บิตคับ(Bitkub) กระดานซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดของไทย กำลังเผชิญข้อกล่าวหาว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเหตุแฮ็กมูลค่าราว 17,000 ล้านบาท (ประมาณ 735 करोड़วอน หรือราว 50 ล้านดอลลาร์) อย่างถูกต้อง ‘โปร่งใส’ ตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ทางการเริ่มเดินหน้า ‘ขั้นตอนทางอาญา’ โดยตั้งประเด็นเรื่อง ‘การรายงานเท็จ’ และ ‘การปกปิดข้อมูล’
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของไทย(SEC) ได้ยื่นคำร้องต่อกองบัญชาการสอบสวนอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(ECD) ให้ดำเนินคดีอาญากับบริษัท บิตคับ และอดีตผู้บริหาร 2 ราย โดย SEC ระบุว่า บิตคับส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อหน่วยงานกำกับดูแล และกล่าวหาว่าอดีตผู้บริหาร ‘ศากอลกร สกาwee(Sakolkorn Sakavee)’ และ ‘ธวีทรัพย์ ระวัน(Thaweesap Rawan)’ มีการให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จในเอกสารของบริษัท
เหตุที่กลายมาเป็นประเด็นเกิดขึ้นจากการโจมตีทางไซเบอร์ในเดือนพฤษภาคม 2021 จากผลการสอบสวนของ SEC ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวมีสินทรัพย์ดิจิทัล 16 ประเภทถูกโจรกรรมออกจากแพลตฟอร์มของบิตคับ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือราว 735 करोड़วอนตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ‘ขนาดความเสียหาย’ ของกรณีนี้ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ใหญ่สุดครั้งหนึ่งของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย
หลังเหตุโจมตี บิตคับและ SEC มีการประสานงานแก้ไขสถานการณ์ โดยภายในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน บริษัทได้ดำเนินการชดเชยและเยียวยาความเสียหายให้ลูกค้าจนครบ อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบภายหลัง SEC พบว่า รายงานและเอกสารที่บิตคับส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลในช่วงเวลาดังกล่าว ‘ไม่ได้สะท้อนรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างถูกต้องและครบถ้วน’ ทำให้ประเด็นไม่ได้จบเพียงแค่เหตุแฮ็ก แต่ขยายไปสู่คำถามเรื่อง ‘ความโปร่งใสด้านการเปิดเผยข้อมูล’ และ ‘ความน่าเชื่อถือของการรายงาน’ ของบริษัท
จากนี้ คดีมีแนวโน้มถูกส่งต่อให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล หากอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอ กรณีนี้จะกลายเป็นแบบทดสอบสำคัญต่อ ‘ความรับผิดชอบของผู้บริหาร’ และ ‘ประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายใน’ ของบิตคับในมิติทางกฎหมาย
บิตคับซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงเกิน 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,353 करोड़วอน) ถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของตลาดคริปโตในไทย แต่ถึงแม้เรื่องจะลุกลามไปสู่การร้องทุกข์ในคดีอาญา บริษัทยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม
ตลาดจับตาว่า ‘มาตรฐานความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลของแพลตฟอร์มซื้อขาย’ และ ‘เกณฑ์การรับมือเหตุการณ์ผิดปกติ’ จะถูกยกระดับเข้มงวดยิ่งขึ้นภายใต้การกำกับของ SEC ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินมองว่า สำหรับกระดานเทรดขนาดใหญ่ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นมักไม่ได้วัดกันแค่ตัวเหตุแฮ็ก แต่ขึ้นอยู่กับว่าแพลตฟอร์ม ‘รายงาน เปิดเผย และจัดการปัญหา’ อย่างตรงไปตรงมามากน้อยเพียงใด
ในมุมของอุตสาหกรรม เหตุการณ์บิตคับและข้อกล่าวหาเรื่อง ‘การรายงานไม่ถูกต้อง’ ครั้งนี้ ถูกมองว่าอาจกลายเป็นหมุดหมายใหม่ ที่ทำให้ทั้งแพลตฟอร์มในไทยและภูมิภาค ต้อง ‘ทบทวนมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลและระบบความปลอดภัย’ ให้เข้มขึ้น เพราะหากหน่วยงานกำกับเดินหน้าใช้มาตรการทางอาญาอย่างจริงจัง ความเสี่ยงจะไม่ได้จำกัดแค่ค่าปรับทางปกครอง แต่รวมถึงความเสียหายด้าน ‘ชื่อเสียง’ ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สุดของศูนย์ซื้อขายคริปโตด้วยเช่นกัน
ความคิดเห็น 0