กระเป๋า ‘วาฬ’ บิตคอยน์(BTC) ที่หลับใหลมานานกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังโอนเหรียญที่ไม่ขยับเลยตลอด 8 ปีออกจากที่อยู่เดิม ทำให้ตลาดจับตาว่านี่เป็น ‘สัญญาณขาย’ หรือเป็นเพียงการ ‘ย้ายกระเป๋าเพื่อจัดการความเสี่ยง’ เท่านั้น
เมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ข้อมูลออนเชนระบุว่าที่อยู่ดังกล่าวได้ทำการโอนบิตคอยน์ประมาณ 5,908 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 3.83 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5,676 พันล้านวอน
บิตคอยน์ชุดนี้ถูกสะสมไว้ช่วงปลายปี 2017 ถึงต้นปี 2018 ตอนที่ราคาอยู่แถว ๆ 16,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ มูลค่าซื้อรวมเดิมราว 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,482 พันล้านวอน) ทำให้ ณ ตอนนี้ยังอยู่ในโซนกำไรประมาณ 284%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่บิตคอยน์ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลเมื่อเดือนตุลาคม 2025 มูลค่าพอร์ตเดียวกันนี้เคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับราว 7.26 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.0769 ล้านล้านวอน) ก่อนที่ราคาจะอ่อนตัวลงมาปัจจุบัน
‘ระยะเวลาที่ถือ’ ต่างหากที่สะดุดตาตลาดมากกว่าแค่ผลตอบแทน เพราะเจ้าของกระเป๋าเข้าตลาดช่วงความผันผวนจัดสุดของบิตคอยน์ และทนผ่านทุกวัฏจักรมาโดยไม่แตะต้องเหรียญเลย
บิตคอยน์เคยร่วงกว่า 80% ในปี 2018 ลงไปแถว 3,200 ดอลลาร์ จากนั้นดีดขึ้นสู่จุดสูงสุดเดิมราว 69,000 ดอลลาร์ในปี 2021 ก่อนจะดิ่งลงมาอีกรอบใกล้ 15,500 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2022 จนทำให้สถานะของกระเป๋านี้กลับไปอยู่ในโซนขาดทุนช่วงหนึ่งด้วยซ้ำ
แม้ราคาจะโลดโผนขนาดนั้น วาฬรายนี้ก็ ‘ไม่เคยลดไซส์’ พอร์ตแม้แต่ครั้งเดียว
แม้กระทั่งในปี 2024 ตอนที่บิตคอยน์พุ่งทะลุ 122,000 ดอลลาร์ หรือราว 7 เท่าจากต้นทุนเฉลี่ย กระเป๋านี้ก็ยังไม่ขยับ
ปัจจุบันราคาบิตคอยน์ซื้อขายกันแถว ๆ 64,800 ดอลลาร์ อยู่ราวครึ่งหนึ่งของจุดสูงสุดเมื่อปี 2025
จุดที่นักลงทุนให้ความสำคัญคือ ‘เส้นทางการโอน’ จากข้อมูลที่โค인데스크(CoinDesk) ติดตาม พบว่าบิตคอยน์ชุดนี้ไม่ได้ไหลเข้ากระดานเทรด แต่ย้ายไปยังที่อยู่ใหม่ที่ยังไม่ถูกระบุเจ้าของ ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีแรงขายที่กระทบตลาดในรูปคำสั่งขายบนกระดานแบบทันที
โดยทั่วไป ‘วาฬ’ มักย้ายสินทรัพย์ระหว่างกระเป๋าภายในเพื่ออัปเกรดด้านความปลอดภัย เปลี่ยนคีย์ส่วนตัว กระจายความเสี่ยง หรือเตรียมทำดีลแบบ ‘ซื้อขายนอกราคาตลาด’ (OTC) ที่ไม่ได้โผล่บนออร์เดอร์บุ๊กสาธารณะ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าจะมีการขาย แต่เป็นการขายที่ตลาดมองไม่เห็นในทันที
ที่น่าสนใจคือ ความเคลื่อนไหวนี้สวนทางกับภาพรวมของ ‘ผู้ถือระยะยาว’ บางส่วนในวันเดียวกัน แพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชนอย่าง ‘กลาสโนด’ ระบุว่า นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว เริ่มทยอยขายเพื่อตัดขาดทุนในจังหวะรีบาวด์ล่าสุด
ตรงกันข้าม เจ้าของบิตคอยน์ 5,908 BTC รายนี้กลับเป็น ‘ผู้ถือระยะยาวระดับสุดโต่ง’ ที่ยังอยู่ในโซนกำไร 284% แต่ไม่เคยขายแม้แต่ครั้งเดียว ลักษณะพฤติกรรมจึงต่างจากนักลงทุนที่เข้าสายและยอมคัทลอสชัดเจน
‘ความคิดเห็น’ ในมุมมองของตลาด สัญญาณขายที่น่ากังวลจริง ๆ มักจะเริ่มชัดเจนก็ต่อเมื่อเหรียญจากกระเป๋าเก่า ๆ แบบนี้ถูกโอนเข้าสู่ที่อยู่ของกระดานเทรดรายใหญ่ เช่น ‘คอยน์เบส’ หรือ ‘ไบแนนซ์’ เพราะนั่นมักเป็นขั้นตอนก่อนขึ้นคำสั่งขายบนตลาดสปอต
ถึงตอนนี้ การเคลื่อนไหวของกระเป๋าวาฬชุดนี้ยังถือเป็นเพียง ‘การย้ายที่อยู่’ เท่านั้น
แต่การที่กระเป๋าที่เงียบมานานถึง 8 ปีเริ่มขยับ ก็เพียงพอจะดึงสายตานักลงทุนทั้งตลาดให้จับจ้องว่า ‘ก้าวต่อไป’ ของวาฬบิตคอยน์(BTC) รายนี้จะเป็นแค่การจัดระเบียบพอร์ต หรือจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแรงขายก้อนใหญ่ในรอบใหม่กันแน่
ความคิดเห็น 0