบาท) สะท้อนความร้อนแรงของเก็งกำไรบนเครือข่าย
‘คำ’วิเคราะห์ของคล้อด AI ระบุว่า เมื่อผสาน ‘ประสิทธิภาพของเครือข่าย’ เข้ากับ ‘เม็ดเงินที่หลั่งไหลจากเหรียญมีม’ อาจก่อให้เกิด ‘โมเมนตัมขาขึ้นเพิ่มเติม’ ได้จนถึงปลายปี โครงสร้างที่รองรับทั้งความเร็วและค่าธรรมเนียมระดับต่ำ ถูกมองว่าเป็น ‘ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง’ ที่ยังดึงทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้ปลายทางให้เข้ามาใช้โซลานาอย่างต่อเนื่อง และช่วยขยายระบบนิเวศในระยะยาว
สำหรับมุมมองราคาในปี 2026 โมเดลคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ระบุช่วงกว้าง โดยมีกรอบประมาณ 75–500 ดอลลาร์ต่อ SOL ระดับบนที่ 500 ดอลลาร์ถูกจัดเป็น ‘กรณีฝั่งบวกแรง’ ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งการไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญของเงินทุนสถาบัน การยอมรับโซลานาในฐานะโครงสร้างพื้นฐานชำระเงิน รวมถึงการอัปเกรดเครือข่ายสำคัญอย่าง ‘อัลเพนโกลว์(Alpenglow)’ ที่ต้องเดินหน้าได้อย่างราบรื่น เมื่อเทียบกับราคาบริเวณ 75–85 ดอลลาร์ในช่วงล่าสุด การจะไต่ไปถึงกรอบบนจึงต้องอาศัย ‘การเติบโตของระบบนิเวศ + ความต้องการใช้งานจริง’ ที่ต่อเนื่อง
บนฝั่งโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ ถูกจับตาในฐานะโซลูชันเลเยอร์2 ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่เลือกใช้ ‘โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน(Solana VM)’ เป็นสภาพแวดล้อมการทำงาน โปรเจกต์ตั้งเป้าจะใช้เทคโนโลยี ‘หลักฐานความรู้ศูนย์(zk-proof)’ ร่วมกับการเคลียร์ธุรกรรมบนบิตคอยน์เลเยอร์1 เพื่อนำเสนอการทำธุรกรรมที่ ‘เร็วขึ้น-ถูกลง’ พร้อมรองรับแอปพลิเคชันหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การชำระเงิน, ดีแอป(dApp) ไปจนถึงเหรียญมีม
ปัจจุบัน บิตคอยน์ ไฮเปอร์กำลังเปิดขายรอบพรีเซลล์ โดยผู้สนใจสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินที่รองรับ และถือสินทรัพย์อย่างโซลานา(SOL) หรือเหรียญที่แพลตฟอร์มรองรับ จากนั้นเลือกจำนวนที่ต้องการซื้อผ่านหน้าเว็บเฉพาะของโปรเจกต์ ก่อนยืนยันธุรกรรม ตัวเลือก ‘ซื้อแล้วนำไปสเตก’ ยังเสนออัตราผลตอบแทนสูงสุดราว 35% APY และรองรับการชำระเงินผ่านบัตรด้วย
แผนการจัดสรรโทเคนของโปรเจกต์แบ่งเป็น ส่วนการพัฒนา 30%, ทุนสำรอง 25%, การตลาด 20%, รางวัลและแรงจูงใจ 15% และสำหรับการนำไปลิสต์บนกระดานเทรด 10% จนถึงตอนนี้ โครงการระดมทุนไปแล้วมากกว่า 32 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 475 ล้านบาท) โดยทีมงานระบุว่า โรดแมปอาจมีการขยับได้ตามระดับ ‘ดีมานด์’ ที่เกิดขึ้นจริง
ท้ายที่สุด ‘คำ’ถามสำคัญของโซลานา(SOL) อยู่ที่ว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานที่แรง’ จะถูกแปลงเป็น ‘การใช้งานจริงและสภาพคล่องที่ยั่งยืน’ ได้มากน้อยแค่ไหน หากภาพเป็นไปตามมุมมองของคล้อด AI ที่ว่า กิจกรรมบนเครือข่ายและกระแสเงินทุนจะเร่งตัวไปพร้อมกัน ‘โอกาสไปต่อ’ ของราคายังคงเปิดกว้าง แต่การจะไปถึงกรอบบนของการคาดการณ์ ยังต้องอาศัยทั้งการเข้ามามีส่วนร่วมของสถาบัน และ ‘วินัยในการส่งมอบอัปเกรดเทคโนโลยี’ ของทีมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“ความคิดเห็น: นักลงทุนควรจับตาทั้งตัวเลขออนเชน ปริมาณเทรดเหรียญมีม และความคืบหน้าด้านอัปเกรดเครือข่ายควบคู่กัน แทนที่จะโฟกัสเพียงสมมติฐานด้านราคาในปี 2026 เพียงอย่างเดียว”
ความคิดเห็น 0