ท่ามกลางกระแส ‘มีมคอยน์’ และโทเคนใหม่ที่ดูดเม็ดเงินจากตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางรายมองว่าตอนนี้อาจเป็นจังหวะ ‘เก็บของดีราคาถูก’ ในกลุ่มอัลท์คอยน์ชั้นคุณภาพ เม็ดเงินสภาพคล่องแม้จะไหลไปยังมีมโทเคน แต่โครงการขนาดใหญ่หลายตัวราคาปรับฐานลง ขณะที่การเติบโตของเครือข่ายยังเดินหน้าต่อ ทำให้ ‘โอกาสรีบาวด์ปลายปี’ ดูมีน้ำหนักมากขึ้นสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว
เมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) มิคาเอล ฟาน เดอ พอเป(Michaël van de Poppe) นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต ได้ระบุผ่านช่องทางโซเชียลว่า โทเคนที่เขาจับตาในรอบนี้ได้แก่ ไพเพอร์ลิควิด(Hyperliquid, HYPE), บิทเทนเซอร์(Bittensor, TAO), เนียร์โปรโตคอล(NEAR), เวนิส(Venice, VVV) และ แซดแคช(Zcash, ZEC) โดยมองว่าการปรับฐานระยะนี้กำลังเปิด ‘โซนสะสม’ ให้กับอัลท์คอยน์หลักบางตัวที่ยังคงมีการใช้งานจริงและการเติบโตของเครือข่ายที่ชัดเจน
ในกลุ่มดังกล่าว ‘ไพเพอร์ลิควิด(HYPE)’ คือโปรเจกต์ที่เขามีความมั่นใจมากที่สุด แม้ราคา HYPE จะอ่อนตัวจากโซนราว 77 ดอลลาร์ ลงมาบริเวณ 63 ดอลลาร์ แต่ฟาน เดอ พอเปให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดภายในเครือข่ายมากกว่าราคาหน้าจอ เขาชี้ว่า ‘มูลค่าทรัพย์สินที่ล็อกอยู่ทั้งหมด (TVL)’ ของแพลตฟอร์มยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนว่ามีสภาพคล่องใหม่ไหลเข้าระบบจริง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ด้านภาพเทคนิค เขามองว่า HYPE ยังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ และมีการทดสอบแนวต้านซ้ำหลายครั้ง โครงสร้างราคาในลักษณะนี้ถูกมองว่าเป็น ‘ฐานสะสมเชิงบวก’ หากแรงซื้อหนุนให้เกิดการเบรกเอาต์อย่างชัดเจน มีโอกาสที่เป้าหมายรอบถัดไปจะถูกขยับไปถึงบริเวณ 100 ดอลลาร์ ได้ในที่สุด ‘ความคิดเห็น’ มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่าฟาน เดอ พอเปให้ค่ากับทั้งปัจจัยพื้นฐานเชิงเครือข่าย (TVL, สภาพคล่อง, การใช้งาน) และสัญญาณเชิงเทคนิคควบคู่กัน
สำหรับธีม ‘AI’ เขามองว่าจุดน่าสนใจอยู่ที่ บิทเทนเซอร์(TAO) และ เนียร์โปรโตคอล(NEAR) เป็นหลัก บิทเทนเซอร์(TAO) ราคาถอยลงมาต่ำกว่าโซน 200 ดอลลาร์ หลังจาก ‘เทม플러 서브넷’ ตัดสินใจออกจากระบบนิเวศ ทำให้เซนติเมนต์นักลงทุนอ่อนแรงลงช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ฟาน เดอ พอเปย้ำว่า ซับเน็ตด้าน AI อื่นๆ ในระบบของ TAO ยังมี ‘กระแสเงินทุนไหลเข้าแบบสุทธิในทุกเดือน’ ต่อเนื่อง เขาจึงเปรียบ บิทเทนเซอร์ ว่าเป็นเหมือน ‘ศูนย์รวมสตาร์ทอัพ AI แบบกระจายศูนย์’ ที่เปิดให้โปรเจกต์ AI หลายตัวเติบโตไปพร้อมกันบนโครงสร้างเดียว
ด้าน เนียร์โปรโตคอล(NEAR) ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘โปรเจกต์ AI ที่ราคายังต่ำกว่าศักยภาพ’ ในรอบนี้ NEAR เคยดีดจากบริเวณ 0.96 ดอลลาร์ ขึ้นไปใกล้โซน 3 ดอลลาร์ จนกลับมาเป็นที่จับตา ก่อนจะพักฐานปรับสมดุลราคา ฟาน เดอ พอเปอธิบายว่า ปัจจัยที่ทำให้เขายังมองบวกคือการที่ Near Intents กำลังพัฒนาและให้บริการ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy Infrastructure)’ ให้กับหลายบล็อกเชน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีของ NEAR ยังมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการขยายตัวของ ‘ธุรกรรมแบบปกป้องข้อมูล (Protected Transactions)’ ของ แซดแคช(ZEC) ด้วย ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพของ NEAR ในฐานะเลเยอร์เทคโนโลยีที่มีการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่โทเคนเชิงธีม
ในส่วนของ เวนิส(VVV) ฟาน เดอ พอเปเลือกใช้ ‘มุมมองเชิงระมัดระวัง’ มากกว่า VVV เคยพุ่งแรงจากบริเวณ 8.50 ดอลลาร์ ทะลุระดับ 21 ดอลลาร์ หลังประกาศดีลระดมทุนรอบซีรีส์ A มูลค่าราว 650 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบการขายหุ้น แต่หลังข่าวดีออกมา ราคากลับเปลี่ยนทิศสู่ขาลง เขามองว่าหากบรรยากาศตลาดโดยรวมฟื้นตัว มีโอกาสที่ VVV จะย้อนกลับไปทดสอบกรอบ 8–9 ดอลลาร์ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว เขาคาดว่า ‘มูลค่าที่แท้จริงอาจไหลไปสู่ผู้ถือหุ้นในรอบซีรีส์ A มากกว่าผู้ถือโทเคน’ ทำให้ VVV ถูกมองว่าเป็นโทเคนที่ต้องพิจารณาเชิงโครงสร้างการกระจายมูลค่าอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
ในหมวดเหรียญสายความเป็นส่วนตัว ฟาน เดอ พอเประบุชัดว่า แซดแคช(Zcash, ZEC) เป็นตัวเลือกที่เขาชื่นชอบมากที่สุด แม้ปีนี้ ZEC จะเคยเผชิญประเด็นด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์แฮ็ก ทำให้ตลาดจับตามองเรื่องความเสี่ยงเชิงระบบ แต่ปริมาณการซื้อขายกลับยังคงแข็งแรง เมื่อเทียบกันในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ปริมาณเทรดของ ZEC ยัง ‘มากกว่า’ ไพเพอร์ลิควิด(HYPE) และหากดูในกรอบเดียวกัน ZEC อยู่ในระดับ ‘อันดับสองรองจาก ทรอน(TRX)’ ในเชิงมูลค่าการซื้อขาย ฟาน เดอ พอเปจึงให้ความเห็นว่า การผสมผสานระหว่าง ‘วอลุ่มเทรดสูง’ กับ ‘ความต้องการใช้เหรียญด้านความเป็นส่วนตัว’ ทำให้ ZEC กลายเป็นหนึ่งในอัลท์คอยน์ที่ยืนระยะได้ดีกว่าตลาดในช่วงภาวะปรับฐาน
ท้ายที่สุด แกนหลักของการวิเคราะห์รอบนี้อยู่ที่คำถามว่า ‘เม็ดเงินที่ไหลเข้ามีมคอยน์’ จะมีโอกาสหมุนกลับไปหากลุ่มอัลท์คอยน์ที่มี ‘การใช้งานจริงและมีเนื้อเรื่องชัดเจน’ หรือไม่ ฟาน เดอ พอเปมองว่า ในบรรดาเหรียญที่ราคาย่อลึกลงมา หากมีโครงการที่ ‘ตัวเลขการเติบโตของเครือข่าย’ และ ‘ปริมาณการซื้อขาย’ ยังยืนได้ดี โปรเจกต์เหล่านั้นย่อมมีโอกาสถูกตลาดหันมามองก่อน เมื่อวัฏจักรฟื้นตัวรอบใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุน แนวคิดนี้เท่ากับการคัดเลือกอัลท์คอยน์จากฐานการใช้งานและข้อมูล on-chain มากกว่าตามกระแสมีมเพียงอย่างเดียว โดยเชื่อว่าพื้นฐานที่แข็งแรงจะเป็นตัวผลักดันราคาในระยะถัดไปมากกว่าปัจจัยข่าวสั้นๆ ในตลาดคริปโตที่ผันผวนสูงแบบทุกวันนี้
ความคิดเห็น 0