บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแคบแถว ‘6.26 หมื่นดอลลาร์’ (ราว 9.357 ล้านบาท) ท่ามกลางบรรยากาศลังเลของตลาด ขณะที่ความตึงเครียดจากตะวันออกกลางและความกังวลเรื่อง ‘การขึ้นดอกเบี้ย’ กลับมาสั่นคลอนทิศทางราคาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ประธานาธิบดีทรัมป์สั่ง ‘กลับมา’ ปิดล้อมเรือสินค้าอิหร่านที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% กับสินค้าอื่นที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นมาใหม่ มาตรการนี้เท่ากับดึงความขัดแย้งที่เพิ่งสงบลงหลังข้อตกลงสันติภาพเมื่อเดือนมิถุนายนให้กลับมาเป็น ‘ชนวนร้อน’ อีกครั้ง
‘ราคาน้ำมัน–ดอกเบี้ย’ กดดัน ตลาดคริปโตเจอแรงต้านใหม่
----------------------------------------------------
ราคาน้ำมันดิบโลกตอบสนองทันที เบรนท์ขยับขึ้นแตะราว ‘85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล’ ปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และระหว่างวันพุ่งสูงสุดราว 2.8% พร้อมกันนั้น ตลาดเริ่มกลับมาประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ เพิ่มเติมอีกครั้ง
ส่วนผสมนี้ถือเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน ‘ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น’ มีแนวโน้มดันแรงกดดันเงินเฟ้อกลับมา และยิ่งหนุนจุดยืนเชิงเข้มงวดของเฟดให้เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงิน ก่อนหน้านี้หนึ่งในแรงหนุนสำคัญที่ช่วยให้บิตคอยน์ดีดตัวขึ้นหลังการปรับฐานช่วงปลายเดือนมิถุนายน มาจาก ‘ความหวังว่าเงินเฟ้อจะชะลอ’ แต่ตอนนี้ทิศทางกลับตาลปัตร
ตลอดเดือนที่ผ่านมา บิตคอยน์เคลื่อนไหวในกรอบแคบราว 5.9 หมื่นดอลลาร์ ถึง 6.6 หมื่นดอลลาร์ สะท้อนภาพตลาดที่ยังตัดสินใจไม่ชัด ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ยืนแถว 1,783 ดอลลาร์ และยังรักษาแนวโน้มบวกในกรอบรายสัปดาห์ได้ แต่ ‘โซลานา(SOL), ริปเปิล(XRP), ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ กลับถูกเทขาย โดยในรอบ 7 วันล่าสุด ร่วงลงมากกว่า 5% แสดงทิศทางที่ ‘สวนทางกัน’ ภายในกลุ่มคริปโตขนาดใหญ่
‘ตัวเลขเงินเฟ้อ’ ชี้ชะตา ก่อนเฟดตัดสินใจ
--------------------------------------------
ระยะสั้น ‘ดัชนีเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน’ ที่จะประกาศในวันเดียวกันถูกมองเป็นตัวแปรสำคัญ หากอัตราเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด อาจช่วยลดความกลัวเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย และผ่อนคลายแรงกดดันในตลาดความเสี่ยง แต่ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าที่คาด ‘บวกกับน้ำมันแพง’ ก็มีโอกาสกลายเป็นสัญญาณเข้มงวดยกกำลังสองต่อเฟด
โดยเฉพาะเมื่อคณะกรรมการเฟดเตรียมประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคมนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อรอบนี้จึงถูกจับตาเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญของทิศทางนโยบายการเงิน
ปัจจุบันตลาดคริปโตอาจดู ‘นิ่ง’ ภายนอก แต่ภายในกลับสะสมปัจจัยเสี่ยงใหม่อย่างรวดเร็ว ทั้ง ‘ความตึงเครียดตะวันออกกลาง’ และ ‘ตัวแปรมหภาคด้านดอกเบี้ย’ ส่งผลให้ทิศทางของบิตคอยน์และเหรียญหลักอื่นๆ มีแนวโน้มถูกผูกติดกับตัวแปรดั้งเดิมอย่าง ‘ราคาน้ำมันและดอกเบี้ย’ มากขึ้นเรื่อยๆ
‘ความคิดเห็น’ ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ นักลงทุนคริปโตอาจต้องหันมามองภาพเศรษฐกิจจริงและตลาดพลังงานควบคู่ไปกับกราฟราคา มากกว่าที่เคยเป็นในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ความคิดเห็น 0