หลัง ‘MiCA’ สิ้นสุดระยะเปลี่ยนผ่าน อุตสาหกรรมคริปโตยุโรปเผชิญแรงกดดันคุม ‘ฟอกเงิน(AML)’ หนักขึ้น
หลังการสิ้นสุดระยะเปลี่ยนผ่านของกฎระเบียบ ‘MiCA’ ของสหภาพยุโรป(EU) ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(VASP) ในยุโรปอาจต้องรับมือ ‘การย้ายผู้ใช้งานขนาดใหญ่’ ควบคู่ไปกับ ‘ภาระการรับลูกค้าใหม่’ ในเวลาเดียวกัน ตามคำเตือนของ บรูนา สเจโก(Bruna Szego) กรรมาธิการจากสำนักงานป้องกันการฟอกเงินแห่งสหภาพยุโรป(AMLA) ซึ่งระบุว่า หากมีการถอนตัวของผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาตเกิดขึ้น พร้อมกับการไหลเข้าของลูกค้าสู่ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต จะสร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน(AML) ของทั้งอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph สเจโกได้กล่าวในระหว่างการบรรยายสรุปต่อคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินของรัฐสภายุโรปว่า ‘เราทราบดีว่าลูกค้าจะเริ่มถอนสินทรัพย์ออกมา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(VASP)’
ผู้ให้บริการไร้ใบอนุญาตต้องถอนตัว ผู้ได้รับอนุญาตต้องรับภาระดูดซับลูกค้า
ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 18 เดือนของกฎหมาย ‘MiCA’ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทที่ต้องการให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรป(EU) ต่อไปในฐานะผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(CASP) จะต้องถือ ‘ใบอนุญาตที่ถูกต้อง’ เท่านั้น สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดยุโรป(ESMA) ย้ำว่า บริษัทใดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตภายในเส้นตาย ต้องดำเนินการ ‘ยุติหรือลดขนาดธุรกิจใน EU ทันที’
ผลที่ตามมาจึงไม่ได้จบแค่การขอหรือไม่ได้ขอใบอนุญาต บริษัทที่จำเป็นต้องเลิกกิจการในตลาด EU จะต้องโฟกัสกับกระบวนการให้ลูกค้า ‘ถอนเงินและสินทรัพย์’ ออกจากแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันบริษัทที่ได้รับอนุญาตแล้วจะต้องรับบทหนักในการ ‘รองรับผู้ใช้ที่อพยพมา’ พร้อมกับตรวจสอบและเปิดบัญชีใหม่ในเวลาอันสั้น
สเจโกระบุว่า ผู้ให้บริการจำเป็นต้อง ‘รักษากระบวนการคอมพลายแอนซ์ที่มีประสิทธิภาพตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน’ ไม่ว่าจะเป็นการทำ KYC, การประเมินความเสี่ยงของลูกค้า, การติดตามธุรกรรมต้องสงสัย หรือการรายงานต่อหน่วยงานรัฐ เพราะหากลดมาตรฐานเพียงชั่วคราว ก็อาจเปิดช่องให้ ‘การฟอกเงินและการระดมทุนผิดกฎหมาย’ ไหลผ่านระบบได้ง่ายขึ้น
‘ความคิดเห็น’
ภาระหลักในช่วงนี้จึงอยู่ที่บริษัทที่ได้รับ MiCA license ซึ่งต้องเร่ง ‘สเกลระบบ AML/KYC’ ให้ทันกับการหลั่งไหลของผู้ใช้จากผู้ให้บริการที่ถอนตัว หากลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคอมพลายไม่พอ มีโอกาสสูงที่จะถูกหน่วยงานกำกับเพ่งเล็งในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า
AMLA เตรียมออก ‘รายงานใหญ่’ ภายในปีนี้ ตรวจช่องโหว่กำกับดูแลคริปโตทั่วยุโรป
ก่อนเส้นตาย MiCA จะครบกำหนด AMLA ได้เผยแพร่เอกสารคำแนะนำด้านความเสี่ยงการฟอกเงินในภาคสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาก่อนแล้ว โดยเนื้อหามุ่งเน้นให้ทั้งบริษัทที่กำลัง ‘ปิดธุรกิจใน EU’ และบริษัทที่ ‘รับลูกค้าใหม่’ ภายใต้ใบอนุญาต MiCA สามารถคงระบบควบคุมการฟอกเงินและการตรวจสอบลูกค้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ผ่อนคลายเพียงเพราะอยู่ในช่วงย้ายระบบ
สเจโกยังเปิดเผยว่า AMLA มีแผนเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับ ‘ความเสี่ยงการฟอกเงินในภาคสินทรัพย์ดิจิทัล’ และ ‘แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลในระดับบล็อก(ทั้ง EU)’ ภายในปีนี้ เนื้อหารายงานจะครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างการกำกับ VASP/CASP, การใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์บล็อกเชน ไปจนถึงการประเมินผลของ MiCA ต่อ ecosystem โดยรวม
องค์กรยังอยู่ระหว่าง ‘เพิ่มขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์บล็อกเชน’ เพื่อใช้ตรวจสอบและติดตามธุรกรรมต้องสงสัยอย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลใน EU มีความเข้มแข็งขึ้น เมื่อผนวกรวมกับข้อกำหนด AML/CFT ใหม่ที่ทยอยมีผลบังคับใช้
รายงานฉบับนี้ยังจะตรวจสอบ ‘ความแตกต่างด้านแนวทางกำกับ’ ของแต่ละประเทศสมาชิกอย่างเป็นระบบ AMLA ตั้งใจจะใช้ผลการศึกษาเป็นฐานในการประสานงานกับหน่วยงานกำกับของแต่ละชาติ หากพบ ‘ช่องว่างหรือมาตรฐานที่ไม่สอดคล้อง’ ก็อาจมีการผลักดันมาตรการเสริม เพื่อสร้างกรอบการป้องกันการฟอกเงินที่ ‘เป็นเอกภาพมากขึ้นทั่วทั้ง EU’
‘ความคิดเห็น’
การเข้าสู่ยุค MiCA หมายถึงตลาดคริปโตยุโรปกำลังก้าวจาก ‘เฟสเติบโตแบบดิบๆ’ ไปสู่ ‘เฟสสถาบันและคอมพลายเต็มรูปแบบ’ สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ ตัวแปรชี้ชะตาต่อจากนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ ‘ใครโตเร็วที่สุด’ แต่คือ ‘ใครปฏิบัติตามกฎได้ลึกและแน่นที่สุด’ ท่ามกลางแรงกดดัน AML ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งภูมิภาค
ความคิดเห็น 0