อังกฤษเตรียมออก ‘ดิจิทัลกิลต์’ หรือ ‘ดิจิทัลโกลด์แมน’ รุ่นทดลองช่วงต้นปี 2027 นับเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่นำ ‘หนี้สาธารณะ’ ขึ้นสู่โครงสร้างพื้นฐานแบบ ‘บล็อกเชน’ และ ‘สมุดบัญชีแบบกระจายศูนย์’ สะท้อนสัญญาณชัดเจนว่าตลาดการเงินดั้งเดิมกำลังเดินหน้าทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ในระดับโครงสร้าง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ ระบุในสุนทรพจน์ที่แมนชั่นเฮาส์ว่า รัฐบาลตั้งเป้าออก ‘ดิจิทัลกิลต์อินสทรูเมนต์(DIGIT)’ เป็นครั้งแรกต้นปี 2027 และมีแผนออกเพิ่มต่อเนื่องหากการทดลองราบรื่น พันธบัตรดิจิทัลนี้จะยังคงเป็น ‘กิลต์’ สกุลเงินปอนด์เหมือนเดิม แต่ถูกออกและดูแลผ่านแพลตฟอร์มบล็อกเชน ‘โอไรออน(Orion)’ ที่พัฒนาโดย เอชเอสบีซี(HSBC)
พันธบัตร ‘DIGIT’ จะถูกนำไปซื้อขายในสภาพแวดล้อมทดลองภายใต้ ‘แซนด์บ็อกซ์สินทรัพย์ดิจิทัลด้านหลักทรัพย์ (Digital Securities Sandbox)’ ที่ธนาคารกลางอังกฤษและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของอังกฤษร่วมกันดูแล เพื่อทดสอบตั้งแต่กระบวนการออก การชำระราคา ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์บนโครงสร้างพื้นฐานแบบบล็อกเชน
ในปี 2024 กระทรวงการคลังอังกฤษได้ประกาศโครงการนี้ล่วงหน้า โดยตั้งเป้าพิสูจน์ว่าระบบบล็อกเชนและโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์สามารถ ‘ลดเวลาการชำระราคา’ และ ‘ลดต้นทุนการชำระบัญชีและการทำบัญชี’ ได้จริงหรือไม่ เอชเอสบีซีถูกเลือกให้เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเคยมีประสบการณ์ออกพันธบัตรดิจิทัลผ่านเครือข่ายโอไรออนมาแล้วราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5.23 แสนล้านวอน
การออก ‘DIGIT’ ครั้งนี้จะดำเนินการแยกจากระบบการออกพันธบัตรรัฐบาลแบบเดิม เงื่อนไขสำคัญอย่างขนาดวงเงิน อายุพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย คุณสมบัตินักลงทุน และรูปแบบการชำระราคายังไม่ถูกเปิดเผย รายละเอียดที่จำกัดนี้สะท้อนว่ารัฐบาลต้องการคง ‘สถานะทดลอง’ ของโครงการ และเปิดพื้นที่ปรับเงื่อนไขภายหลังจากผลทดสอบในตลาด
ด้าน แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ระบุในเวทีเดียวกันว่ากำลังพิจารณา ‘ยอมรับ DIGIT เป็นหลักประกัน’ ในการดำเนินงานตลาดของธนาคารกลาง หากแนวทางนี้ถูกนำมาใช้จริง จะเปิดประตูสู่ ‘ธุรกรรมเรโป (Repo) แบบโทเคนไอซ์’ และทำให้ธนาคารพาณิชย์สามารถใช้พันธบัตรดิจิทัลเหล่านี้เป็นหลักประกันในการขอรับสภาพคล่องจากธนาคารกลางได้โดยตรง
โครงสร้างดังกล่าวอาจทำให้โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียง ‘การทดลองเทคโนโลยี’ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ ‘คำ’ หลายฝ่ายมองว่าหากระบบชำระราคาแบบโทเคนไอซ์ช่วยลดความล่าช้าในการส่งมอบหลักทรัพย์และลดบทบาทตัวกลางได้จริง จะช่วยลดต้นทุนการซื้อขายพันธบัตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีต้นทุนเบื้องหลังสูงที่สุดในระบบการเงินโลก
"ความคิดเห็น" หากอังกฤษพิสูจน์ได้ว่าพันธบัตรรัฐบาลบนบล็อกเชนสามารถเชื่อมต่อกับระบบของธนาคารกลางได้อย่างปลอดภัย รูปแบบเดียวกันอาจถูกนำไปประยุกต์ใช้กับตราสารหนี้เอกชน หุ้น และกองทุนในระยะต่อไป นี่คือจุดที่ ‘โทเคนไอซ์แอสเซ็ต’ ถูกยกระดับจากแค่เครื่องมือทดลองของสถาบันการเงิน มาเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานใหม่’ ของตลาดทุน
ความเคลื่อนไหวของอังกฤษยังถูกจับตาในฐานะตัวอย่างสำคัญของ ‘สินทรัพย์โทเคนไอซ์’ ในระบบการเงินโลก แม้โครงการยังอยู่ในช่วงต้นและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องกฎระเบียบ มาตรฐานเทคโนโลยี และความต้องการของนักลงทุนสถาบัน แต่หาก ‘DIGIT’ สามารถออกและใช้งานได้อย่างราบรื่น มีสภาพคล่องเพียงพอ และได้รับการยอมรับเป็นหลักประกันโดยธนาคารกลาง ก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็น ‘แบบจำลอง’ ให้ประเทศหลักอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม G7 เดินตามและเร่งออกนโยบายด้านโทเคนไอซ์ในตลาดพันธบัตรของตนเอง
ความคิดเห็น 0